ผู้ประกอบธุรกิจต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนด้วยหรือ

การดำเนินธรุกิจในยุคปัจจุบันที่มีความเป็นโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ที่เป็นผลมาจากการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศน์ ซึ่งเป็นเหมือนการย่อโลกให้คนทั้งโลกเข้ามาอยู่ใกล้กันมากยิ่งขึ้น [1]  การทำธุรกิจในลักษณะนี้นั้นทำให้ผู้ประกอบธุรกิจทั้งหลายจะต้องประสบพบเจอ เกี่ยวพัน และได้ติดต่อสื่อสารกับคนหลากหลายรูปแบบ  ซึ่งมนุษยเรามีความแตกต่างกันได้ในหลายรูปแบบ เช่น เพศ อายุ วัย สัญชาติ เชื่อชาติ เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือ ความต่างทางด้านประเพณี วัฒนธรรม วิธีทางการใช้ชีวิต แม้กระทั่งวิธีคิด

ตัวอย่างเช่น การเปิดสมาคมธุรกิจอาเซี่ยนที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้  เป็นเหมือนการนำตลาดธุรกิจประเทศที่อยู่ในอาเซี่ยนทั้งหมดนี้มารวมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ เช่น จะมีการร่วมลงทุน การออกไปลงทุนในต่างประเทศ หรือการเคลื่อนย้ายของแรงงานมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งผลกระทบที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนั้นจะทำให้คนที่อยู่ในต่างถิ่น มีวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน มีมุมมองความคิดในแต่ละเรื่องแตกต่างกัน ต้องมาอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน  ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจอาจมีการแลกเปลี่ยน Expat คือ คนที่ต้องไปทำงานในต่างถิ่น อาจเป็นการเข้าไปศึกษาดูงานโดยที่ทางบริษัทต้นสังกัดส่งไปเป็นการชั่วคราว หรืออาจเป็นการย้ายการทำงานไปต่างถิ่นโดยการถาวรก็เป็นได้  การรับพนักงานที่มีความแตกต่างเข้ามาทำงานนั้น จำเป็นจะต้องคำนึงถึงเรื่องของสิทธิมนุษยชนด้วย 

จากความหมายที่ว่า สิทธิมนุษยชน (Human Right) หมายถึง สิทธิที่มนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรอง ทั้งความคิดและการกระทำที่ไม่มีการล่วงละเมิดได้ โดยได้รับการ คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสนธิสัญญาระหว่างประเทศ 

ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human Dignity) หมายถึง คุณสมบัติ จิตใจ สิทธิเฉพาะตัวที่พึงสงวนของมนุษย์ทุกคน และรักษาไว้มิให้บุคคลอื่นมาล่วงละเมิดได้ การถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการคุ้มครองและได้รับความยุติธรรมจากรัฐ [2]

จากที่ได้กล่าวมาว่า ผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนด้วย เป็นเพราะจากที่ได้กล่าวมาในบันทึกก่อนหน้านี้นั้น สิทธิมนุษยชนเป็นหลักการที่สำคัญที่สุดหลักการหนึ่งในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่ามันจะเป็นการส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจนั้นก้าวหน้าและเป็นวิถีทางที่จะทำให้ธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จได้ จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่าโลกาภิวัฒน์นั้น ทำให้คนที่มีความแตกต่างกันในด้านต่างๆต้องมาอยู่ร่วมกัน และทำงานร่วมกัน ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าเป็นผลดีต่อธุรกิจอย่างมาก เนื่องจากอย่างที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นอีกเช่นเดียวกัน คือ คนที่มีความต่างทั้งเรื่องเพศ อายุ สัญชาติ หรือเชื้อชาตินี้ นำมาสู่วิธีคิด ความคิดที่แตกต่างกัน มีมุมมองที่แตกต่างกัน ซึ่งการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จนั้น การรวบรวมความคิดที่แตกต่าง อาจทำให้เกิดสิ่งใหม่ และอาจเป็นจุดเด่นในการทำธุรกิจก็เป็นได้ และยังอาจเป็นการช่วยเปิดตลาดในส่วนที่เราไม่เคยได้เรียนรู้หรือเข้าไปทำมาก่อน เพราะคนที่มาจากต่างที่อาจมองเห็นลู่ทางที่ต่างออกไป และยังอาจเห็นช่องโหว่ความผิดพลาดที่เรามี  แต่การที่จะนำชาวต่างชาติมาอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกันกับคนของเรานั้น เราจะต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของเขาด้วย เนื่องจากเขาอาจมีความต่างกับเราในหลายๆด้าน เช่นการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น คนฟิลิปปินส์อาจเป็นคนตรงเวลาอย่างมาก หากเราจะต้องทำงานกับเขาเราก็ควรที่จะให้เกียรติเขา เรียนรู้วิธีทางการทำงานของเขา นอกจากนี้ในด้านความคิดนั้นเขาอาจมีมุมมองที่ต่างออกไป จึงไม่ควรไปจำกัด หรือริดรอนความคิดเขา เพียงแค่คิดว่าเขาเป็นคนต่างถิ่น ไม่น่ารู้จักลูกค้า หรือตลาดธุรกิจดีเท่าเรา ซึ่งนั่นก็คือ การเคารพในสิทธิมนุษยชนของเขา เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นผลดีต่อองค์กรมากที่สุด

ในมุมมองของข้าพเจ้ามองว่าปัจจุบันนี้โลกของเรานั้นอยู่ในยุคโลกาภิวัฒน์ ที่ได้ย่อโลกทั้งใบให้คนจากหลากหลายประเทศได้มาอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น  ดังนั้นค่านิยมในการดำรงชีวิตต่างๆก็น่าจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจเห็นได้จากเวทีการประกวดนางงามระดับโลกในปัจจุบันที่มีคนผิวสีได้รับรางวัลมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าการกีดกันทางด้านสีผิวนั้นได้ลดลงไปจากสังคมโลกนี้มาก รวมทั้งการก้าวเข้ามาเป็นประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาของ บารัก โอบาม่านั้น ได้ชี้ให้เห็นว่าคนในยุคปัจจุบันได้มองข้ามผ่านความต่างในเรื่องสีผิวไปแล้ว  ซึ่งก็เชื่อมโยงได้กับผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไปว่าควรจะคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนไว้เป็นหลักต้นๆในการดำเนินธุรกิจ เพราะไม่เพียงแต่อาจจะทำให้ธุรกิจพัฒนาได้อย่างที่กล่าวมาด้วยการปฏิบัติต่อพนักงานต่างชาติหรือพนักงานที่มีความแล้ว การแสดงให้สังคมภายนอกเห็นด้วยว่าธุรกิจของเรานั้นใส่ใจในหลักการสิทธิมนุษยชนด้วยการสนับสนุนและปกป้องสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆนั้น ก็จะเป็นผลดีกับธุรกิจทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร

อ้างอิง

[1] สังคมโลกยุคโลกาภิวัฒน์. เข้าถึงได้จาก : http://human.tru.ac.th/elearning/local/global02/coldwar_06.html (วันที่สืบค้นข้อมูล : 16 พฤาภาคม 2557).

[2] ครูปอ. สิทธิมนุษยชน(Human Right). เข้าถึงได้จาก : http://kittayaporn28.wordpress.com/%E0%B9%82%E0%B8... (วันที่สืบค้นข้อมูล : 16 พฤษภาคม 2557).