ผมไปเยี่ยมหมู่บ้านคีรีวง บ่ายวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๗ โดยไปกับคณะติดตามผลงานวิจัย ABC ตามความร่วมมือระหว่าง สกว. กับ มวล. ไปเห็นความเขียวชะอุ่มของต้นไม้ระหว่างทาง และในหมู่บ้าน ในท่ามกลางความแห้งแล้งของทั้งประเทศ คีรีวงกลับเขียวชะอุ่ม นั่นเป็นภาพต้องตา ไม่ใช่ขัดตา

          เป็นเพราะที่นี่มีลำธารเล็กๆ ไหลจากภูเขาไปทางโน้นทางนี้ ให้ความชุมชื้น ภูเขาที่นี่ไม่สูงมาก มองไปเป็นป่าเต็มไปทั้งภูเขา ผมถามชาวบ้านว่า ที่ดินบนเขามีเจ้าของไหม ได้คำตอบว่ามีทั้งหมด ผมถามว่าบนเขามีต้นไม้เต็ม รักษาไว้ได้เพราะมีกติกาไม่ให้ตัดต้นไม้หรือ คำตอบคือ ต้นไม้ที่เห็นทั้งหมดเป็นไม้ผลทั้งสิ้น ที่เห็นเป็นป่านั้น จริงๆ แล้วเป็น สวนสมรม คือปลูกไม้ผลหลากหลายชนิดปะปนกัน จนเป็นป่า คล้ายป่าธรรมชาติ

          นี่คือที่มาของความอุดมสมบูรณ์ ดินดำ น้ำชุ่ม ของคีรีวง

          เมื่อผมไปถึง ผศ. ดร. วัลลา ตันตโยทัย คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มวล. มาชวนไปดูใบเล็บครุฑยักษ์ ทั้งที่เขาเก็บมาใช้เป็นจานรองแก้ว และที่รองห่อขนม และไปดูต้น

          ภาพขัดตาอยู่ที่ห่อขนมใส่ใส้ ที่ใช้ไม้จิ้มฟันเป็นไม้กลัด ผมถ่ายรูปเอามาถามทีมที่ไปด้วยกันว่า ภาพนี้ขัดตาผมอยู่อย่างหนึ่ง ใครเห็นบ้าง ต้องเฉลยจึงเห็นพ้องกัน ว่าในชนบทเช่นนั้น ควรทำไม้กลัดเองไม่ควรซื้อไม้จิ้มฟันมาใช้ สมัยผมเด็กๆ ผมเป็นพนักงานทำไม้กลัด โดยไปเก็บทางมะพร้าวแห้งที่หล่นจากต้น เอาใบมาเหลาส่วนใบออก เหลือก้านใบ เอามาตัดเฉียงเป็นไม้กลัด ไม่ต้องซื้อ แถมเด็กยังได้ฝึกทำงาน เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง




ถนนในหมู่บ้าน ต้นไม้บนภูเขาเป็นต้นไม้ผลทั้งสิ้น คือเป็นสวนสมรม


เดินชมหมู่บ้าน โปรดสังเกตลำธารเล็กๆ ด้านขวา


ธรรมชาติเขียวชะอุ่มแม้หน้าแล้ง


เฟิร์นเกล็ดนาคราช



กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ




ร้านขายสินค้า


ศิลปินกำลังผลิตผ้าบาติก คนมาซื้อชิ้นงานศิลปะ ไม่ใช่ซื้อผ้า



เพิ่มมูลค่าผ้า ด้วยธรรมชาติ (สีย้อม) และศิลปะ



ใบเล็บครุฑยักษ์


นำมาใช้งาน เป็นศิลปะธรรมชาติ



ต้นเล็บครุฑยักษ์


ใช้งานดีและงดงาม



ต้นหูควาย ใบใช้ห่อปลาเค็ม



ภาพขัดตา


ผมฝันอยากไปนั่งอ่านหนังสือตรงนี้


วิจารณ์ พานิช

๑๑ เม.ย. ๕๗