629. จากมาสโลว์มา Spiderman (ตอนที่ 2)


ตอนนี้ว่าด้วยจากมาสโลว์สู่สไปเดอร์แมน เป็นตอนที่ 2 ซึ่งต้องเขียนขึ้นเป็นพิเศษ เพราะยังไม่จบครับ ตอนก่อนผมพาพวกเราวิเคราะห์เหล่าร้ายสองตัว ที่เดิมเป็นเพื่อนรักและแฟนคลับ แต่ต่อมากลายเป็นศตรูที่น่ากลัวที่สุด จนทำร้ายพระเอกเกือบตาย.. แน่เราพอเราดูจากมาสโลว์ ที่แม้เป็นทฤษฎีเก่าเก๋ากึ๊ก ก็พบว่าปีศาจสองตัวไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการพื้นฐานที่ดีพอ.. ตัวหนึ่งติดที่ Saftety สติแตก เพราะเป็นโรคร้าย อีกคนติดที่ Esteem คือไม่ได้รับการยอมรับ.. ที่สุดเลยเป็นผีบ้าไป.. คำถามสำหรับวันนี้..เราต้องการการตอบสนองความต้องการพื้นฐาน ขนาดไหน..จึงจะทำให้เราก้าวข้ามไปหา Self-actualization หรือการพบกับความสมบูรณ์ของชีวิต คือประมาณว่าเราได้รับการเติมเต็ม.. และต้องทำอย่างไร..

                                       

เอาหล่ะขอบเขตของงการเติมเต็มอยู่ระดับไหน เท่าไหร่จึงพอนี่น่าจะเป็นคำถามโลกแตกของมนุษย์ที่ตอบยากมากๆ ยากจริงๆ แต่ก็พอตอบได้.. เมื่อดูจากในเรื่องจะเห็นว่า Spiderman ไม่ใช่ตัวประหลาดที่ร่ำรวยอะไรมากมาย เอาเป็นว่าพ่อแม่ก็ตาย ป้าเลยรับไปเลี้ยงดู ป้าเองก็ประมาณว่าเป็นคนงานในโรงพยาบาล หาเช้ากินค่ำไม่รวยมาก เรียกว่าต้องทำ OT บ่อยๆ..บ้านก็หลังเล็กๆ.. เรียกว่าพอคุ้มหัว พอมีกิน สรุปแล้วก็ใช้ชีวิตง่ายๆนั่นเอง.. แถมได้รับความรักจากคนในครอบครัว มีแฟนน่ารัก ซึ่งก็ดูเป็นคนธรรมดาๆ อีก ..จากเรื่อง Spiderman ก็พออนุมานได้ว่า การตอบสอง Need ของมนุษยืจากระดับ Physiological ไป Safety ไปจนถึง Love/Belonging นี่เรียบง่ายมาก ไม่เริดครับ.. มาถึง Esteem คือความเชื่อมั่น เคารพคนอื่น เคารพตัวเอง..นี่ก็น่าจะเป็นผลมาจากตอนก่อนๆ ที่ Spiderman ค้นพบตนเอง และเอาสิ่งที่ตนเองค้นพบคือความแข็งแรงผิดมนุษย์ไปช่วยคนอื่นๆ ที่ตกทุกข์ได้ยาก .. นี่ไงครับมาถึงขั้น Self Acutalizatiion หรือความสมบูรณ์ของชีวิต เพราะยมอรับความจริงที่เป็นจุดแข็งของตนเอง (Acceptance of Fact) ที่สำคัญก็เอามาใช้ด้วยหลักศีลธรรม (Morality) และเนื่องจากต้องอัมพรางตนเองเดี๋ยวคนรักเดือดร้อน นี่ก็ทำให้ต้องแก้ปัญหา (Problem Solving) และยังสามารถนำจุดแข็งตนเองไปแก้ปัญหาอาชญากรรมได้อย่างสร้างสรรค์ (Creativity) อีก...สรุปง่ายๆคือ Spiderman ค้นพบว่าตนเองมีจุดแข็งอะไร แล้วเอาจุดแข็งไปช่วยเหลือผู้อื่น ทำแบบจิตอาสาครับ.. และทำให้เขามี Esteem และควบคุมชะตามชีวิตตนเองได้ ตกต่ำก็กลับมาได้อีก...

                     

ผมวิเคราะห์มาถึงจุดนี้แล้วตื่นเต้นมากๆ ใช่เลยครับ เป็นความรู้สึกที่ผมพบระหว่างที่ผมบวชที่วัดป่าธรรมอุทยาน ขอนแก่นครับ.. วิถีชีวิตของฮีโร่ Spiderman จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย มันเป็นไปได้ และทำได้จริงครับ..ตอนบวชนี่กินวันละสองมื้อก็อยู่ได้แล้วครับ..อยู่ก็เรียบง่ายเต๊นท์หลังเล็กที่เห็นในภาพ..ชัดมากๆ..อยู่ได้แค่นี้เอง..ทุกอย่างเรียบง่ายจริงๆ ไม่เหมือนตอนอยู่ในชีวิตฆราวาส...และคุณคิดดูสิ ทีที่อยู่เล็กๆ ขนาดนี้นอนได้อย่างเดียวครับ แล้วต้องรีบตื่น ตื่นไปทำอะไรครับ ต้องไปทำอะไรเพื่อส่วนรวม..ไม่มีใครบ้านอนในที่แคบๆได้ทั้งวัน..ไม่เหมือนเราอยู่บ้านหลังใหญ่ เบื่อๆก็ไม่ออกไปเจอใครก็จบ แต่นี่เบื่อไม่ได้ ต้องออกไปทำงานเพื่อพระศาสนา ไม่มีอะไรทำกวาดวัดก็ยังดี.. เช้าตื่นแต่เช้าไปบิณฑบาตร นี่รู้เลยเราไปโปรดสัตว์ชัดๆ.. เราไปเป็นเนื้อนาบุญให้คนอื่น บางคนผมบวชสามเดือนไม่เคยขาดจากการใส่บาตร ทั้งที่ดูยากจนมากๆ เขาศรัทธาในพระศาสนาจริงๆ.. 

คุณจะเห็นว่าการได้บวชนี่เติมเต็มความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ จะว่าไปเข้าไปบวชเพราะอยากแทนคุณพ่อแม่ ไม่เคยบวช แม่อุ้มท้องตั้ง 9 เดือน บวชสามเดือนนี่ธรรมดาๆ เลย เรียกว่าเข้าไปเพราะต้องการเติมเต็ม Need ตัวที่สามคือ Love/Belonging ในครอบครัวนั่นเอง เข้าไปก็พบว่า ได้รับการเติมเต็ม Psysiological ที่เรียบง่ายต่างจากอยู่กับบ้าน แต่ work มาก.. ยังไม่พอวิถีชีวิตที่เรียบง่ายกลับผลักดันให้เราทำเพื่อผู้อื่นนั่นคือ เข้าไปถึง Love/Belonging... และชัดมากพระด้วยกัน แม้จะต่างการศึกษา เศรษฐฐานะ แต่พอมาใช้ชีวิตง่ายๆ ที่ทำเพื่อผู้อื่น เรากลับมี Esteem ขึ้นมา รู้สึกเคารพตัวเองและคนอื่น..สุดท้าย ความที่เป็นพระมีครูบาอาจารย์สอนโดยเฉพาะหลวงพ่อสอนเรื่องการไม่ตัดสินคนอื่น สอนเจริญสติ ตามดูความจริง..บวกกับศรัทธาชาวบ้านอีก...ที่สุดก็พบความสมบูรณ์ในชีวิต Self Actualization เต็มๆ และกลับมาก็ยังมีความรู้สึกนี้อยู่ 

ยังไม่พอนอกจากได้ช่วยในกิจกรรมของวัด ยังได้ไปมีส่วนช่วยงานสร้างพระ ลููกศิษย์ไปเยี่ยมก็พาไปสร้างพระ หลายคนก็พาครอบครัวมา จนถึงบัดนี้ แถมชีวิตพระยังสอนอะไรเราหลายอย่าง ทำให้ได้ค้นพบตนเอง (Self Actualization) อีก โดยจากการใช้ชีวิตภาวนาทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหรือนอกรูปแบบ ก็ทำให้พบว่าความสุขแท้จริงมันเรียบง่ายจริงๆ ไม่ต้องใช้ทรัพย์สินอะไรมาก และการทำอะไรเพื่อผู้อื่น เพื่อสังคมมีความสุขจริง แล้วจริงๆ ก็ใช้ทรัพยากรน้อยมากๆ ในทุกลำดับขั้นของมาสโลว์จริงๆ.. เอาเป็นว่าผมยืนยันครับว่าชีวิตแบบ Spiderman เป็นไปได้และเกิดขึ้นได้กับทุกคนครับ

และก็ตรงกับงานวิจัยเล็กๆ ที่ผมทำมา.. ผมเคยสอนเรื่องสมองสี่ด้านครับ อันนี้ว่ากันตามงานทางวิทยาศาสตร์ จากนั้นผมก็ลองให้นักศึกษานึกถึงไอดอลของตนเองโดยแยกตามลักษณะสมอง..และก็ต้องตกใจครับ จุดร่วมของไอดอลไม่ว่าจะเป็นจากบุคลิกแบบไหนก็ตาม ศูนย์รวมอยู่ที่ "การให้" ครับ ชัดมากๆครับ จะเป็นสไปเดอร์แมน เป็นพระ หรือเป็นมนุษย์ธรรมดา ...หัวใจอยู่ที่ "การให้" จริงๆ (ดูภาพประกอบข้างล่าง) เอาไปว่าตอนนี้ผมว่าพวกเราคงค้นพบคำตอบของคำถามว่า การเติมเต็ม Need แต่ละขั้นๆ นั้นไม่ยากมาก จริงๆเรียบง่ายมาก ไม่ต้องใช้ทรัพยากร Hitech อะไร กินง่ายๆ อยู่ง่ายๆ หาตัวจุดแข็งตัวเองให้เจอ แล้วเอาจุดแข็งของตนไปช่วยผู้อื่น..ชีวิตคุณจะเติมเต็มในตัวเองครับ...

                         

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

Reference:

ดูเรื่ององค์กรใช้สมองเป็นได้ที่นี่ http://www.gotoknow.org/posts/539697

หมายเลขบันทึก: 567858เขียนเมื่อ 13 พฤษภาคม 2014 10:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 พฤษภาคม 2014 17:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา


ความเห็น (2)

เวลาให้ลูกดูหนัง spiderman ก็จะบอกลูกว่าการให้เป็นสิ่งสำคัญที่เยียวยาชีวิตคนในมีกำลังสู้ต่อไปค่ะ

ปล. หน้าแรก GotoKnow ปรับใหม่แล้วนะคะ ใหม่! ส่วนตั๊ว ส่วนตัว กับหน้าแรกของ GotoKnow

พี่แก้วนั่งดูหนังเรื่องนี้แล้วชอบ ในเรื่อง การทำเพื่อผู้อื่นค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี