สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ทุกท่าน
วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ผมได้รับเกียรติจากสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ จัดอบรมผู้สมัครผู้ตรวจประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติใหม่ ปี 2557( 2014 TQA Assessor Training Camp )ณ โรงแรมเซอร์เจมส์ รีสอร์ทแอนด์คันทรีคลับ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ในการทำหน้าที่ตรวจประเมินองค์กรที่สมัครขอรับรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) ภายใต้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติทั้ง 7 หมวด เพื่อยกระดับความสามารถและขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทัดเทียมและก้าวไกลสู่ระดับสากล โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 60 คน (ผู้ตรวจประเมินฯและผู้สมัครเป็นผู้ตรวจประเมินประจำปี 2557) ซึ่งผมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “กลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ”
ติดตามได้ใน Blog นี้ครับ
<p>
</p>
กลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ณ โรงแรมเซอร์เจมส์ รีสอร์ทแอนด์คันทรีคลับ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
13 พฤษภาคม 2557
การทำงานให้ประสบความสำเร็จเมื่อก่อนวัดจากจำนวนคน แต่ปัจจุบันต้องคำนึงถึงคุณภาพซึ่งความสำคัญของคนต้องเชื่อมโยงกับปัจจัยอื่น
ไมเคิล พอร์เตอร์ จะให้ความสำคัญกับคนมากคือเน้นไปในเรื่องคุณภาพของทุนมนุษย์
พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา กล่าวว่า คน คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร
HR ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจปรัชญาของการพัฒนาคนอย่างแท้จริง
Antony Robbins: พูดถึงพลังที่อยู่ภายในบุคคล
การจะลงทุนเรื่องคนต้องดูอนาคตให้ดี ปัจจุบัน Microsoft มีปัญหา เพราะฉะนั้นคนต้องไปตอบโจทย์ธุรกิจในอนาคตให้ได้
อดีตผมเคยได้รับเชิญไปประเมินร่วมกับ TRIS อยู่หลายครั้ง และพบว่านักประเมินจะถามเรื่องทุนมนุษย์บ่อยๆว่าจะประเมินอย่างไรถ้าบางอย่างเป็นเรื่องที่มองไม่เห็น วัดเป็นปริมาณไม่ได้ แต่มักจะมองจากคุณภาพ แต่มีความสำคัญซึ่งก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะแนวโน้มของHR หรือทุนมนุษย์ในอนาคต นอกจากมีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ ยังมุ่งไปทางสิ่งที่วัดไม่ได้ หรือที่เราเรียกว่า Intangible
มีอาจารย์จาก Harvard มาพูดว่าต้องมองเป็น Visible กับ Invisible
ถึงแม้เวลาจะน้อย – ผมมาครั้งนี้เน้นการ Learn , Share and Care ปัญหาในประเทศไทย คือ ไม่แคร์คนที่คิดต่าง ไม่แคร์ความแตกต่าง ซึ่งความเป็นจริงแล้วแต่ต้องแคร์ความคิดเห็นที่ต่างกัน
ผมมีหลักในการมองทุนมนุษย์แค่ 3 เรื่องใหญ่ๆ – แต่ถ้าเราจะประเมินองค์กรที่เป็นเลิศ ก็จะทำตามแนวคิดนี้และลองวิเคราะห์ดู
- ปลูก หรือ พัฒนาศักยภาพของคนในองค์กร ซึ่งผมเรียกว่า 8K 5K
8 K’s : ทฤษฎีทุน 8 ประเภทพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
Social Capital ทุนทางสังคม
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืนเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องมองไกล
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
เรื่อง Basicsจะต้องมาก่อนเรื่อง 5K
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
คุณสมบัติเหล่านี้ไม่ใช่ของแปลกใหม่นัก แต่ที่สำคัญคือ basics ต้องมาก่อน และจึงตามด้วยศักยภาพในด้านอื่นๆ เช่น 8K ต้องมาก่อน 5K
- จริยธรรม ความยั่งยืน และปัญญาต้องมาก่อน Creativity หรือ Innovation ซึ่งอยู่ในกรอบของคุณธรรม และจริยธรรม และที่ประเมินยากที่สุดอาจจะเป็นทุนที่มองไม่เห็น เช่น Happiness หรือ Social (Networking) องค์กรที่ดีมักจะเริ่มจาก Happiness ก่อน
มีตัวอย่างการวิจัยเรื่อง Happiness capital และ Productivity
ความสุขต้องมาจากการมี Meaning and purpose ในการทำงาน
หากจะประเมินเรื่องการบริหารคนหรือ Harvesting เป็นเรื่องที่ยาก ต้องดูเรื่องทฤษฎี 3 วงกลม วงกลมที่ 3 มีความสำคัญที่สุดคือ มีแรงจูงใจให้คนอยากทำงานอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ แต่ปัจจุบันให้แรงจูงใจไม่พอ ต้องให้เรื่องแรงบันดาลใจ และต้องมีการมอบอำนาจ
การทำงานอะไรต้องGet things done
การวัดความบ้าคลั่งของคน ต้องทำให้เค้าใช้ศักยภาพของเขาให้เต็มที่ ต้องใช้ทฤษฎี HRDS
สุดท้ายผมคิดว่าที่สำคัญที่สุดในเรื่อง HR คือ HR execution ซึ่งแปลว่าต้องทำให้สำเร็จเอาชนะอุปสรรค ซึ่งเรื่องนี้คงยากมากในการประเมิน แต่องค์กรใดก็ตามที่มีแผนพัฒนาคน หรือแผนบริหารคน จะต้อง Execute ให้สำเร็จ ซึ่งมีปัจจัยเป็นอุปสรรคมาก แต่ผมจะฝากไว้ 4 เรื่อง
1. วัฒนธรรมองค์กร
2. Silo based
3. Leadership at all levels
4. ตัวละครที่จะเล่นเป็นทีม เป็นตัวละครคล้าย Shakespeare คือ CEO/ HR/ Non HR/ Stakeholder ข้างนอก
ผู้ประเมิน ต้องประเมินแบบระยะยาว ดูว่ามี Benchmark อย่างไร ต้องมีแผนที่มีคุณภาพและต่อเนื่อง
อยากเห็นสังคม HR เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ผมหวังว่าแนวคิดต่างๆต้องไปปะทะความจริงในองค์กรนั้นๆ ซึ่งผมเรียกว่า ทฤษฎี 2R’s คือ Reality and Relevance
และ HR ต้องสร้าง Valueให้แก่องค์กร ซึ่งถ้า Value มากขึ้นเท่าไหร่ ศักยภาพขององค์กรก็มีมากขึ้นเท่านั้น และ Values ในอนาคตจะวิ่งจาก V1 ไป V2 และไปสู่V3
V1 คือ Value Added
V2 คือ Value Creation
V3 คือ Value Diversity
Q&A
1. ปัจจุบันกาเปลี่ยนหลักสูตรของแพทย์ ช่วงแรกเป็น
Science based
Hospital based
Competency based การสร้างบุคลากรที่มีความรู้ มีแรงบันดาลใจ
คำถาม คือ จะผลิตบุคคลใหม่ๆได้อย่างไร ให้เป็น Change agent ได้อย่างไร
อ.จีระ:เป็นสิ่งที่ยากที่สุดในสังคมไทยเพราะเป็น Technique based ต้องอบรมอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกคนมีส่วนร่วม จำเป็นต้องใช้เวลา ต้องเข้าใจและจัดworkshop ให้ค้นหาตัวเอง ต้องปลูกเรื่องchange ต้องมีการเปลี่ยนmindset ซึ่งการที่จะเปลี่ยนความคิดของหมออาจจะเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร
ต้องจัด learning environment ต้องทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยการจัดเป็น workshop
คำถาม: เมื่อเราพูดถึง HR มีกฎระเบียบมากมายโดยเฉพาะกฎระเบียบข้าราชการ
ทำอย่างไรให้การสร้างhuman capital ของประเทศไทยดีขึ้น
อ.จีระ: ประเทศไทยต้องมีชุดรัฐบาลที่ต่อเนื่อง ไม่เน้นเรื่องการเมืองมากเกินไป ต้องเน้นเรื่องวิชาการมากขึ้น ไม่ใช่นำเรื่องการศึกษามาเป็นฐานการเมืองต้องผลักดันให้เกิดการปฏิรูปให้ได้
รัฐมนตรีศึกษา ต้องสร้างความต่อเนื่อง อย่าเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อย เพราะข้าราชการศึกษาทำงานอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
คำถาม:คนเป็น Human capital มีความสำคัญและinvisible เป็นเรื่องที่ยาก การทำHRD จะวัดจากKPI ที่ชัดเจนออกมา
อ.จีระ เวลามองคนต้องมองคนให้ทะลุ ว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งตอนนี้มีการศึกษาเรื่อง Visible / Invisible และ Tangible/Intangible