กิจกรรมทางการละคเร่ ในพื้นเพของเด็กบ้านนอก

"กิจกรรมการละครเร่"


        ในเรื่องกิจกรรมการละครเร่นั้น ส่วนสำคัญมีหลายๆอย่าง ส่วนใหญ่เเง่คิดของละครหรือทักษะของละครจะอยู่ที่ตัวละครเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสันทนาการละครนั้นเป็นเพียงส่วนเสริมให้เราได้มองว่า เราควรจะเชื่ออย่างนี้ มีสมาธิอย่างนี้ เเละมีความคิดสร้างสรรค์อย่างนี้ ซึ่งในเนื้อนัยของสันทนาการทางละครนั้นก็เเทรกเเง่คิดทุกๆอย่างของละครลงไป เรียกได้ว่า ละครเร่ มีกิจกรรมของตนเองรอบด้าน ซึ่งเนื้อนัยยะสำคัญมี 3 อย่าง อันได้เเก่ จินตนาการ ความเชื่อ เเละสมาธิ ซึ่งถ้าเราลองมองดีดี เเล้วนั้น คำว่าจินตนาการ จะอยู่ในมิติของการคิด ส่วนความเชื่อจะอยู่ในมิติของกาย(เพราะเห็นมาเลยสั่งสม) เเละสมาธิจะอยู่ในมิติของใจ ตามหลักไตรสิกขา ที่ได้กล่าวถึงไปเมื่อ ข้างต้น

กิจกรรมทางจินตนาการ : เป็นกิจกรรมที่ให้ทุกๆคนได้เเสดงออกในตัวตนของตนเอง โดยมีกิจกรรม ดังนี้

๑.กิจกรรมท่าใหญ่เเนะนำตัวอันนี้ต้องมีกลองตีเป็นจังหวะประกอบด้วยเสมอ หากไร้กลอง ก็เหมือนไม่มีอะไรเลย การเเนะนำตัวให้บอกชื่อ เเล้วทำท่าให้ใหญ่ที่สุดที่เคยทำมาในชีวิต

วิธีการ คือ

1.ให้ทุกๆคนยืนเป็นวงกลมวงเดียวหันหน้าเข้าหากัน เเล้วทุกๆคนฟังเสียงกลองตามจังหวะ

2.สาธิตให้ดู เช่น ตึ้งๆ ป๊อป ครับ+ท่าประจำตัว (เเล้วทุกๆคนทวนชื่อ) ป๊อป ครับ พร้อมทำท่าประจำตัวที่ใหญ่ที่สุดของป๊อปไปด้วย

3.ลองทำดู โดยเวียนรอบวงจนกว่าจะครบคน  เเล้วสรุปผลกิจกรรม

4.เกมนี้ เล่นรอบเดียว จะพอดี

๒.กิจกรรมท่าสัตว์ประหลาด  เป็นกิจกรรมที่ให้ทุกๆคนเพ่งสมาธิไปที่เสียงกลอง เเละเสียงผู้นำสันทนาการ เเล้วเดินไปเรื่อยในที่ว่าง เมื่อกลองช้าก็เดินช้า เมื่อกลองเร็วก็เดินเร็ว ตามจังหวะกลองเเละฟังผู้นำกิจกรรมว่า "สัตว์ประหลาด" เมื่อได้ยินดังนี้ก็ให้ทุกๆคนหยุดเล้วทำท่าสัตว์ประหลาดที่เเปลกที่สุดที่ไม่เคยทำมาก่อน

วิธีการ คือ

1.ให้ทุกๆคน ลุกขึ้นยืนเเล้วเดินตามจังหวะเสียงกลอง เดินตามทางของตนเอง ให้อยู่กับตนเอง ที่ไหนว่าง ก็ให้เดินไปตามที่ใจเราสั่งมา

2.ในระหว่างตีจังหวะกลอง ผู้นำกิจกรรมจะอธิบายกิจกรรมนี้ว่า "เมื่อเสียงกลองหยุดเเล้ว ให้เราหยุดนิ่งอยู่กับที่เหมือนหุ่น เเล้วให้นิ่งจริงๆ อันนี้เล่นประมาณ 3-5 ครั้ง

3.เปลี่ยนเเปลงคำสั่งจากหยุดนิ่ง เป็นคำว่า "สัตว์ประหลาด" ซึ่งคำว่าสัตว์ประหลาดนี้ เราจะต้องฟังผู้นำกิจกรรมสั่งคนเดียว ถ้าได้ยินคำสั่งนี้ ก็ให้ทุกๆคนทำท่าที่ประหลาดที่สุด เเล้วสามารถบอกชื่อ บอกที่อยู่ของมันได้ (ใช้โอกาสที่กำลังเดินอยู่นี้ให้คิดไว้) เเล้วลองทำดู ในเสต๊ปที่ 2 อันนี้เล่นประมาณ 6-8 รอบจะพอดี(เเต่ต้องดูความนิ่งของน้องด้วย)    เเล้วสรุปผลกิจกรรม

4.เกมนี้เล่นซ้ำกันในวันเดียวไม่ได้ เพราะจะน่าเบื่อมาก

๓.กิจกรรมกลุ่มประดิษฐิ์มนุษย์  เกมนี้เป็นกิจกรรมกลุ่มให้เขาช่วยกันคิดในระยะเวลาอันสั้น ภายใต้คำสั่งของผู้นำกิจกรรม ซึ่งในตอนนั้นเขาจะนั่งเป็นกลุ่มของตนเอง เช่น คำว่า ดอกไม้ ก็ให้ทุกๆคนคิดร่วมกันให้เร็วที่สุด โดยเน้นย้ำว่าจะต้องเคลื่อนไหวได้ด้วย

วิธีการ คือ

1.ให้ทุกๆคนนั่งกันเป็นกลุ่มของตนเอง

2.อธิบายว่า "ตอนนี้ให้ทุกๆคนสมมติตนเองว่าเป็นสิ่งที่สามารถประกอบเป็นอะไรก็ได้ในโลกนี้ ร่างกายเราเหมือนไม่ใช่ร่างกาย โดยพี่จะบอกให้กลายเป็นอะไร น้องๆในกลุ่มก็ให้ช่วยกันคิดว่าจะเป็นสิ่งนั้นๆโดยร่างกายเราได้ยังไง เเล้วให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย"

3.ผู้นำกิจกรรม สั่ง เช่น ตอนนี้ให้เเต่ละกลุ่มเป็นดอกไม้ ! ทุกๆคนก็เเห่ร่มกันคิดว่าเราจะเป็นดอกไม้ได้อย่างไร เเล้วเมื่อคิดเเล้วให้ทำทันที (อาจให้เวลา 2 นาที)

4.มาดูเเต่ละผลงานของเเต่ละกลุ่มว่าดอกไม้ของกลุ่มใดจะเป็นอย่างไร ในระหว่างที่กำลังดูก็ให้คลายตัวออกจากดอกไม้ของตนเอง  เเล้วสรุปผลกิจกรรม

5.เกม นี้เล่นประมาณ 3-5 รอบจะพอดี

๔.กิจกรรมปั้นมนุษย์  อันนี้ส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นการทำโทษ เเบบให้ทุกๆคนมีส่วนร่วม โดยคนที่ถูกลงโทษนั้นจะมีน้อยๆคน

วิธีการ คือ

1.หาคนผิด เเล้วนำคนผิดมาลงโทษเเบบ ท่าใหญ่การละคร

2.ให้สมมติคนผิดว่า ให้เป็นดินน้ำมัน เพื่อนๆเขาจะปั้นเราไปยังไง ทิศทางไหนก็ได้ ตามจินตนาการของเพื่อนๆ (ขณะนี้ก็เกิดเสียงฮือฮาเล็กน้อย)

3.ให้เวลาในการปั้น 1 เพลง

4.พอปั้นเสร็จ เเล้วเรามาถามคนเเรกกับคนสุดท้ายว่าจากที่เขาปั้นคนเเรกเป็นยังไง เเละคนปั้นคนสุดปท้ายนั้น ปั้นเขาได้เหมือนอะไรช่วงนี้ก็อาจให้เพื่อนๆตอบด้วยว่า เพื่อนเราที่เป็นผลพวงจากที่เราปั้นนั้น เขาเหมือนอะไร  เเล้วสรุปผลกิจกรรม

5.เกมนี้เล่นได้หลายรอบตามความเหมาะสมกับบริบทของน้องๆ

* ทุกๆกิจกรรมของการละครในทางจินตนาการนี้ ควรสรุปเเง่คิดในทุกๆกิจกรรมว่า

1.ท่าใหญ่เป็นสิ่งที่จะเป็นต่อละคร เพราะเมื่อเราทำท่าใหญ่เเล้วนั้น คนดูก็จะมองออกว่าตอนนี้ เรากำลังสื่อสารอะไรอยู่

2.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำละคร โดยไม่คิดอยู่ในกรอบจนเกินไป เเต่เราก็ให้มันคิดไปตามจินตนาการบ้างในหลายๆครั้ง

กิจกรรมทางความเชื่อ: เป็นกิจกรรมให้ทุกๆคนได้มั่นใจในตนเองว่าสิ่งที่ตนเองได้ดำเนินอยู่นั้น มันถูกเเล้ว เเละเป็นการย้ำเตือนตนเองว่า การที่จะสื่อสารให้ผู้ชมอินกับเราได้ เราต้องอินกับมันก่อน (ระเบิดจากด้านใน)

๑.กิจกรรมปั้นดินน้ำมัน  เป็นกิจกรรมที่สอนให้เชื่อในสิ่งที่เรากำลังทำหรือดำเนินอยู่ โดยให้ทุกๆคนนั่งล้อมกันเป็นวงกลม 1 วง เเล้วหันหน้าเข้าหากัน เเล้วปั้นอากาศที่สมมติว่าเป็นดินน้ำมัน ให้เชื่อว่ามันเป็นดินน้ำมันจริงๆ เเล้วปั้นให้คนรู้ให้ได้ว่า เรากำลังปั้นอะไรอยู่

วิธีการ คือ

1.ให้ทุกๆคนนั่งล้อมวงกันเป็นวงกลม

2.ให้ผู้นำกิจกรรมเเละพี่ๆทำให้ดูก่อน โดยก่อนอื่นนั้น ให้เน้น ย้ำน้องว่า สมมติว่า ตอนนี้ในมือของพี่นั้นเป็นดินน้ำมัน(อากาศ) ตอนนี้ก็ให้ทุกๆคนลองคิดดูว่าพี่กำลังปั้นอะไรอยู่ ให้ใช้ท่าใหญ่ของเรามาใช้ด้วย (พี่ก็สาธิตไป) เช่นพี่กำลังปั้น โทรศัพท์ ก็ให้น้องๆทายกันว่า พี่กำลังปั้นอะไร เเล้วเราจึงเฉลยว่าเรากำลังปั้นโทรศัพท์ เเล้วก็ส่งต่อให้ผู้อื่น ให้เล่นกับของเราด้วยเเล้วปั้นของตนเอง ให้ผู้อื่นทายในใจ

3.ให้น้องได้ปั้น เเต่ในตอนนี้เราจะเฉลยในรอบต่อไป เเต่รอบนี้เราเอาเเต่ ปั้นดินน้ำมันล้วนๆเเล้วส่งต่อๆให้กัน

4.เมื่อปั้นครบเเล้ว ก็ให้ มาดูกันว่า สิ่งที่เเต่ละคนได้ปั้นไปนั้น มันคืออะไร ให้ทำท่านเเล้ว เฉลยในเเต่ละคนโดยให้น้องเริ่มทายก่อนเฉลยทุกๆครั้ง

5.เกมนี้เล่นเวียน 2 รอบ เเล้วให้เล่นครั้งเดียว

๒.กิจกรรมสิ่งของดิ้นได้  เป็นกิจกรรมที่เหมือนกันกับปั้นดิน้ำมัน เเต่เกมนี้จะให้เล่นเพียงสิ่งๆเดียว เช่น สมมติว่าในมือพี่นี้ เป็น ไกย่าง KFC ในถาดอยู่มือพี่นี้ อยากจะให้น้องๆได้กินไก่ย่างกันทุกๆคน น้องก็ให้เชื่อว่าน้องๆได้กินไก่ย่าง ได้เคี้ยวไก่ย่างจริงๆ (กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับเล่นน้อยคนมากๆ)

วิธีการ คือ

1.ให้ทุกๆคนนั่งกันเป็นวงกลม

2.ให้พิธีกร สมมติเรื่องอะไรบางอย่าง ให้น้องเชื่อตาม เช่น สมมติว่าในมือพี่นี้มีไก่ย่างอยู๋ ซึ่งมันหอมมาก ลองดมกลิ่นมันดูสิตอนนี้มันอยู่ในมือของทุกๆคนเเล้ว ลองกัดมันสิ เอาเข้าไปในปาก เเล้วลองเคี้ยวมันดู

3.ถามทุกๆคนว่า รสชาติเเละกลิ่นของมัน มันเป็นยังไงบ้าง เเล้วนำเข้าการสรุปกิจกรรมว่าเราที่จะเป็นคนเล่นละครนั้น เราต้องมีความเชื่อว่าสิ่งนั้นๆมีอยู่จริง ถึงเเม้ว่ามันจะเป็นเพียงเเค่อากาศก็ตาม เพราะถ้าเราเชื่อ ก็จะทำให้คนดูเชื่อไปกับเราด้วย

*กิจกรรมทางความเชื่อ ควรสรุปแง่คิดได้ดังนี้

1.ในการทำละครเร่นั้นหรือทำอะไรก็ตาม เราก็ต้องเชื่อมั่นในตนเอง เหมือนอย่างในกิจกรรมนี้ ความเชื่อนั้นสำคัญ เพราะความเชื่อ ทำให้ผู้ที่ชมเราเชื่อตามที่เราเชื่อได้ ทำให้ผู้ชมอินกับเราได้

2.การเชื่อในตนเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เเต่สิ่งสำคัฐอีกอย่างหนึ่ง คือ การเชื่อในตัวของผู้อื่นด้วย เพราะเราอยู่ในสังคม เราอยู่กันเป็นทีม การเชื่อในตัวของตนเอง เเล้วเชื่อในตัวของทีมเรานั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างมีคุณภาพ

กิจกรรมทางสมาธิ : เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้ที่เล่นละครหรือผู้ใดใดนิ่งขึ้น อยู่ในมิติของใจ กิจกรรมสมาธิมีเยอะเเยะมาก ในที่นี้ขอพูดถึงกิจกรรมสมาธิเเบบละคร

๑.กิจกรรมนั่งจ้องตา  เป็นกิจกรรมที่ให้จับคู่กัน เเล้วก็ให้นั่งจ้องตากัน หากมีใครคนใดคนหนึ่งหัวเราะ ก็ให้หลับตาลงเเล้วมองใหม่ จนกว่าทุกๆจะไม่หัวเราะ

วิธีการ คือ

1.ให้ทุกๆคนจับคู่กันเเล้วนั่งหันหน้าเข้าหากัน ไม่เบียดกันในเเต่ละคู่

2.ให้ทุกๆคนนั่งจ้องตากัน หากจะหัวเราะ ก็ให้หลับตาของเราลงก่อนเเล้วค่อยมองอีกที

3.หากนิ่งเเล้ว ก็ให้สลับคู่กัน ประมาณ 8-15 คน เเล้วก็รอให้คู่ที่สลับ นิ่งกันอีกครั้ง เเล้วก็จบ

4.กิจกรรมนี้เล่น 1 รอบในค่ายจะพอดี

๒.กิจกรรมกระจกเงา  เป็นกิจกรรมที่ค้ลายกันกับจ้องตา เเต่อันนี้จะให้ร่างกายมาเคลื่อนไหวด้วย จะไม่อยู่กับที่ ซึ่งในที่นี้ มีทั้งกระจก 2 ด้าน เเละกระจก 4 ด้าน ให้คนหนึ่งเป็นกระจก เเล้วให้อีกคนเป็นคนส่อง ซึ่งคนส่องจะทำกริยาอาการใดใดก็ได้ เเล้วผู้ที่เป็นกระจกนั้นจะทำท่าเหมือนกับคนส่องส่องทุกประการ

วิธีการ คือ

1.ให้จับคู่ 2 คน นั่งหันหน้าเข้าหากัน

2.ให้กำหนดว่าใครจะเป็นกระจก เเละใครจะเป็นคนส่อง (พอจบ 1 ครั้ง ก็ให้สลับกัน)

3.ให้ ลอง ทำดู โดยอธิบายว่า ให้คนหนึ่งเป็นกระจก อีกคนเป็นคนส่อง เมื่อคนทำอะไร กระจกก็ต้องทำตามทั้งหมด เเต่มีข้อเเม้อยู่ว่า ให้จ้องตากันตลอดเวลา

4.เมื่อเวลาสักระยะหนึ่งก็ให้สลับบทบาทกัน ระหว่างกระจกกับคนส่อง

5.กิจกรรมนี้เล่นครั้งเดียวพอดี

*กิจกรรมทางสมาธิ ควรสรุปเเง่คิดดังนี้

1.สมาธินั้นเป็นสิ่งสำคัญ สมาธิก็เหมือนกับใจ หากใจเรานิ่ง ผลของงานก็จะออกมาได้ ซึ่งผู้ชมจะเชื่อได้ว่าเรากำลังสื่อสารอะไรอยู่ เมื่อเราวอกเเวกไม่นิ่ง ผู้ชมก็พร้อมที่จะเมินเราในทุกขณะเพราะมันจะไม่สนุก

2.การทำงานทุกๆอย่างนั้นเราเองต้องมีสมาธิเป็นส่วนสำคัญของงาน โดยใจต้องจดจ่ออยู่กับงานที่เราทำ ผลของงานจึงจะออกมา พอใจได้


กิจกรรมเกร็ดละคร  : เป็นกิจกรรมที่สอดเเทรกเเง่คิดของละครโดยอยู่ในรูปแบบของสันทนาการบ้าง อยู่ในรูปแบบของการนวดบ้าง ฯ

๑.ซามูไร  เป็นเกมที่ฝึกสติได้เป็นอย่างดี ที่ให้คนจับมือกันเป็นวงกลมประมาณ 10-15 คนจะเล่นง่าย * เกมฟันต้นไม้จะคล้ายกัน ในุมมของละคร เกมนี้จะได้ทักษะ การสื่อสารด้วยสายตา  โปรเจคเสียง  ท่าใหญ่  ฯ 

วิธีการ คือ

1.ให้จับกันเป็นวงกลม 10 คน

2.ผู้นำกิจกรรม ย้ำเตือนว่าตอนนี้ เรากำลังเป็นนักฆ่า เราต้องบ้า เราต้องบิ่น เเละที่สำคัญ เราต้องมีสติ (อันนี้เเล้วเเต่จะพูด)

3.กำหนดคนที่จะเริ่มก่อน เมื่อกำหนดได้เเล้ว ให้คนที่เริ่ม เเล้วเอามือมา นบไว้บนหัว เเขนตึง ให้ตั้งฉากกับพื้น ร้องว่า "เอื้อ"

4.คนที่อยู่ติดกับผู้เริ่มหรือผู้ทำ ก็ให้ประสานมือทั้งสอง เเล้วฟัน เพื่อนด้านข้างเรา ที่เป็นผู้เริ่ม ทั้งด้ายซ้ายของผู้เริ่ม เเละด้านขาวของผู้เริ่ม เมื่อฟันเเล้วร้อง "ชั่ว"

5.จากที่ 2 คนด้านข้างฟันเสร็จ ก็ให้คนที่เป็นผู้เริ่มที่ชูมืออยู่บนฟ้า ฟันใคร(ส่งถึง) ก็ได้ในวง เเต่ต้องสบตาเเล้ว ร้องเสียงดัง

6.เเล้วจะเป็นอย่างนี้ ส่งไปให้กันเรื่อยๆ จนหมด ทุกคน เเล้วจะเหลือคนที่จะมาชิงชัยกัน  เเล้วสรุปผลกิจกรรม

๒.คิวเลอร์  เป็นกิจกรรมที่ จะล้อมวงกันเป็นวงกลมทีละประมาณ 20 คนจะพอดี โคยกำหนดบุคคล 2 ประเภท ลงไป อันได้เเก่ คิวเลอร์ คือ นัก ฆ่า เเละคนธรรมดา ให้นักฆ่า มีวิธีการฆ่าคนธรรมดาตาม ผู้นำกิจกรรมบอก เช่น ฆ่าโดยการยิ้ม หรือ กระพริบตาข้างเดียว ส่วนคนที่ถูกสิ่งนี้ ต้องซื่อสัตว์กับตนเองต้องออกไปอยู่วงนอกหรือตายนั่นเอง ส่วนถ้านักฆ่ามาฆ่าจะกันเอง จะไม่ตายทั้งคู่ ถ้าคนเห็นนักฆ่าที่กำลังฆ่าอยู่ก็ให้ร้องเเละชี้ว่าใครเป็นคิวเลอร์ เเล้วคิวเลอร์คนนั้นก็จะตายในที่สุด เเล้วสุดท้ายก็จะวัดกันว่า ตานี้นักฆ่าจะชนะ หรือคนจะชนะ  ในมุมของละครจะได้ทักษะ  สมาธิ  ความเชื่อ  การสื่อด้วยสายตา ฯ

วิธีการ คือ

1.เเบ่งกลุ่มออกเป็นวงกลม วงละ 20 คน

2.ผู้นำกิจกรรมอธิบายว่า ตอนนี้ เรามีคนธรรมดาเเละมีนักฆ่า อยู่ในตัวตนของเรา ลองดูตัวอย่างนี่ (ให้น้องดูตัวอย่าง)

3.ให้ทุกๆคนยืนหลังหลับตาลง เเล้วพี่ๆก็จะไปเเตะด้านหลัง คนที่ถูกโดนเเตะจะกลายเป็นคิวเลอร์ หรือนักฆ่า เเล้วให้ลืมตา

4.ให้ทุกๆคนที่ไม่ว่าจะเป็นคนหรือนักฆ่า มาเดินวนกันในวงกลม เเล้วนักฆ่าก็ฆ่าคนให้ได้ ส่วนคนก็ให้ชี้นักฆ่าให้ได้ เเล้วเเข่งอยู่อยู่อย่างนี้ จนจบเกม เเล้วสรุปผลกิจกรรม

5.เกมนี้สนุก เล่นประมาณ 2-3 รอบจะพอดี

๓.นวดๆ  เป็นกิจกรรมที่เน้นย้ำเรื่องความไว้วางใจซึ่งกันเเละกัน เน้นย้ำในเรื่องของความเชื่อ ในกระบวนการละ ครเเล้วสามารถปรับใช้เพื่อละลายพฤติกรรมได้ หรือกิจกรรมยามว่างได้ 

วิธีการ คือ 

1.ให้จับคู่ 3 คน 

2.ให้คนหนึ่งนอนลงไป เเล้วอีก 2 คนที่เหลือให้นวดส่วนใดๆในร่างกายของเพื่อนตามที่ ผู้นำกิจกรรมกำหนด 

3.ให้ลองทำดู มีผู้นำกิจกรรมคอยสั่งโดยรักษาระดับของคำสั่งในระยะเวลา เเละความเป็นไปได้ในการสั่ง

4.เกมนี้เล่นครั้งเดียว  เเล้วสรุปผลกิจกรรมว่า เราต้องเชื่อใจเพื่อน  เเล้วเมื่อเราเป็นผู้นวด เราต้องตระหนักเสมอว่าเพื่อนเชื่อใจเรา เราก็ต้องทำให้เพื่อนผ่อนคลายมากที่สุด

๔.คำเดียวหลายอารมณ์  เป็นกิจกรรมผ่อนคลายที่เน้นการสื่อสารด้วยคำๆเดียว ที่มีการใส่อารมณ์เข้าไปหลายๆอารมณ์

วิธีการ คือ 

1.อธิบายว่า กิจกรรมนี้มีชื่อว่า คำๆเดียวหลายอารมณ์ซึ่งมันจะเป็นยังไงนั้น มาลองชมตัวอย่างกันเลย โดยที่พี่จะกำหนดให้ว่า เราต้อจ้องตากันเเละสื่อสารกันด้วยคำๆเดียว พี่จะให้คำว่า (?) เช่นคำว่า เอ้ย ให้น้องๆลองเอ้ยใส่กัน ตัวอย่างเช่น ! (.......)

2.อ๊ะ ! มาลองทำดู  (ให้ทุกคนจับคู่กัน) 

3.ให้เอ้ยใส่กันธรรมดาในตอนเเรก  เเล้วก็บอกว่าลองเอ้ยเเบบอารมณ์ต่างๆ เช่น ลองเอ้ยเเบบบอกรักกัน  เอ้ยเเบบโมโหให้กัน  เอ้ยเเบบสะใจ  เอ้ยเเบบหนาวมาก ฯ

4.อาจสรุปกิจกรรมในมุมของละครว่า  ในการเล่นละครนั้นคำต่างล้วนสำคัญ กิจกรรมคำๆเดียวที่เราเล่นไปนี้ เเค่คำๆเดียวนั้นก็มีความหมาย ฉะนั้นเเล้วในการเขียนบทหรือว่าทำอะไร เราต้องนึกถึงความหมายของคำเเม้เพียงจะเป็นเเค่คำๆเดียว

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.