สิทธิมนุษยชน หมายถึง สิทธิที่ทุกคนมีอยู่ในฐานะเป็นมนุษย์ ทั้งสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ในส่วนบุคคลและสิทธิในการอยู่ร่วมกันในสังคม สิทธิในความเป็นมนุษย์นั้น มีทั้งสิทธิตามกฎหมายและสิทธิที่มีอยู่โดยไม่ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติของกฎหมาย แต่เป็นสิทธิที่เกิดจากมาตรฐานเพื่อความถูกต้อง ความเป็นธรรม หรือความยุติธรรม

        สิทธิมนุษยชนจะครอบคลุมสิทธิต่างๆ ในการดำรงชีวิตของมนุษย์เพื่อให้มีชีวิตที่ดีในสังคมดังนี้ [1]

        สิทธิในชีวิต ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้และได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัยได้รับการตอบสนองตามความต้องการขั้นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย ทุกชีวิตล้วนมีคุณค่าด้วยกันทั้งสิ้น ไม่วาจะเป็นบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อการดำรงชีวิตอยู่เป็นพิเศษจากผู้อื่น เช่น คนพิการ คนชรา ฯลฯ ดังนั้นทุกคนควรปฏิบัติต่อบุคคลด้อยโอกาส ให้ความสำคัญ ให้โอกาสและให้ความช่วยเหลือตามสมควร เพื่อให้ทุกชีวิตมีความเท่าเทียมกันมากที่สุด

        สิทธิในการดำเนินชีวิตและพัฒนาตนเองตามแนวทางที่ถูกต้อง คนในสังคมต้องให้โอกาสกับคนที่เคยกระทำไม่ถูกต้อง ให้โอกาสคนเหล่านี้ได้รับการอบรมแก้ไขและพัฒนาตนเองใหม่ ให้สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น

        สิทธิในการยอมรับนับถือ หมายถึง การที่บุคคลพึงปฏิบัติต่อกันด้วยการยอมรับซึ่งกันและกัน ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและคุณค่าของชีวิตด้วยความเท่าเทียมกัน

        แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะได้มีการให้สัตยาบันตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองพลเมืองให้ได้รับสิทธิชั้นพื้นฐานเช่นเดียวกัน แต่ในปัจจุบันก็ยังสามารถพบเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้

        จากกรณีศึกษาน้องผักกาดเกิดที่โรงพยาบาลแม่สอด บุพการีเป็นคนเมียนม่าร์ โดยไม่มีการแจ้งเกิด เมื่อยังมิได้รับการรับรองสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยบนโลก จึงประสบปัญหาความไร้รัฐโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ไร้ทั้งรัฐและไร้สัญชาติ ตลอดจนถูกถือเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายของทุกรัฐบนโลก ซึ่งในความเป็นจริงน้องผักกาดมีสิทธิได้รับสัญชาติไทยตามหลักดินแดน เนื่องจากเกิดในราชอาณาจักรไทยย่อมได้รับสัญชาติไทย ตามมาตรา 7 (2) พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 [2] และเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลแม่สอดที่จะเป็นผู้แจ้งแก่เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองให้บันทึกรับตัวเด็กไว้และต้องออกหนังสือรับรองการเกิดให้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ พ.ศ.2534 มาตรา19 และ มาตรา 23 หากมีการดำเนินการตามมาตราดังกล่าว น้องผักกาดจะไม่เป็นบุคคลไร้รัฐอีกต่อไป

        การที่น้องผักกาดเป็นคนไร้รัฐย่อมก่อให้เกิดปัญหา คือ ส่งผลให้น้องผักกาดไร้สิทธิในหลักประกันสุขภาพในกองทุนเพื่อบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคล ทำให้น้องผักกาดไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากรัฐได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวย่อมถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งของน้องผักกาด ตามฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนใน ข้อ 25 อีกทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากสิทธิในการมีสุขภาพที่ดีนั้นเป็นสิทธิมนุษยชนอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับโดยไม่คำนึงว่ามนุษย์คนนั้นจะมีสถานะเป็นคนมีรัฐมีสัญชาติหรือไม่

                                                                                                                       เขียน 10 พฤษภาคม 2557

                                                                                                                           เมธสา เอื้อโอภาพัฒน์

[1] อภิชาต คามีศักดิ์. 2552. “สิทธิมนุษยชนกับบางเรื่องเล็กๆที่ไม่เล็กในสังคม.” [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จากhttp://www.oknation.net/blog/print.php?id=390479 สืบค้น10 พฤษภาคม 2557

[2] สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. “ พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508.” [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก

http://www.thaigeneralkonsulat.de/th/consular/nationality1.pdf สืบค้น10 พฤษภาคม 2557