การได้มาซึ่งตัวสะกด (เดี่ยว) และตัวสะกดควบกล้ำในภาษาอังกฤษแบบอินเดีย

ผู้วิจัย แคโรไลน์ อาร์. วิลไชร์

ในงานวิจัยชิ้นนี้ผู้วิจัยให้ความสนใจการถ่ายโอนอิทธิพลของภาษาที่ 1 กล่าวคือภาษาอินเดียซึ่ง ในประเทศอินเดียต่างมีภาษาที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละภาษานั้นมีรูปแบบและโครงสร้างการสร้างคำที่ต่างกันออกไป เช่น ในภาษา Angami เป็นภาษาที่มีโครงสร้างของคำที่ไม่มีตัวสะกด

ผู้วิจัยได้กล่าวถึงปัจจัยหลักที่สนใจกล่าวคือรูปแบบของภาษาที่แตกต่างกัน และความหลากหลายของภาษาที่หนึ่ง ดังนั้นบทบาทของการถ่ายโอนภาษาที่หนึ่งมายังภาษาที่สองนั้นจึงเป็นที่สนใจในการศึกษาครั้งนี้

งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเน้นศึกษาผลของอิทธิพลจากภาษาที่หนึ่ง และการรับรู้ของผู้เข้าร่วมวิจัยที่มีต่อเสียงตัวสะกดเดี่ยวและตัวสะกดควบกล้ำ ผู้เข้าร่วมวิจัยจำนวน 25 คนมีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษในระดับเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่มีปัจจัยที่ต่างกันคือ ความแตกต่างทางด้านภาษาแม่ ภาษาแม่ต่าง ๆ นั้นมีความใกล้เคียงภาษาอังกฤษ จึงอาจก่อให้เกิดความแตกต่างกันได้ ผู้เข้าร่วมวิจัยถูกบันทึกเสียงพูด และเสียงตัวสะกดเดี่ยวและตัวสะกดควบได้ถูกวิเคราะห์

ผลการวิจัย สระเดี่ยว ผู้เข้าร่วมวิจัยทั้งหมดแม้ว่าระบบเสียงในภาษาแม่ของพวกเขาบางส่วนจะไม่ประกอบไปด้วยเสียงตัวสะกด ก็สามารถออกเสียงเสียงก้องกังวาน (Sonorant) และเสียงสกัดกั้นไม่ก้อง (Obstruent) ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ในการสร้างเสียงตัวสะกดควบกล้ำนั้น ผลเผยให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยบางส่วนตัดตัวสะกดควบกล้ำไป เนื่องจากในภาษาที่หนึ่งของพวกเขานั้นไม่พบตัวสะกดควบกล้ำ แต่อย่างไรก็ตามการตัดหรือลด (deletion) ตัวสะกดควบกล้ำนั้น เกิดขึ้นในบางเสียงเช่นเสียง fricative-stop

ผู้วิจัยแนะนำว่าความถี่ในการได้รับ treatment ไม่ได้มีส่วนช่วย ถ้าตัวสะกดควบกล้ำถูกใช้ในฐานะการฝ่าฝืนลำดับขั้นของเสียงก้องกังวาน ดังนั้นเอง การให้ treatment พิเศษ กล่าวคือ /bs/ และ /ps/ นั้นเป็น treatment ที่จำเป็น

นอกจากนี้มีผลที่แสดงผลการลด (ตัด) เสียงตัวสะกดควบกล้ำ

ผู้วิจัยกล่าวซ้ำถึงอิทธิพลของภาษาที่หนึ่งที่ส่งผลต่อการลดเสียงตัวสะกดควบกล้ำ

จึงสรุปได้ว่า ผู้พูดในภาษาที่หนึ่งที่ขาดซึ่งเสียงในตำแหน่งตัวสะกดจะไม่สามารถรับรู้เสียงที่ไม่พบในระแบบเสียงเป้าหมาย (English) และยังอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตเสียงของตัวสะกดนั้น ๆ ได้

งานวิจัยชิ้นนี้เด่นชัดทางด้านปัญหาการถ่ายโอนของรูปแบบ และระบบเสียงภาษาที่หนึ่งที่ส่งผ่านไปยังภาษาที่สอง ซึ่งการมีและไม่มีในภาษาที่หนึ่งนั่นอาจส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาที่สองได้ อย่างไรก็ตามในงานวิจัยบางชิ้น เชื่อว่าการเรียนภาษาที่สองนั้นผู้เรียนควรแยกแยะภาษาที่หนึ่งและภาษาที่สองให้ออกจากกัน