ตามหลักคู่มือ Diagnotic and Statistical Manual of Mental Disorders (4th ed.) ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารุนแรงจะมีอาการซึมเศร้า รู้สึกเศร้า มองเห็นได้ว่าเศร้าหรือร้องไห้ แทบทุกวันเป็นเวลานานเกินสองสัปดาห์ และมีอาการอื่นๆ ได้แก่ ความสนใจและสมาธิลดลง น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงผิดปกติ นอนหลับได้น้อยหรือมากกว่าปกติ อ่อนเพลียไม่สามารถตัดสินใจทำกิจกรรมต่างๆได้ดีนัก

 

จากหนังสือเรื่องโรคซึมเศร้า ของสำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน แปลจากหนังสือ Caring for the Mind: the Comprehensive Guide to Mental Health (ของ Dianne Hales & Rober E. Hales, M.D.) โดยคุณแสงอุษา สุทธิธนกูล และบรรณาธิการโดย รศ.น.พ. มาโนช หล่อตระกูล กล่าวว่า การใช้จิตบำบัดด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรม เน้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และ/หรือร่วมกับการใช้ยาทางจิตเวช เป็นหนทางการรักษาผู้ป่วยซึมเศร้า แต่ไม่มีวิธีใดวิธีเดียวที่จะบำบัดรักษาผู้ป่วยซึมเศร้าได้ทุกคน เนื่องจากผู้ป่วยบางรายมีปัญหาอื่นๆร่วมด้วย เช่น การใช้สารเสพติด สมองเสื่อม โรคจิตชนิดอื่น โรคทางระบบประสาทอื่น อย่างไรก็ตามยังคงมีแนวทางการบำบัดอื่นๆ ได้แก่ การอบรมช่วยเหลือผู้ป่วยซึมเศร้าแบบกลุ่ม สัปดาห์ละหนึ่งหรือสองครั้ง นานถึงแปดสัปดาห์ เพื่อดูผลการควบคุมอาการนานถึงหกเดือน การฝึกปรับตัวเข้ากับปัญหา การออกกำลังกาย การสร้างสัมพันธภาพร่วมกับผู้อื่น การมีโภชนาการที่ดี เป็นต้น

 

นักกิจกรรมบำบัดทางจิตสังคม คือผู้เชี่ยวชาญอีกสาขาหนึ่งที่พร้อมแนะนำและให้การบำบัดผู้ป่วยซึมเศร้าให้สามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคม จากการประยุกต์ความรู้ทางการแพทย์และหลักการทางกิจกรรมบำบัดในผู้ที่มีความบกพร่องทางจิตสังคม ผู้ป่วยซึมเศร้าควรเข้ารับการประเมินความสามารถของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตอย่างเร็วที่สุด ภายใต้ระบบกิจกรรมบำบัดสองประการ ได้แก่

 

ประการแรก การประเมินและการรักษาทางพื้นฐานทักษะทางจิตสังคม คือ self-efficacy and experience of the past success, mind-social awareness, motivational personality, interpretation of self-identity/self-esteem/self-concept, occupation factors (frequency, meaning, satisfaction, importance, role of task), mood, movement pattern, memory, cognition, attention

 

ประการที่สอง การประเมินและการรักษาความสามารถในกิจกรรมต่างๆ คือ dressing, eating, learning, making meal, manipulation tasks, money management, socialization, shopping, walking, washing, writing, community mobility, education, leisure, work

 

จะเห็นได้ว่าหัวข้อแต่ละด้านดังกล่าว สามารถนำเสนอเพื่อวางแผนการรักษาผู้ป่วยซึมเศร้า ในระดับกิจกรรมบำบัดอย่างง่ายไปยาก ระดับใช้เวลาการรักษาในระยะสั้นถึงระยะยาว การจัดการรักษาแบบตัวต่อตัวหรือแบบกลุ่ม ที่อาจนำญาติผู้ดูแลผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สาขาอื่นๆ เข้าร่วมในการวางแผนรักษาด้วย เมื่อใดก็ตามที่ผู้ป่วยซึมเศร้าสามารถมีทักษะทางจิตสังคมที่พัฒนาขึ้นพร้อมๆกับการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเองและมีความสุข เมื่อนั้นอาการต่างๆของโรคซึมเศร้าก็ค่อยๆลดลงอย่างเป็นลำดับ