เมื่อวันก่อน หลังจากละหมาดซุฮฺริ ก็ได้นั่งพูดคุยกับอาจารย์จารุวัจน์รองคณบดีคณะศิลปะศาสตร์ฯ อาจารย์ได้พูดถึงการพัฒนาขององค์กร ไม่ควรหยุดนิ่ง ไม่ควรย่ำอยู่กับที่ ที่สำคัญอะไรที่มันผิดเคยเป็นบทเรียนไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก ควรจะมีขั้นตอนหรือกระบวนการที่ไม่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

                ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ในสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา มีอาจารย์คนหนึ่งพูดถึงบ่อยๆ เกี่ยวกับการพัฒนาของมุสลิม โดยท่านจะกล่าว من سوا يوماه فهو مغبون  หมายถึง ผู้ใดทำให้สองวันของเขาเท่ากันผู้นั้นก็จะเป็นผู้ที่ถูกโกง คือเป็นคนไม่ฉลาด ไม่สามารถที่จะทำให้โอกาสทำในสิ่งที่งอกเงยได้ ถ้าผมจำไม่ผิดท่านบอกว่านี่คือหะดีษนบี ผมก็ลองกลับค้นหาดูว่า หะดีษนี้ใครรายงานและใครคือผู้บันทึก

                หลังจากได้ค้นหาดูแล้วยังไม่พบผู้รายงานหะดีษนี้ และยังไม่พบว่าผู้ใดเป็นผู้บันทึก พบเพียงแต่ว่าบางบันทึกบอกว่าเป็นหะดีษนบีเฉยๆ ไม่ได้อ้างอิงผู้รายงานและผู้บันทึก และส่วนใหญ่แล้วจะอ้างอิงว่าคำพูดนี้เป็นคำพูดของผู้นำ เช่น ตำราบางเล่มบอกว่าเป็นคำพูดของ อิมามอะลี บินอะบีฏอลิบ บ้างก็ว่าเป็นคำพูดของ อิมามญะฟัร อัศศอดิก สวนมากแล้วจะอ้างว่างเป็นคำพูดของผู้นำในสายชีอะห์ ผมก็ถามผู้รู้ต่อว่าเมื่อเป็นคำพูดของชีอะห์เรามีหลักการนำไปใช้ได้อย่างไรบ้าง ท่านก็ตอบว่าคำพูดลักษณะนี้เป็นคำพูดในเชิงปรัชญา ซึ่งคำพูดลักษณะนี้เราก็เคยพูดอ้างถึงแม้ว่าคำพูดนั้นไม่ได้เป็นคำพูดของมุสลิม

                ผมขอคัดคำพูดเต็มๆ ของอิมาม ชีอะห์ท่านหนึ่ง ท่านกล่าวว่า

من استوى يوماه فهو مغبون
ومن كان آخر يوميه شرهما فهو ملعون
ومن لا يعرف الزيادة في نفسه فهو إلى النقصان
ومن كان إلى النقصان فالموت خير له من الحياة
القائل : الإمام موسى الكاظم            
ผู้ที่ ทำให้สองวันของเขาเท่ากัน... เขาคือผู้ที่ถูกโกง(ไม่ฉลาด)                
ผู้ที่สิ้นสุดของวันที่สองของเขาด้วยสิ่งที่ไม่ดีกว่าวันก่อนหน้านั้น... เขาคือ ผู้ที่ถูกสาปแช่ง                  
ผู้ที่ไม่รู้จักเพิ่มพูนแก่ตัวเอง... เขาคือ ผู้เข้าสู่การขาดทุน                
ผู้ที่เข้าสู่การขาดทุน... การไม่มีชีวิตอยู่ย่อมดีกว่าการที่เขามีชีวิตอยู่                                
(เป็นคำพูดของ อิมาม มูซา อัล-กาซิม) 

                องค์กรไม่ควรหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ควรทำอะไรที่ซ้ำๆเหมือนวันที่ผ่านมา จะต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเสมอ คณะก็ดี หน่วยงานในคณะก็ดี หรือแม้กระทั้งสถาบัน ก็ไม่ควรทำงานแบบโรทีนอย่างเดียว จะต้องมีวิสัยทัศน์ และเดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

                (ส่วนเรื่องประสบการณ์ ความผิดพลาดที่ผ่านมา ไม่ควรให้เกิดซ้ำอีก ผมขอนำเสนอมาในภายหลัง)