สงกรานต์ปีนี้...ทำเอาฉันอึ้งไปเลย...อุตส่าห์ระวังก็แล้ว...
จะขับจะขี่รถยนต์ ฉันไม่เคยประมาท...แต่ก็พลาดจนได้...
เราไม่ไปชนเขา...แต่ก็จะมีคนมาชนเราแทนอยู่ดี...
รถยนต์จอดไว้ดี ๆ ที่ลานจอดรถ...แต่ก็ไม่วายโดนชนบั้นท้าย...
สงกรานต์ปีนี้ เหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดก็เกิดขึ้น...
ญาติทางฝ่ายน้องอ้อม (น้ารัญ) ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน
ด้วยโรคโลหิตในสมองแตก ผสมกับโรควูบตามที่เคย ๆ เป็น...
เย็นวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๗ ฉันและฟ้าคราม + น้องอ้อม
ได้ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล...แต่พอเช้ามาอาการไม่ดีขึ้นเลย
สุดท้ายก็จากพวกเราไปอย่างสงบ เพราะอาการที่เห็นคนเป็นโรคนี้
ไม่ได้สติ ไม่สามารถตอบโต้กับคนดี ๆ อย่างเราได้เลย...
น้ารัญเป็นน้าที่ใจดีสำหรับเด็ก ๆ อย่างน้องเพรียง - น้องอ้อม -
และเจ้าฟ้าคราม...เคยหยอกเย้ากระเซ้าแหย่กับหลาน ๆ เสมอ...
ฟ้าครามไปเยี่ยม หนูเห็นสภาพของน้ารัญ เห็นพยาบาลมาทำการ
ลอกเสมหะให้ ฟ้าครามใจกล้ามาก ๆ ยืนดูเฉย ๆ ไม่กลัว กล้ามอง
ย่าถามว่า..."ฟ้าไม่กลัวรึ?" ฟ้า ฯ ตอบย่าว่า..."ไม่กลัว"...
แต่ย่าสิ!!!...ถึงกับเข่าอ่อน จะเป็นลม ดมยาดมตลอด...
แต่เจ้าฟ้า ฯ สิ บังคับให้ย่าพาไปดูตลอด...
สุดท้าย...ชีวิตคนเรา ไม่พ้น..."ความตาย"...
ที่มาพลัดพรากให้พวกเราต้องมาจากกัน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้
ไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่า..."เราจะต้องจากกันแล้วนะ"...
พอตอนสาย ๆ - บ่าย ๒ น้องเพรียง - น้องอ้อม ก็ไปจัดการ
เรื่องศพให้ กว่าจะนำศพออกมาจากโรงพยาบาล หมอไม่เชื่อว่า...
จะเป็นอุบัติเหตุเพราะรถมอเตอร์ไซด์ล้ม เนื่องจากวูบ...
หมอต้องทำการผ่าตัดสมองดู...จึงเชื่อว่าเส้นเลือดในสมองแตก...
ช่วงที่ลูก ๆ นำรถเข้าไปในเมืองพิษณุโลก ฉันใจคอไม่ค่อยดี...
เกรงว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น...ฉันทั้ง line ทั้งโทรหาลูก ๆ เป็นระยะ ๆ
แต่ก็ไม่มีเหตุอะไรจะเกิดขึ้น
ช่วงบ่าย ๒ กว่า ๆ น้องอ้อมโทร.มาบอกฉันว่า..."แม่ถึงวัดแล้วนะ"
กำลังจะนำศพเข้าโลงเย็นกันก่อนเสร็จแล้วก็จะกลับบ้าน...
ฉันก็ยิ้มอยู่ในใจว่า ลูก ๆ ไม่เป็นอะไรแล้ว ค่อยโล่งอก...
สิ่งที่ฉันนึกวิตกในใจตลอด คงไม่เป็นไรแล้ว...
พอสักประเดี๋ยว...ฉันได้ยินโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันเอื้อมมือไปรับ
เป็นเสียงของน้องเพรียง...บอกแม่มาว่า "แม่ รถยนต์ถูกชน"...
เข่าอ่อนเลยฉัน ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่า ทำไม? เพราะอะไร?
ลูกขับรถ ฯ อย่างไร?...แต่เปล่า? น้องเพรียงบอกแม่ว่า...
"เพรียงยังไม่ได้ขับรถนะ จอดอยู่ดี ๆ เขาก็มาชนบั้นท้ายรถ"...
ฉันได้บอกให้น้องอ้อม นำรถมอเตอร์ไซด์มารับฉันที่บ้าน
เพราะคู่กรณีไม่ได้หนี...พอชนแล้วก็นั่งรอฉันอยู่...
แต่ฉันสิ!!! อาการทางจิต บอกไม่ถูก เกลียดก็เกลียด แค้นก็แค้น
ทำไม? รถจอดอยู่ดี ๆ เขาถึงมาชนท้ายรถของเราได้ล่ะ...
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นชายวัยใกล้ ๆ กับ พ่อเรของน้องเพรียง
นั่งอยู่กับเมียของเขา...เขาบอกว่ามองไม่เห็น..."อุต๊ะ!!!"...
ฉันเห็นสภาพรถของฉัน..."นี่นะ มองไม่เห็น โดนเต็ม ๆ"...
แรก ๆ ฉันก็ฉุน...ต้องนั่งตั้งสติได้พักใหญ่ ๆ...สุดท้ายก็ได้แต่ "ทำใจ"
โกรธไปก็เท่านั้น เกลียดไปก็เท่านั้น...สุดท้ายก็ "อโหสิกรรม"
ดีที่เขาบอกว่า "จะชำระค่าเสียหายทั้งหมดให้"...ก็แน่ล่ะ...
ลองไม่ชำระสิ!!! เป็นได้เกิดเรื่อง...เพราะไปเช็คที่ศูนย์ Toyota มา
ราคาเบื้องต้น ๑๑,๙๘๕ บาท แน่ะ!!! ก็ลองไม่ชำระให้สิ...
เป็นอันต้องเกิดเรื่องแน่ ๆ...(การเปลี่ยนต้องสั่งมาเปลี่ยนใหม่
เพราะของเดิมเป็นไฟเบอร์ ช่างซ่อมไม่ได้)...
ณ บัดนี้ ฉันจึงจำเป็นต้องขับรถ ฯ เปิดบั้นท้ายไปเกือบเดือนเลย
เชียวล่ะ...เหนื่อย...ในสมองของฉันก็ได้แต่คิดว่า...เราไม่ประมาท
คนอื่นเขาก็ประมาท...นี่ขนาดจอดไว้เฉย ๆ นะเนี่ย!!!...
งานนี้พูดไม่ออกเลยอ่ะ...ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า "ซวย" หรืออะไรกันแน่...
เขียนไว้เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับตนเองว่า...เราไม่ไปทำคนอื่น...
คนอื่นเขาก็มาทำเรา..."อนิจจัง" แท้ ๆ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๑๗ เมษายน ๒๕๕๗
ส่วนรถของคู่กรณีไม่เป็นอะไรเลยอ่ะ...
..... เรียกว่า ซ้อมได้ ค่ะ .... อย่าเครียดไปเลย ค่ะ ....
ใจเย็นๆนะคะ ดูโกรธมากเลย ไม่เป็นไรค่ะ เขาไม่ได้ตั้งใจไม่อยากให้เกิดไม่อยากเสียเงินเสียเวลา แค่บั้นท้ายเท่านั้นเด็กๆไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วเป็นที่รถ แต่ตอนนี้คงไม่โกรธแล้วนะคะ ลูกชายพี่ดาเคยขับรถพังทั้งคันเพียงพริบตาเดียวพี่ดาก็ไม่โกรธเขาปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ...
ถือว่าฟาดเคราะห์ค่ะ ถ้าไม่เจอชนแบบนี้อาจเจอเรื่องใหญ่กว่า ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ต่อจากนี้ขอให้ประสบแต่โชคดีนะตะ
มาเด้อขวัญเอ้ย
ให้กำลังใจนะครับ...ผ่านไปด้วยดีนะครับ
ไม่มีอะไรที่แน่นอนในโลกนี้..รู้ เข้าใจโลก เข้าใจตน ประคองใจตนได้ ก็เย็นครับ..เครียดไปก็ทำร้ายตนเอง เป็นกำลังใจให้ต่อสู้รู้ชีวิตต่อไปครับ
คิดว่าตัวเองมีเคราะห์ และรับเคราะห์ (เล็ก ๆ ) ไปแล้ว พร้อมกับหาเวลาไปทำบุญเพิ่ม เพื่อให้เคราะห์อื่น ๆ ที่ใหญ่กว่าไปเที่ยวที่อื่นก่อน นะครับ
รถของผมเมื่อวานไปจอดซื้อของที่โลตัสท่าทองช่วงเย็น พอลงมาตรวจสอบฝาพลาสติกครอบล้อ หลังขวา หายไปซะแล้ว นึก ๆ ดูเนื่องจากพึ่งเปลี่ยนทั้ง 4 ล้อ ความเป็นไปได้จึงน่าจะถูกขโมยมากกว่าหลุดหายไปเอง เหตุเล็ก ๆ แค่นี้ผมยังหงุดหงิด แต่เมื่อทำใจว่า "ช่างมัน" กลับถึงบ้านหาอะไหล่ชุดเดิมที่พอทดแทนได้มาใส่แทนที่ แค่นี้ก็ครบ 4 ล้อแล้ว
ใจเย็นๆๆ...เจ้าค่ะ...
ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านค่ะ และขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ