วันนี้ที่รอคอย 2

 

รุ่งอรุณของวันที่ 5 เมษา 57 เป็นวันที่จะมี 2 กิจกรรมในวันนี้ คือ

กิจกรรมช่วงเช้า  กับกิจกรรมช่วงบ่ายถึงค่ำ

 

 

 

คุณมะเดื่อขอให้น้องกุ๊ก ลูกสาวเจ้าของบ่อปลา ช่วยไปรับ " ส.ส."

(สาว..สาว ) ทั้งสี่จากรีสอร์ท ให้มารวมกันที่บ่อปลา ซึ่งท่าน " ส.ว."

(สภาพบุรุษสูงวัย ) รออยู่แล้ว เพื่อเดินทางมุ่งสู่ด่านสิงขรตามกำหนด

ไว้

 

 

 

 

ส.ส. มาด้วยสีสันสดใส

 

 

 

ลุงวอ...บอก...ขอแจมความสดใสด้วย 

 

 

 

พอทุกคนมาพร้อมกัน ท่านอาจารย์ขจิต ก็ขอให้ทุกคนไปรวมกัน ณ...

" ปรำพิธี "  คุณมะเดื่อจะไม่ขึ้นไป เพราะคาดว่าจะเป็นการถ่ายภาพร่วม

กัน...แต่ทุกคนบอกว่าต้องไปด้วย....เป็นการมอบดอกไม้ " สุดคะนึง"

ให้กับคุณมะเดื่อนั่นเอง.....ขอบอกตามตรงว่า...ลืมไปแล้วจริง ๆ ไม่ได้

นึกถึงเรื่องนี้เลย  ทั้ง ๆ ที่อาจารย์ขจิตบอกไว้แล้ว...แต่ความยินดี และ

ดีใจที่คุณมะเดื่อได้พบทุก ๆ คน มันเป็นความปีติยินดีที่ทำให้ลืมเรื่อง

อื่น ๆ ไปได้จริง ๆ นะ  ท่านอาจารย์ขจิตขอมอบหน้าที่ให้ลุงวอเป็นผู้

แทนของโกทูโน มอบช่อดอกไม้ให้คุณมะเดื่อ  ขอบคุณมาก ๆๆๆๆๆๆ

 

 

 

จากนั้นพวกเราจึงมุ่งหน้าไปยังตลาดด่านสิงขร ซึ่งวันนี้เป็นวันเสาร์จะ

เป็นวันที่มีตลาดนัดใหญ่  จึงพบว่า วันนี้ มีผู้คนมากหน้าหลายตากว่าวัน

ธรรมดา  ซึ่งมีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ

 

 

 

ที่จอดรถหายากมาก เพราะตลาดล่าง ตรงบริเวณที่เคยเป็นที่จอดรถ

กำลังทำการสร้างเป็นอาคารถาวรใหม่ 

 

 

 

บริเวณตลาดล่าง ซึ่งเป็นตลาดแห่งแรกของด่านสิงขร ได้รื้อถอนไป

และกำลังก่อสร้างอาคารถาวร

 

 

 

อาจารย์ขจิตบอกให้พวกเราฟังเพลง " จดหมายถึงพ่อ " ภาคภาษาต่าง

ประเทศ...ขับร้องโดยหนุ่มหล่อคนหนึ่ง ในแบบฉบับ วณิพก ตรงหน้ามี

เครื่องดนตรีหลายชนิด กับเต่าพิการตัวหนึ่ง...เป็นวงดนตรีที่มีนักร้อง

และนักดนตรีทั้งวง เพียงคนเดียว มีความสามารถเหลือเฟือจริง ๆ

 

 

 

 

พวกเราเดินดูร้านรวง และสินค้าตามความสนใจ  ลุงวอเจอของถูกใจ..

ฝักสะบ้า  

 

 

ลุงวอขอซื้อฝักสะบ้ามาหนึ่งฝัก เพื่อเอาไว้ให้เด็ก ๆ ได้ศึกษา คุณ

มะเดื่อเคยเห็นฝักสะบ้ามาหลายครั้ง ตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ แต่ไม่

เคยทราบว่าเป็นฝักของสะบ้า

 

 

 

เจ้าหัวใหญ่ ๆ นี่ ลุงวอบอกว่า เป็นสบู่เลือด หรือกลิ้งกลางดง

 

 

 

รถสำหรับบรรทุกสิ่งของ หน้าตาแปลก ๆ ยังไม่ยืนยันว่าเป็นของ

สัญชาติใด  มาด่านสิงขรก็นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่คุณมะเดื่อเพิ่งเคยเห็น

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกจ้ะ

 

 

 

ลงจากด่านสิงขร แล้วจึงแวะกินมื้อ (ใกล้) เที่ยง ที่ร้านอาหารครัว

ผู้ใหญ่ฉอ้อน ซึ่งอาหารรสชาติดี ราคาไม่แพง

 

 

 

หลังอาหาร พวกเราไปต่อกันที่ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ

หว้ากอ ไปที่อาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แต่วันนี้โชคไม่ดีเลย เพราะในตัว

อาคารไฟดับ ทำให้ค่อนข้างมืด แอร์ไม่ทำงาน คงใช้ไฟสำรอง จึงพอ

มองเห็น และ ใช้พัดลมเปิดให้ความเย็นแทน .. เดินดูจนถึงชั้นล่าง ฝน

ก็ตกลงมาอย่างหนัก  จึงนั่งรอให้ฝนหยุดก่อน  ในใจคุณมะเดื่อ นึกเป็น

ห่วงเรื่องการจะเดินทางเข้าไปที่บ่อปลา เพราะ ถ้าที่นั่นฝนตกหนัก

เหมือนที่นี่...มีหวัง ต้องเดินลุยโคลนเข้าบ่อแทนนั่งรถเข้าไปแน่ ๆ แต่

โชคดี ที่ที่บ่อปลาฝนตกประปรายเท่านั้น  ออกจากอาคารพิพิธภัณฑ์ ฯ

ก็ไปต่อที่อาคารโดมหอดูดาว ให้มิตรรักแฟนเพลงไปขึ้นชมอาคารโดม

แต่คุณมะเดื่อไม่ได้ขึ้นไป 

 

 

 

ออกจากอุทยานวิทยาศาสตร์ ฯ ก็เลียบชายฝั่งทะเล ผ่านกองบิน 53

เข้าสู่อ่าวมะนาวอันลือชื่อ 1 ใน 3  อ่าว วันนี้ผู้คนไม่มากเท่าที่ควร ทั้งๆ

ที่เป็นวันหยุดยาว คงเป็นเพราะฝนตกเป็นปัจจัย ... เราอยู่ที่นี่กันไม่

นาน ก็เดินทางเลาะชายฝั่งทะเล ผ่านอ่าวประจวบฯ ซึ่งเป็นอ่าวที่ 2

และผ่านอ่าวน้อย อ่าวที่ 3 พร้อมกับเกริ่นตำนานนิทานตาม่องล่ายให้

มิตรรักแฟนเพลงได้ทราบคร่าว ๆ ด้วย แล้วจึงกลับ ฐานที่ตั้ง " รีสอร์ท

พันดาว" เนีื่องด้วยบ่ายโข แล้ว และไม่แน่ใจเรื่องฝนฟ้าว่าจะตกลงมา

อีกหรือไม่...ประการสำคัญ กิจกรรมใหญ่ ช่วงบ่ายถึงค่ำกำลังรออยู่จ้ะ