พ่อแม่บางคนอาจสังเกตเห็นการใช้ความรุนแรงของเด็กตั้งแต่ยังเล็ก
ส่วนนั้นเป็นการแสดงออกตามธรรมชาติเมื่อโกรธ หรือไม่ได้ดังใจ


เล็กๆก็ร้อง โตหน่อยก็อาระวาด

ทำร้ายคนรอบข้าง ทำลายข้าวของ รวมทั้งทำร้ายตัวเอง
การ ดุ ด่า ว่า ตี กักขัง ผูกล่าม

เป็นความรุนแรงที่ผู้ใหญ่ใช้กับเด็กด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เพื่อควบคุมพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของเด็ก


การปลอบ การตอบสนองความต้องการอย่างเหมาะสม

รวมทั้งการเบี่ยงเบนความสนใจใช้ได้ดีในเด็กเล็ก
การไม่ใส่ใจพฤติกรรมไม่พึงประสงค์(ที่ไม่เสี่ยงอันตราย)
การให้รางวัลทางสังคม การชมเชย การยิ้ม การกอด เมื่อเด็กทำดี
การทำโทษตามเงื่อนไขที่ตกลง ใช้ได้ดีเมื่อเด็กโตขึ้น
การรับฟัง การเข้าใจ และการสื่อสารด้วยรักใช้ได้ดีในวัยรุ่น

ผู้เลี้ยงต้องรู้พัฒนาการเด็ก รู้พฤติกรรมตามวัย
และรู้วิธีปฏิบัติต่อเด็กในภาวะต่างๆนั้น
ทำให้เหตุการณ์ไม่บานปลายจนต้องใช้ความรุนแรงกัน


พี่เลี้ยงในสถานเลี้ยงเด็กกลางวันต้องได้รับการฝึกฝนในการจัดการกับพฤติกรรมเด็กได้ดี

วัยอนุบาลเช่นกัน
เริ่มเห็นนักเลงในเด็กบางคน
เห็นการใช้ท่าต่อสู้ในการ์ตูนที่เด็กดูมาเล่นกับเพื่อน
บางครั้งได้รับบาดเจ็บ
ผู้กระทำต้องรู้ รับผิด ขอโทษ และยอมรับการลงโทษตามสมควรแก่เหตุจากครูและผู้ปกครอง
ผู้ถูกกระทำ ต้องรู้จักให้อภัย และเรียนรู้ เรื่องการหลีกเลี่ยงเสี่ยงปะทะ
ครูและผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายจำต้องช่วยเหลือกัน

วัยประถม การปลูกฝังทักษะชีวิต นิสัย โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
การให้อภัยซึ่งกันและกัน
เด็กเหล่านี้ก็จะได้ไม่เคยชินกับการใช้ความรุนแรง
โตเป็นวัยรุ่นที่ใช้ปัญญาแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆได้