กายนี้ก็เหมือนกันย่อมเป็นที่อยู่อาศัยของจิตและเป็นที่เที่ยวไปมาของจิตฉันนั้น...ถ้าจิตมายึดถือกายนี้ว่าเป็นของตนเองอยู่เมื่อใด ย่อมได้รับความทุกข์ความเศร้าโศกเสียใจมีความเดือดร้อนวุ่นวายอยู่เป็นนิตย์"

    หลวงปู่เสาร์ ..พระอาจารย์ของหลวงปู่มั่น

   ท่านอาจารย์เสาร์ กันตสีโล พาพระมั่นพร้อมด้วยสามเณรอีกรูปหนึ่งไปบำเพ็ญสมณธรรมเลียบฝั่งโขงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งข้ามไปฝั่งลาว แต่ก็ไม่พบอาจารย์ที่เก่งด้านกัมมัฏฐาน จึงย้อนมาที่เมืองท่าแขก ฝั่งซ้ายของเกาะอินโดจีน ตรงนี้เป็นป่าน่าอยู่แต่มีสิงสาราสัตว์ชุกชุม และจำพรรษาอยู่ที่นั่น

   พระอาจารย์มั่นเล่าให้พระอาจารย์วิริยังค์ สิรินธโร ว่า "วันหนึ่งมีคณะอุบาสกอุบาสิกาได้นำผ้ามาบังสุกกุล ท่านอาจารย์เสาร์จะต้องการตัดจีวร เราก็ต้องจัดทำทุกอย่าง กว่าจะเย็บเสร็จ ใช้เวลาถึง ๗ วัน ยังไม่เสร็จดี ก็ทำให้เกิดกังวลใจว่า เณรก็ไข้ อาจารย์ก็ไข้ เราก็กลับมาไข้เสียอีก...ถ้าเกิดล้มตายกันเข้า ใครจะเอาใครไปทิ้งไปเผากันเล่า...

   ...จึงได้คิดมานะขึ้นในใจว่าบัดนี้เราไม่มีทางเลือกอื่นที่จะมาระงับเวทนานี้ เพราะยาก็ฉันแก้ไข้ไม่มีเลย มีแต่กำลังอานุภาพแห่งภาวนานี้เท่านั้น เพราะว่าเรามาอยู่ที่นี่เพื่ออบรมตนในทางเจริญกัมมัฏฐานภาวนา เราจะมาคิดส่ายไปทางอื่นหาควรไม่...แม้จะตายขอให้ตายด้วยการภาวนาไม่ต้องท้อถอยอ่อนแอ...

   ...ท่าจึงกำหนดพุทโธเป็นบริกรรมต่อไป ครั้นบริกรรมพุทโธๆ ก็นึกถึงคำสอนของอาจารย์ขึ้นมาว่า กายนี้เป็นที่อาศัยของจิตและเป็นทางเดินของจิต เปรียบเสมือนแผ่นดิน ย่อมมีทางน้อยใหญ่ให้เป็นที่สัญจรของหมู่สัตว์ ทุกหมู่เหล่า

   ...กายนี้ก็เหมือนกันย่อมเป็นที่อยู่อาศัยของจิตและเป็นที่เที่ยวไปมาของจิตฉันนั้น...ถ้าจิตมายึดถือกายนี้ว่าเป็นของตนเองอยู่เมื่อใด ย่อมได้รับความทุกข์ความเศร้าโศกเสียใจมีความเดือดร้อนวุ่นวายอยู่เป็นนิตย์"

   การเจ็บไข้ได้ป่วยทำให้ทั้ง๓ท่านต้องกลับสู่ประเทศไทย...

   "เมื่อหมดหนทางเพราะไม่มีใครช่วยแล้ว เรานั่งสมาธิเข้าที่อยู่โดยการเสียสละกำหนดจิตแล้วทำความสงบ ทำให้เป็นหนึ่งแน่วแน่ไม่ให้ออกนอกเป็นอารมณ์ได้เลย เพราะขณะนั้นทุกขเวทนากล้าจริงๆ ครู่หนึ่งปรากฏว่าศรีษะลั่นเปรี้ยะปร๊ะไปหมด จนเหงื่อไหลออกมาเหมือนรดน้ำ เมื่ออกจากสมาธิปรากฏว่าไข้หายไปราวกับปลิดทิ้ง นี่เป็นการระงับอาพาธด้วยธรรมโอสถเป็นครั้งแรกของเรา หลังจากพยาบาลอาจารย์ของเราแล้วก็เดินทางกลับประเทศไทย..."

...................

   บันทึกต่อไป: พบรัศมีอัศจรรย์พระอุรังคธาตุ

..................

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

1 เมษายน 2557

พ.แจ่มจำรัส