ข้อคิดที่ได้จากภาพยนต์ Amazing Grace

                      ภาพยนต์เรื่อง amazing grace เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงสภาพสังคมในประเทศอังกฤษที่มีความแตกต่างทางด้านสังคมเป็นอย่างมาก มีการแบ่งชั้นชนอย่างชัดเจน ชนชั้นขุนนางและพ่อค้ามีความร่ำรวยมั่งคั่ง แต่ชนชั้นสามัญชนบางส่วนมีความยากจนต้องดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก และโดยเฉพาะชนชั้นทาสที่ถูกกดขี่ข่มเหงไม่ต่างจากสัตว์เป็นเรื่องผิดมนุษยธรรมอย่างมาก
                      ตัวเอกของภาพยนต์คือ วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ (William Wilberforce) ผู้เป็นสมาชิกรัฐสภาอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดในเวลานั้น เพื่อยกเลิกกฎหมายการค้าทาสในสหราชอาณาจักรอังกฤษ ซึ่งเวลานั้นนับได้ว่าเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงจนแทบประเมินค่าไม่ได้ เนื่องจากมีทาสผิวดำชาวแอฟริกาถูกเกณฑ์มาขายในตลาดค้าทาสกว่า 12 ล้านคน ผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลเกิดขึ้นบนเลือดเนื้อ ความตายและความเจ็บปวดของเพื่อนมนุษย์ ที่พวกเขาถูกมองว่าไม่ได้แตกต่างอะไรจากสัตว์ใช้งาน ใคร ๆ ก็มีสิทธิกอบโกยประโยชน์จากชีวิตทุกหยาดหยดของพวกเขาได้อย่างชอบธรรม เพียงเพราะเขาเกิดมามีสีผิวและหน้าตาที่แตกต่างจากคนบางกลุ่มเท่านั้น
                     การเลิกทาสดังกล่าวเป็นกฎหมายที่มีร่างฐานมาจากศาสนาที่เน้นความมีศีลธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน แต่ก่อนการเลิกทาสกลับเกิดเหตุการณ์ตรงกันข้ามกับหลักศาสนา ทาสชาวแอฟริกันถูกทารุณจากเพื่อนมนุษย์ด้วย ถูกล่ามโซ่ตรวน ทรมานกาย ถูกใช้งานอย่างหนัก ไม่มีสิทธิเสรีภาพในร่างกายของตน วิลเลียมพยายามผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมอังฤษ แต่ต้องเผอิญกับความยากลำบากถึง20ปี กว่าที่จะสามารถยกเลิกทาสในประเทศอังกฤษจนหมดสิ้น แนวคิดดังกล่าวของอังฤษส่งผลต่อชาติอื่นๆเช่นเดียวกัน
                     มีการรับรองเรื่องทาสไว้ใน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ4 ​บุคคลใด ๆ จะถูกยึดเป็นทาส หรือต้องภาระความจำยอมไม่ได้ ความเป็นทาสและการค้าทาสเป็นห้ามขาดทุกรูปแบบ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน HR-LLB-TU-2556-TPC



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

าสนา....ที่เน้น .... ความมีศีลธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน แต่ก่อนการเลิกทาส ....


ขอบคุณค่ะ