การได้รับสิ่งดี ๆ...

      ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ฉันต้องเดินทางเข้า กทม. ครั้งแล้วครั้งเล่า...

ที่มีการพิจารณาผลงานวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์,

รองศาสตราจารย์ ฉันพร้อมด้วยน้อง ๆ เจ้าหน้าที่ภายในกองบริหารงานบุคคล

จะต้องนำเอกสารที่บุคลากรสายวิชาการเสนอขอผลงานทางวิชาการ

ขึ้นรถตู้ของมหาวิทยาลัยนำเข้าไปเพื่อเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการ

พิจารณาผลงานทางวิชาการ...

      ๑ เมษายน ๒๕๕๗ เป็นวันที่ได้ร่วมประชุมกับคณะกรรมการพิจารณา

ผลงานทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งให้ท่านได้เป็นคณะกรรมการ...

การประชุมมีทั้งมีปัญหาและไม่มีปัญหา...แต่ทุก ๆ การประชุมก็ผ่านพ้น

ไปได้ด้วยดี...สิ่งหนึ่งที่ฉันและเจ้าหน้าที่ภายในกองต้องปฏิบัติ เรียกว่า

"ถือปฏิบัติ" นั่นคือ..."การรักษาความลับ" เรียกว่า "ลับ" มาก ๆ...

จนกว่าทุกขั้นตอนจะผ่านพ้นไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการเสนอขอผลงานฯ

และนี่ก็คือ "อีกหน้าที่หนึ่ง" ที่คนทำงานด้านบุคคล ต้องรักษาความลับ...

แต่ก็จะมีผู้ที่อยากรู้ อยากทราบ โทร. (ถาม) ให้บอก...แต่ "ความลับ"

ก็คือ ความลับ...รักษาให้ได้...ฉันก็ทำมาถึง ๒๖ ปี นี่คือ อีกหน้าที่หนึ่ง

ที่ใคร ๆ อาจไม่ทราบ...ฉันเก็บรักษาความลับของทางราชการ...ใครอยาก

ทราบก็ให้ไปทราบจากท่านอื่นที่ไม่ใช่ฉัน...

      เมื่อเสร็จจากการประชุม...อีกหน้าที่หนึ่ง นั่นคือ นำคณะกรรมการไป

ทานอาหารกลางวัน...แม้ว่าเป็น ผ.อ.กอง แต่ก็หาได้ทำตัวว่าไม่บริการ...

ฉันยังคงทำหน้าที่ถือกระเป๋าให้กับผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ฉันเชิญท่านมาประชุม

ทำเหมือนเช่น เด็ก ๆ ที่คอยรับใช้ผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่า...แม้ว่าท่าน ๆ ทั้งหลาย

ดูจะเกรงใจ แต่ฉันก็ไม่เคยทำตัวนิ่งดูดาย เพิกเฉย ละเลย...เพราะฉันรู้ตัวว่า

ตัวเองเป็นเด็กกว่า...ยังสามารถทำให้ท่านได้ ดีกว่าปล่อยให้ท่านถือเอง

เพราะอายุท่านก็มากกว่าฉันตั้งมากมาย...

      ยามร่วมวงทานข้าวกลางวันด้วย...ท่านทั้งหลายก็มีมุขตลก เล่าให้ฉัน

ฟังเป็นข้อคิดมากมายในการทำงาน...บางท่านเล่าถึงประสบการณ์ที่ท่านได้

พบเจอมาให้ฉันเป็นข้อคิด...บางท่านแซวฉันว่า...เห็นฉันไม่ค่อยพูดแสดงว่า

นั่งเก็บข้อมูลสิน่ะ...ฉันก็ได้แต่ยิ้มรับ...นี่คือ ความเป็นมิตรไมตรีที่ผู้ใหญ่มี

ความเมตตาให้กับเด็ก ๆ เยี่ยงฉัน พร้อมได้ข้อคิดต่าง ๆ ในการทำงานเพิ่มขึ้น

หมายเหตุ  :  ผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านการันตรีด้วยคำนำหน้าว่า ศาตราจารย์ ดร. กันทุกท่าน

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑ เมษายน ๒๕๕๗