pic.from www.tprgroupnetwork.com
เวลาเรานั่งอ่านหนังสือนิ่งๆ สงบๆ จนจิตฟุ้งซ่านไปตามเนื้อหาคนเขียน..เหมือนเรากำลังนั่งฟังคนเขียนอยู่ เมื่อเราสะสมเอาความคิดจากคนอื่นไว้มากเข้า จนเรามองเห็นองค์ความรู้ทั้งหลายชัด และบอกเส้นทางของชีวิต จิตใจ ภาษา โลกและจักรวาลได้
เมื่อจิตตกผลึก สงบนิ่ง เราจะเห็นเส้นทางหลวงต่างๆ ของสรรพสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จิตใจเราได้ จากนั้น มันก็สร้างสรรค์เนื้อความ ความจริง ออกมาเป็นภาษา ข้อคิด จนกลายเป็นประโยคต่างๆ ดังนี้
๑) หัวใจ คือ "ผู้ชำนาญ" ของชีวิต เพราะมันช่ำชองในการทำงานปั้มเลือดหล่อเลี้ยงกายเรา จนกระทั่งวันตาย
๒) ถ้ำที่ยาว กว้าง และลึกสุด คือ "สมองและจิต" ของมนุษย์ เพราะไม่มีใครวัดได้แน่นอน
๓) เราถูกหลอกให้สร้างมนุษย์ด้วยการแลกกับ "ความตื่นเต้น ผ่อนคลาย" จากการมีเซ็ส์ เพียงชั่วครู่จนหน้ามืด ตามัว
๔) ต้นกำเนิดของชีวิตคือ "ความอยาก" ที่เชื้อชาติ เชื้อไข อาศัยตามมา
๕) การเข้าใจที่ยากคือ "ตัวใจตน" การเข้าใจคนจึงยากยิ่งกว่าอีกหลายเท่า
๖) เส้นทางของชีวิตคือ "บรมครูที่ยิ่งใหญ่" แต่เจ้าของชีวิตกลับมองเห็นแค่เด็กอนุบาล
๗) สัตว์ "พรางตัว" เพื่อความปลอดภัย "คนพรางใจ" เพื่อความสุขุม รอบคอบ
๘) เรากินข้าวแต่ไม่รู้ "แก่นข้าว" รู้แต่คราวเข้าห้องส้วมเอากากออก
๙) เกิดมาครองกาย "สุขสบาย หายใจทิ้ง" ใช้ทรัพยากรบนโลกจนหมดไป จนกายสิ้นไข ได้อะไรจากการอยู่บ้าง
๑๐) เพื่อนตายคือ "หัวใจ" เพื่อนร้ายคือ "สัญชาตญาณ" เพื่อนแท้คือ "จิตใจ"
๑๑) เราไม่ได้ตายอย่างสิ้นเชิง หากแต่ต้องข้าม "ทะเลแห่งวัฏ" อีกยาวไกล กว่าจะจะถึงฝั่งโน้น
๑๒) ทำงานมากไป จนสมองคุ้นเคยกับงาน แต่ "จิตกลับวุ่นวาย" ซ่านไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่สงบสุข
๑๓) งานที่หนักคือ "งานรักษ์ใจ" เพราะเป็นงานที่ไร้เนื้องาน เป็นเงินเป็นทอง แต่มีผลคือ รู้งานจิต "เข้าใจงานกาย"
๑๔) บ้านคือ ที่นอน ที่พักผ่อนของกาย กายคือ ที่ใจอาศัยสั่ง ใจคือ "แหล่งพลังงาน" ที่แท้
๑๕) มีลูกเอาไว้เรียนรู้ มีคู่เอาไว้สนองกาย มีหลานไว้ เพื่อ "รักษาบำบัดใจ"
๑๖) รักแท้คือ รักปากท้อง รักพี่น้องคือ รักเพื่อจาก รักประจักษ์คือ "รักษาตน"
๑๗) ยิ่งรวย ยิ่งฟุ้งซ่าน ยิ่งจน ยิ่งขยัน ยิ่งขี้คร้าน ยิ่งสบาย
๑๘) อยู่เมืองทิ้งป่า อยู่ป่าทิ้งเมือง อยู่ให้รุ่งเรืองคือ "อยู่เป็นเฟืองของธรรมชาติ"
๑๙) รักตัวก็แคบ รักเขาก็ห่างตัว รักมั่วๆ คือ "สายสมดุล"
๒๐) เมืองคือ ชุมชนแห่งคนพันธุ์อึด (อัด) ชนบทคือ นครแห่งคนพันธุ์อด (ทน)
๒๑) รู้ชีวีและจิตใจแค่วันเดียวก่อนตาย ดีกว่ามีชีวิตอยู่บนโลกเกือบร้อยปี แต่ไม่รู้ชีวี มีเป้าหมายอะไร
๒๒) ช่ำชองแต่วิชาการ แต่ไม่ชำนาญวิชาจิต
๒๓) เมื่อโลกขาดธรรม ธรรมก็ขาดคนครอง ลูกปืน ลูกระเบิด ก็จะคะนองเนือง
๒๔) รักชาติ อย่าขาดโรงเรียน รักเรียน อย่าขาดรู้ รักศัตรู อย่าขาดเมตตา รักสามี-ภรรยาอย่าขาดความเคารพกัน
๒๕) หมอนเอาไว้หนุน บุญเอาไว้ค้ำ ธรรมเอาไว้ครอง สมองเอาไว้คิด จิตเอาไว้ประเมิน (ตน)
๒๖) เด็กต้องตื่นค้น เยาวชนต้องตื่นกาย ผู้ใหญ่ต้องตื่นหา คนชราต้องตื่นรู้ (ตัว)
๒๗) มีรถเหมือนมีตัวพองใหญ่ ไปไหนมาไหนต้องระวัง ทางเดินและคนข้ามถนน
๒๘) "จิตเหมือนมหาสมุทร" ที่คอยดูดซับสรรพสิ่ง ลงสู่ทะเลใจเสมอ
๒๙) เจ้าพระยา แม่คงคา ไหลทั้งปี เหมือนชีวี ไหลไปตามกาล วันเวลา
๓๐) พระจันทร์ และพระอาทิตย์ย่อมมีผลต่อน้ำขึ้นลงฉันใด กิเลส ตัณหา อารมณ์ ย่อมมีผลต่อจิตฉันนั้น
* ทั้งหมด เป็นของผู้เขียนเอง หากใครจะอ้างต่อไม่สงวนสิทธิ์ แต่ขอให้อ้างที่มาด้วย
------------------------<๑-๔-๕๗>----------------------------

บางคนไม่ค่อยเข้าใจถึงเรื่อง "จิตใจ" หรอกนะคะ...ส่วนมากจะเน้นเรื่องแค่มี "ความรู้" มากกว่า ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องของ "จิต" อย่างลึก ๆ หรอกค่ะ
คิด คิด .. น่าคิดให้บ่อย ๆ และจำนาน ๆ คมกริบ!
ขอบคุณมากค่ะ
เขียนได้ดีมากครับ ทุกข้อความล้วนเป็นจริง
ทั้ง 30 ข้อ....ให้ข้อคิด เตือนใจ นะคะ .... ขอบคุณค่ะ