Amazing Grace : ภาพยนตร์สะท้อนปัญหาการค้าทาส

 

(ที่มารูปภาพ : http://i500.listal.com/image/2478776/500full.jpg)

 

          หากจะกล่าวถึงวิธีการสื่อสารที่สามารถบีบคั้นหัวใจสาธารณชนได้อย่างดีวิธีหนึ่งคือ การทำภาพยนตร์ ภาพยนตร์ที่ติดตราตรึ่งใจผู้ชมนั้นมีหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรักโรแมนติก การล้างแค้น สงคราม หรือแม้กระทั่งเรื่องการค้าทาส

          ภาพยนตร์ที่ข้าพเจ้าคิดว่านำเสนอเรื่องการค้าทาส หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ดีเรื่องหนึ่งคือเรื่อง “Amazing Grace สู้เพื่ออิสรภาพหัวใจทาส” เรื่องนี้ถูกฉายในปี 2006 (2549) โดยมีเรื่องย่อคร่าวๆว่า William Wilberforce ผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ พยายามที่จะยกเลิกพระราชบัญญัติการค้าทาสเสีย ท่ามกลางความไม่พอใจของสภาผู้แทนราษฎร

          เมื่อข้าพเจ้าได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่ามีหลักกฎหมายที่ปรากฎในเรื่องนี้หลายประการด้วยกัน ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างเพียงสองเรื่องเท่านั้น คือเรื่องหลักความเป็นอิสระของสมาชิกรัฐสภา (Free Mandate, Freedom of Mandate) และเรื่องสัญชาติของเรือ

          หลักความเป็นอิสระของสมาชิกรัฐสภา1 (Free Mandate, Freedom of Mandate) คือ การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภานั้น ไม่ตกอยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ สมาชิกรัฐสภาสามารถตัดสินใจกระทำการต่างๆในการปฏิบัติหน้าที่ทางรัฐสภาด้วยดุลพินิจของตนเองเท่านั้น ไม่ว่าพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลใดๆมีมติหรือคำสั่งให้ปฏิบัติตาม มติหรือคำสั่งนั้นก็ไม่ผูกพันตัวสมาชิกรัฐสภาให้ต้องทำตามที่ได้รับมอบหมาย

          หลัก Free Mandate นี้ ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ ฉากที่ Lord Charles Fox และ Sir William Dolben ที่เป็นสมาชิกของฝ่านค้านในสภา แต่เมื่อทั้งสองคนได้ทราบถึงความพยายามที่จะยกเลิกพระราชบัญญัติการค้าทาส ทั้งสองคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการยกเลิกนี้ทันที จะเห็นได้ว่า Lord Charles Fox และ Sir William Dolben เป็นฝ่ายค้านในสภาก็จริง โดยหลักไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลจะทำอะไร ย่อมต้องคัดค้านเสมอ แต่ทั้งสองคนมีดุลพินิจว่าต้องการยกเลิกพระราชบัญญัตินี้เสีย แม้ว่าฝ่ายค้านเองจะมีมติไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกพระราชบัญญัติ แต่ทั้งสองคนไม่จำต้องทำตาม Lord Charles Fox และ Sir William Dolbenเป็นสมาชิกรัฐสภา ย่อมไม่ตกอยู่ในอาณัติหรือความผูกมัดใดๆ การกระทำทางรัฐสภาของสมาชิกรัฐสภาย่อมจำยอมต่อมโนสำนึกของตนเองเท่านั้น ดังนั้นการที่ Lord Charles Fox และ Sir William Dolben ให้ความเห็นชอบกับการยกเลิกพระราชบัญญัติการค้าทาสเป็นไปตามหลัก Free Mandate

          สำหรับหลักกฎหมายอีกประการหนึ่งที่ปรากฎในภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นหลักกฎหมายสำคัญที่ทำให้ William Wilberforce และคณะ สามารถยกเลิกพระราชบัญญัติการค้าทาสได้ คือ เรื่องสัญชาติเรือ2

          โดยปกติแล้ว เรือที่เดินเรืออยู่ในท้องทะเล จะต้องมีสัญชาติเสมอ โดยสัญชาติของเรือจะเป็นเครื่องกำหนดว่า เรือลำนั้นผูกพันกับกฎหมายของประเทศใด เรือมีสัญชาติได้เพียงรัฐหนึ่งรัฐเดียว การได้รับสัญชาติของเรือ โดยปกติ ได้มาจากการจดทะเบียนเรือ ณ ประเทศใดประเทศหนึ่งตามเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายของประเทศนั้นกำหนด วิธีการสังเกตสัญชาติของเรือนั้นดูได้จากธงที่เรือลำนั้นแขวนไว้

          เรื่องสัญชาติของเรือนี้ ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ ฉากที่ William Wilberforce และ Thomas Clarkson เข้าไปหา William Pitt นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อที่จะบอกว่า เราจะไม่เสนอร่างกฎหมายยกเลิกพระราชบัญญัติการค้าทาสในปีนี้ แต่จะเสนอร่างกฎหมายการใช้ธงกลางสำหรับเรือขนส่งสินค้าแทน การที่ทั้งสองเสนอร่างกฎหมายการใช้ธงกลางสำหรับเรือขนส่งสินค้านั้น เป็นแผนการที่จะจำกัดการค้าทาสให้หมดไป โดยมีหลักว่า เรือขนส่งสินค้าของฝรั่งเศสทุกลำที่ชักธงของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นธงกลางในขณะนั้น จะถูกจับและปรับค่าสินไหมทดแทนโดยตำรวจ ร่างกฎหมายหมายนี้ถูกให้เหตุผลบังหน้าว่ามีขึ้นเนื่องจากการทำสงครามและความรู้สึกรักชาติเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้ว เหตุผลเบื้องหลังคือ 80%ของเรือค้าทาสจะชักธงสหรัฐอเมริกา เพื่อป้องกันไม่ให้ตำรวจตรวจสอบ ถ้าถูกตรวจสอบเมื่อใด ก็จะไม่มีเจ้าของเรือคนไหนกล้านำเรือมาแล่นแน่นอน แม้ว่ากฎหมายนี้จะบังคับใช้กับเรือของฝรั่งเศสเท่านั้น เมื่อกฎหมายนี้ผ่านเมื่อใด เรือที่ชักธงของสหรัฐอเมริกาจะไม่ใช่ทั้งฝรั่งเศสหรืออังกฤษ ดังนั้นเรือค้าทาสจะถูกตรวจสอบ เมื่อถูกตรวจสอบก็ไม่มีเจ้าของเรือคนใดยอมนำเรือมาแล่น ดังนั้น80%ของเรือค้าทาสจะหายไปภายในช่วงเวลาข้ามคืน จะเห็นได้ว่า เรือที่แขวนธงของสหรัฐอเมริกา คือเรือที่มีสัญชาติอเมริกัน ที่เป็นธงกลางในขณะนั้นจะถูกตรวจสอบ จึงไม่สามารถมีเรือค้าทาสลำใดหลุดรอดไปจากการตรวจสอบได้ การขนส่งทาสจะเป็นไปอย่างยากลำบาก และจะไม่มีเจ้าของเรือคนใดส่งเรือออกไปแล่น ทั้งหมดนี้ คือแผนการที่ทำให้การกำจัดการค้าทาสของ James Stephen นักกฎหมายและผู้ช่วยคนสำคัญของWilliam Wilberforce

          ระยะเวลาของร่างกฎหมายยกเลิกพระราชบัญญัติการค้าทาสนั้น เริ่มตั้งแต่ ปี17863 ปีแรกที่ William Wilberforce นำร่างกฎหมายเข้าสู่สภา ท่ามกลางความขัดแย้งของสมาชิกสภาที่อ้างว่า การค้าทาสนั้นนำกำไรมาสู่ประเทศอังกฤษ เนื่องจากทาสส่วนใหญ่ ถูกใช้เป็นแรงงานในการเกษตร เช่น น้ำตาล หรืออ้างว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่ลมเรือพัดจากแอฟริกามาทางประเทศอังกฤษ เรื่องการแบ่งแยกสีผิว และเหตุผลทางเศรษฐกิจต่างๆนานา ทาสกลายเป็นสิ่งของที่ซื้อขายได้ ไม่มีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่ในตัว จะปฏิบัติกับเขาอย่างไรก็ได้ แม้แต่กระทั่งใช้แทนเงินในการเล่นการพนัน ร่างกฎหมายนี้ William Wilberforce พยายามผลักดันอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จ จนเขาต้องล้มป่วยไม่สบาย แต่สุดท้าย จากกำลังจากภรรยาของเขา Barbara Spoonerและความพยายามในการต่อสู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด พระราชบัญญัติการค้าทาสได้ถูกยกเลิกไปในปี 18074 นับเป็นเวลา 21 ปี ในการต่อสู้เพื่อเพื่อนมนุษย์ของ William Wilberforce

          ข้อคิดที่ข้าพเจ้าได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้คือ "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ไม่มีว่าเรื่องที่เราทำจะยากเย็นสักแค่ไหน จะมีคนคัดค้านมากเพียงใด ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม ถ้ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เหมาะสม และได้ประโยชน์กับผู้อื่น หากเราพยายามสู้ ใส่ความเต็มที่ลงไปในเรื่องนั้นๆ รับรองได้ว่าความสำเร็จย่อมกลับมาหาเราอย่างแน่นอน และ มนุษย์นั้น ไม่ว่าเราจะกดความเป็นมนุษย์ของเขาลงขนาดไหน เขาก็ยังเป็นมนุษย์ มีความสามารถ มีประสิทธิภาพที่จะทำอะไรได้หลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ไม่มีสิ่งใดปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของมนุษย์ได้ เพราะฉะนั้น เราควรให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นเป็นอย่างมาก ปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ในฐานะที่เขาและเราเป็นมนุษย์ด้วยกัน

          แม้ในปัจจุบัน ประเด็นเรื่องทาส อาจจะดูเป็นประเด็นที่ล้าหลัง ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าใดนัก แต่จริงๆแล้ว ทาสในโลกนี้ยังมีอยู่ แต่ไม่ใช่ทาสในรูปแบบเดิมอีกต่อไป เป็นทาสยุคใหม่ แต่การถูกกดขี่นั้นไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ประชาชนบางคนเกิดมามีสภาพเป็นทาสตามพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลายพื้นที่ของแอฟริกาตะวันตกและเอเชียใต้ เหยื่อหลายคนถูกจับหรือลักพาตัวไปก่อนจะถูกนำไปขาย หรือเก็บตัวไว้เพื่อแสวงหาประโยชน์ ไม่ว่าจะผ่านการแต่งงาน ใช้แรงงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างบนเรือประมง หรือเป็นคนใช้ อีกหลายคนถูกขายหรือล่อลวงให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจหลบหนีได้ ด้วยสัญญาลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้ทำงานดีหรือได้รับการศึกษา5 จริงๆแล้ว ทาสไม่ได้หมดไป แต่กลับถูกเปลี่ยนสภาพ ซ่อนตัวอยู่ในรูปแบบต่างๆที่เราอาจคาดไม่ถึง

          จากการที่ข้าพเจ้าได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Amazing Grace นี้ ข้าพเจ้าตระหนักถึงความมีคุณค่าของมนุษย์ ความสวยงามของเสรีภาพ ดังนั้น ข้าพเจ้าขอตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งในการธำรงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน ไม่ให้ถูกละเมิดจากผู้ใดได้อีกต่อไป


จิดาภา รัตนนาคินทร์

1 เมษายน 2557



1 วรเจตน์ ภาคีรัตน์, เอกสารประกอบการบรรยาย วิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคเรียนที่สอง ปีการศึกษา 2556, 17

2 สัญชาติเรือ : ความสำคัญของการมีสัญชาติเรือ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.tri.chula.ac.th/triresearch/nationality... (วันที่ค้นข้อมูล : 1 เมษยน 2557).

3 William Wilberforcce Biography. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.biographyonline.net/politicians/uk/will... (วันที่ค้นข้อมูล : 1 เมษายน 2557).

4 เรื่องเดียวกัน.

5 รายงานชี้ทาสยุคใหม่มีจำนวนร่วม30ล้านคน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics...รายงานชี้ทาสยุคใหม่มีจำนวนร่วม30ล้านคน.html. (วันที่ค้นข้อมูล : 1 เมษายน 2557).