ซาไกก็เป็นคน ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานใด ๆ แสดงให้เห็น ว่า เขาเป็นคนชาติใด ไม่มีทะเบียนบ้านตามกฏหมาย แต่ความเป็นคน ของเขา ก็เทียบเท่ากับคนทุกคนบนโลกนี้...ทำไมจึงมีข้อได้เปรียบเสีย เปรียบกันมากมายนัก เขาก็น่าที่จะมีสิทธิในความเป็นมนุษย์บนโลกนี้ เท่าเทียมกันกับคนอื่น ๆ มิใช่หรือ ...?


เมื่อพร้อมแล้ว คณะของพวกเรา ก็เดินทางไปยังหมูบ้านซาไก ซึ่่งอยู่

บริเวณเทือกเขาบรรทัด ในเขตพื้นที่ อ.ปะเหลียน โดยรถกระบะของ

ครูหยิน (เพราะครูหยินบอกว่า รถเก๋งไม่เหมาะกับเส้นทาง) ระยะทาง

ไกลพอควร เส้นทางช่วงปลายเป็นถนนที่ผ่านเข้าไปในสวนยาง เป็น

ถนนที่คงเป็นลูกรังขรุขระโขยกเขยกไปตลอดเวลา จึงรู้ว่าไม่เหมาะกับ

รถเก๋งจริงอย่างครูหยินว่า ... แล้วก็จอดรถทิ้งไว้ในสวนยางเมื่อ

สุดถนน ต่อจากนั้นจึงเป็นการเดินทางเข้าป่าเพื่อไปยังหมู่บ้านซาไกที่

อยู่ลึกเข้าไป ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ตลอดทางมีต้นไม้แปลก

ตาให้ได้ชมอย่างเพลิดเพลิน



กระท่อมในสวนยาง



ดงกล้วยป่า



ต้น " Coconut bird คุ่ม" ของลุงวอ



ชมป่า เพลินตา เพลินใจ



ต้น " อะ..รู..มิ..ไร้ "



กล้วยป่า กับ เครือกล้วย



ไม้ซาง...(ใช่ไหมจ๊ะครูหยิน ลุงวอ คุณมะเดื่อจำผิดหรือเปล่า)



ต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางต้องลอดไป



นี่ก็ต้น " อะ...รู...มิ...ไร้ " เหมือนกัน



" ต้นนี้เพิ่งถูกตัดไป...."



ต้นไม้ที่ถูกรังแก...เมื่อมีผู้ต้องการให้ต้นไม้เหล่านี้ยืนต้นตายไป

เพื่อประโยชน์บางอย่าง พบทั่วไปในบริเวณนี้



สวยจริง ๆสวยงามแบบธรรมชาติ



ธรรมชาติบรรจงสร้าง



ถึงแล้ว....บ้านซาไก

พวกเราเดินชมป่ากันเพลิน ไม่ทันเหนื่อย ก็ถึง " บ้านซาไก" อันเป็นจุด

หมายของการเดินทางในครั้งนี้ ... สภาพที่เห็นไม่น่าจะเรียกว่า " บ้าน"

เรียกว่า " เพิง " มากกว่า เพราะมันเหมือนเพิงพักร้อนที่ชาวไร่สับปะรด

เขาทำไว้พักร้อน ... สมัยที่คุณมะเดื่อเป็นนักเรียน เคยเรียนเรื่อง

เงาะป่า ที่มีตัวเอกเป็นซาไก มีบ้านที่เรียกว่า " ทับ " ทำด้วยใบไม้ เพิ่ง

ได้เห็นของจริงก็ครั้งนี้เอง....ที่เห็นอยู่มี 3 หลัง ครูหยินบอกว่า ทั้งหมด

เป็นครอบครัวเดียวกัน มีพ่อเป็นหัวหน้า เรียกว่า " เกลอแระ" อยู่คน

เดียวหลังหนึ่ง มีภรรยาชื่ออะไรลืมไปแล้ว อยู่กับลูกสาวชื่อ ทอง อีก

หลังหนึ่ง หลังสุดท้ายเป็นของลูกชาย ที่อยู่ด้วยกัน 3 คน



เกลอเระ กับ " บอเลา" อาวุธคู่กาย

ครูหยินแนะนำเกลอแระให้รู้จักพวกเรา เกลอแระมองอย่าตื่น ๆ แต่ก็ยิ้ม

อย่างอารมณ์ดี ครูหยินบอกว่า ซาไกจะไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า หรือไม่

คุ้นเคย การไปเยี่ยมครั้งนี้ ให้อาจารย์เสริมเป็นคนประสานไปก่อน

มิฉะนั้น พวกเราจะไม่เจอพวกเขาเลย เพราะเขาจะหนีไปซ่อนหมด



เกลอเระ สาธิตการเป่าลูกดอกด้วยบอเลา



เกลอวอญ่า...ลองบ้าง ... ท่าทางใช้ได้



พวกเรามีของไปฝากซาไกด้วย ทั้ง ข้าวสาร น้ำมันพืช กาแฟ

ไข่เค็ม ยาเส้น และเสื้อผ้า ซาไกจะไม่่กินของที่ไม่เคยกิน จึงให้เรา

กินไข่เค็ม และกาแฟให้ดูก่อน จากนั้นเขาจึงจะกิน พวกเขาไม่เชื่อใจ

คนแปลกหน้าจริง ๆ ... เราเอาเสื้อที่ไปฝากสวมให้เกลอเระ ซึ่งปกติ

คงไม่สวมเสื้อ



เสร็จแล้ว...หล่อมาก ตรงกระเป๋าเสื้อมีคำว่า

" ประจวบคีรีขันธ์" ด้วย

ครูหยินจึงขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึก เอ๊ย..! ระลึก



ดูออกไหม...ใครเป็นซาไกตัวจริง ตัวปลอม



กองไฟ หน้ากระท่อมของเกลอแระ ที่จะดับไม่ได้

กับกาต้มน้ำ



ภรรยาของเกลอเระ ซึ่งกำลังป่วยนอนมองดูพวกเราเฉย ๆ



อาจารย์เสริมแยกไปสนทนากับลูก ๆ อีก 3 คนของเกลอเระอีกกระท่อม

หนึ่ง และมีชาวบ้านผู้คอยดูแลซาไกกลุ่มนี้อีกคนหนึ่ง (เสื้อลายนั่ง

กลาง ) นำของมาให้ซาไก พร้อมทั้งเอาโทรศัพท์มือถือมาให้อีกเครื่อง

หนึ่งด้วย กำลังสอนให้ใช้มือถืออยู่ (ลืมขอเบอร์โทรมาด้วยอ่ะ อิ อิ)



สภาพของหลังคากระท่อม (ทับ)



เดินไปด้านหลังกระท่อมของเกลอเระ เจอหม้อวางอยู่ในหม้อคือ

" เนื้อหมูดิน" ที่ทอดจนสุกแล้วเก็บไว้กิน ตอนกลางวันวันนี้ พวกเขา

ออกไปหาผึ้ง แต่ไม่ได้เลย



พวกเราอยู่ที่บ้านซาไกจนย่ำค่ำ จึงลากลับ ครูหยินบอกว่า ซาไกไม่ใช้

แสงสว่างใด ๆในเวลาค่ำคืน นอกจากไฟกองน้อยที่หน้ากระท่อมของ

เกลอเระ


ถ้าจะถามคุณมะเดื่อว่า รู้สึกอย่างไรกับซาไกที่ได้ไปพบเห็น ก็คงจะ

ตอบได้เพียงว่า...นี่คือ ชีวิตที่อยู่ด้วย ปัจจัย 4 อย่างแท้จริง ไม่มี

ความต้องการอะไรที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไปตาม

ธรรมชาติ ...



ครูหยินเล่าให้ฟังว่า ... ซาไก เป็นชนเผ่าที่มีจิตใจ

เอื้อเฟื้อแบ่งปันกันในหมู่คณะทุกคน มีอะไรต้องแบ่งปันเท่า ๆ กัน ไม่

ว่าสิ่งนั้นจะมากหรือน้อย บางครั้งตัวเองอยากได้ แต่มีอยู่แล้ว คนอื่น

ไม่มี ถึงแม้จะอยากได้เพียงใด ก็จะไม่เอาไว้เป็นของตัวเอง...สิ่งนี้แทบ

จะหาไม่ได้แล้วในสังคมของคนเมือง สังคมที่นึกถึงตัวเองก่อนใคร ๆ



ซาไก ( อาจจะเฉพาะกลุ่มนี้ ) ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า ...อาจจะเพราะ

เคยถูกกลั่นแกล้งจากคนที่ได้ชื่อว่าอยู่ในสังคมที่เจริญแล้ว..ทำกับพวก

เขาเหมือนกับพวกเขาเป็นสัตว์ป่า ที่น่าขันตัวหนึ่ง ... ทำให้สะท้อนใจ

เป็นยิ่งนัก ... ซาไกก็เป็นคน ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานใด ๆ แสดงให้เห็น

ว่า เขาเป็นคนชาติใด ไม่มีทะเบียนบ้านตามกฏหมาย แต่ความเป็นคน

ของเขา ก็เทียบเท่ากับคนทุกคนบนโลกนี้...ทำไมจึงมีข้อได้เปรียบเสีย

เปรียบกันมากมายนัก เขาก็น่าที่จะมีสิทธิในความเป็นมนุษย์บนโลกนี้

เท่าเทียมกันกับคนอื่น ๆ มิใช่หรือ ...?



ลาก่อน...เกลอเระ และคนป่าซาไกที่น่าสงสาร...

จากกันว่านี้...วันหน้าหวังว่าจะ

มีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมเยียนกันอีก......