ดนตรีโรงเรียนนกฮูก

"ครูครับ สอนจ้าเล่นเพลง Canon ได้ไหมครับ พ่อกับจ้าชอบมาก"

ผมบอกคุณครูสอนเปียโนลูกสาวไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะเราสองคนชอบเพลงนี้จริงๆ คุณครูบอกว่า เพลงนี้เขาไม่ได้แต่งมาเพื่อเล่นกับเปียโน แต่จะลองไปหาโน๊ตที่เหมาะมาให้ดู นั่นคือสิ่งที่คุณครูบอกมา

 

ทุกๆปี เด็กๆโรงเรียนนกฮูก ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่เรียนเปียโนกับครู Akiko จะมีภารกิจที่สำคัญ นั่นคือการแสดงเปียโนในช่วงปิดเทอม ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เด็กฝึกซ้อม และได้แสดงออก และปีนี้ก็ยังคงเป็นไปตามนั้น

ปกติ การแสดงดนตรีของโรงเรียนจะมีหลายโอกาส ฉลองเปิดเทอมบ้าง ฉลองปิดเทอมบ้าง แต่จะต้องมีสักครั้งที่เป็นการแสดงเฉพาะของเหล่าบรรดาลูกศิษย์ อย่างเช่นครั้งนี้

ลูกสาวของผมเรียนกับคุณครู Akiko ทั้งสองคน แป้งเริ่มเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ๓ ส่วนน้องจ้าได้เรียนตอน ป.๒ เพราะไม่มีช่วงเวลาว่างของคุณครู ดังนั้น ปีนี้จึงเป็นปีแรกของน้องจ้าที่แสดงเปียโนในฐานะลูกศิษย์ โดยน้องจ้าจะเล่นเพลง Canon ส่วนพี่แป้งจะเล่นเพลง Polonaise ของ Oginski รายหลังนี่ผมเพิ่งรู้เมื่อวานนี้นี่เองว่าเธอจะแสดงเพลงอะไร เพราะเธอเล่นปิดเป็นความลับ ไม่ซ้อมให้ฟังสักครั้งเดียว ส่วนของน้องจ้า อารามที่ทั้งพ่อและลูกต่างก็ชอบเพลง Canon จึงได้ฟังจ้าหัดเล่นเพลง ตั้งแต่ยังไม่เป็นเพลง จนกระทั่งเริ่มเล่นได้ทีละบรรทัด และท้ายที่สุดลูกก็เล่นได้เป็น Canon

๑๖ มีนาคม ๒๕๕๗ เป็นวันที่ถูกกำหนดขึ้น เริ่มด้วย

๑ น้องจ้าแสดงเพลง Canon ของ Pachelbel 

๒ มั่น เล่นเพลง Grandma's Polka ของ Kohler 

๓ เอม เล่นเพลง Short story ของ Lichner 

๔ Elly เล่นเพลง The Harebell ของ Smallwood 

๕ เพ้นท์ เล่นเพลง Autumn Sketch และเพลง Procession of the Mandarin ของ Gillock ซึ่งฟังยังไงก็จี๊นจีน 

๖ หนุน เล่นเพลง "Waltz" and "Fairy dance" ของ Grieg 

๗ เม่น เล่นเพลง Go-cart ของ A. Yuyama เขาบอกว่าเพลงนี้ง่าย ครูเลือกให้เพราะไม่ค่อยซ้อม เดี๋ยวเล่นเพลงยากแล้วจะไม่ทันการ 

๘ มิว เล่นเพลง Tarantella ของ Pieczonka ซึ่งเพราะมาก เป็นเพลงที่เล่นยาก คุณครูเคยใช้เพลงนี้ให้พี่ขาลเล่นที่กรุงเทพฯด้วย เล่นจบปุ๊บ คนในห้องกรี๊ดลั่นเลย 

๙ เพลง เล่นเพลง Prelude from Suite Bergamasque ของ Debussy น้องเพลงคนนี้น่าสนใจ เพราะเธอมีความฝันจะเป็นนักดนตรีเท่านั้น เธอต้องการสอบเข้าเรียนที่ College of Music วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ พยายามกระทั่งหยุดเรียนไป ๒ ปี เพื่อฝึกซ้อมเปียโนอย่างเดียว จนสอบเข้าเรียนได้ในปีนี้ตามความตั้งใจ amazing มาก เธอเล่าไป น้ำตาหยดไปเพราะความตื้นตัน (ผมเชื่อว่า คนที่นั่งด้านหลังผมคงเสียน้ำตาไปด้วยเหมือนกัน) 

๑๐ เป็นการเล่น 4-hands ของขาลกับคิน อัจฉริยะทั้งคู่ เล่นเพลง The ball from Children's games ของ Bizet 

๑๑ หนุน ร้องเพลง Caro mio ben การแสดงชุดนี้เป็น surprise เพราะน้องหนุนเธออยากเรียนที่วิทยาลัยดนตรีแห่งศาลายาเหมือนกัน พี่หนึ่งส่งลูกไปเรียนที่กรุงเทพฯเป็นครั้งคราว หนุนร้องเพลง ครูเล่นเปียโน เป็นการแสดงที่ทำเอาทุกคนในห้องอึ้ง เพราะเสียงของหนุนสุดยอดมาก (ถึงมากกกกกกก ที่สุด) 

๑๒, ๑๓ และ ๑๔ เป็นการแสดงของอดีตลูกศิษย์ครู ที่ขณะนี้เรียนจบจาก musical college เรียบร้อยแล้ว เธอทั้ง ๓ กลับมาเยี่ยมน้องๆ พี่เสียง เล่นเพลง Novelles Etude no 1 ของ Chopin พี่ออนเล่นเพลง Nocturn ของ Debussy และพี่แพร์เล่นเพลง Gnomenreigen ของ Liszt ซึ่งคนสุดท้ายนี่เธอบอกว่าเป็นเพลงที่เกี่ยวกับคนแคระ เวลาที่เธอดีดนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ด ผมแอบนึกถึงคนแคระมาวิ่งเล่นบนคีย์ต่างๆจริงๆ ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่มองนิ้วเธอจนเพลินจริงๆ ดีที่น้ำลายไม่ย้อยลงมา 

 

จากนั้นก็เป็นช่วงพักเบรคสั้นๆ

คุณครูให้พวกเราเล่นเกม perfect pitch ซึ่งเป็นการแสดงความสามารถด้านการแยกเสียงโน๊ตดนตรี ครูอธิบายว่า ความสามารถในการแยกเสียงนั้นแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม นั่นก็คือ relative pitch และ perfect pitch

พวกแรก ต้องมีเสียงดนตรีมาเทียบเคียงก่อน จึงจะสามารถบอกเสียงอื่นๆได้ เช่น หากกดโน๊ต "โด" จากนั้นกดตัวอื่น ก็จะตอบได้ว่า ที่กดนั้นคือตัวอะไร อันนี้ง่าย เพราะเราคุ้นโดยการเทียบเคียง

พวกที่สองนี่เป็นเซียน เพราะกดตัวไหน เธอก็รู้ไปหมด ครูให้เด็กแสดงให้เห็นกันจะๆ พ่อแม่ต่างก็ตกใจ ไม่คิดว่าลูกพวกเราจะทำได้ ไม่ใช่ทุกคนนะครับ มีหนุน คิน เพ้นท์ มิว รัน และฟ่าง (พี่ขาลเป็นพิธีกรเลยไม่ได้แสดง เชื่อว่าทุกคนในห้องคงเชื่อเช่นเดียวกับผม ว่าเขาก็เป็นพวก perfect pitch เช่นเดียวกัน)

สนุกนิ พี่น้องเอ้ย

 

๑๕ ข้าวฟ่าง เล่นเพลง Minuet in G ของ J.S.Bach คนนี้ผมก็ลุ้น เพราะเป็นฝาแฝดของคุณจ้า แอบถ่ายภาพเบื้องต่ำ แม่คุณเท้ายังไม่ค่อยถึงพื้นเลย 

๑๖ รัน เล่นเพลง Restless Moment ของ Maikapar และ Sonatina ของ Spindler ที่ได้เล่น ๒ เพลง เพราะรันเก่งและขยัน เอาจริงเอาจัง นี่เป็น character ของเขา 

๑๗ เมี่ยง เล่นเพลง The Skaters ของ Waldteufel 

๑๘ แสตมป์ เล่นเพลง Something good may happen! ของ A.Yuyama 

๑๙ แป้ง เล่นเพลง Polonaise ของ Oginski (ทำซะพ่อเคลิ้ม)  

๒๐ คิน เล่นเพลง Waltz Op.64 No 1 ของ Chopin 

๒๑ ขาล เล่นเพลง Toccata ของ Poulenc 

และ ๒๒ เบลสซิ่ง เล่นเพลง Prelude from Romantic Sketchers for the young ของ Medtner และเพลง Prelude Op.53 No 23 ของ Kapustin ซึ่งเป็นเพลง Jazz สุดโปรดของครู 

 

ใช้เวลาไป ๒ ชั่วโมงกับการฟังและเล่นเกม สนุกและสุขใจ

คุณครูเก่งที่สามารถทำให้เด็กหลากอายุเล่นดนตรีได้ตามความถนัด ที่สำคัญ ครูเลือกเพลงที่เข้าได้กับ character ของเด็กแต่ละคน เด็กๆก็เก่ง พวกเขารอวันนี้ แม้จะตื่นเต้นบ้าง (น้องจ้ามือเย็นเจี๊ยบ) แต่มันก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และดีมากๆเสียด้วย

พ่อแม่ก็ดี ดีที่สนับสนุนลูก ดีที่รับกติกาที่สามัญของกลุ่ม นั่นคือ เตรียมอาหารมาปาร์ตี้พองาม ไม่ต้องแต่งตัวให้ลูกดูสวยจนเกินเด็ก กรี๊ดบ้างเมื่อถูกใจ ปรบมือเมื่อแสดงจบ และเงียบเพื่อให้ลูกมีสมาธิเวลาแสดง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนนกฮูก ณ หาดใหญ่ (เป็นอำเภอ มิใช่จังหวัด)

๑๖ มีนาคม ๒๕๕๗

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

...ดนตรีสร้างสุข ...ยิ้มแย้ม แจ่มใส ทั้งครูและศิษย์นะคะ...เสียดายไม่ได้ยินเสียงดนตรี...

เขียนเมื่อ 

บันทึกนี้มีเสียงดนตรีขับกล่อมตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มอ่านจนจบบันทึก สนุกและมีความสุขกับดนตรีและศิลปินทุกคนครับ

เขียนเมื่อ 

อ.แปร๊ะเอาคลิบเสียงมาใส่ไว้ด้วยสิคะ จะได้เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่หายไปไหนแน่นอน ได้กลับมาฟังฝีมือลูกตอนที่เขาเด็กๆมีความสุขมากค่ะ เป็นเวลาทองของชีวิตพ่อแม่เลยทีเดียว

เขียนเมื่อ 

น้องแป้งและจ้าโตไวมาก

ดีจังเลยครับ

เด็กๆได้เรียนดนตรี

ขอบคุณคุณหมอมากครับสำหรับเรื่องดีๆ

พี่โอ๋ครับ เอาเสียงมาลงไม่เป็น อยู่ใน facebook ครับ อันนั้นเต็มๆ

สวัสดีครับลุงขจิต

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 

โหลดไฟล์มาไว้ใน G2K แล้วแต่เอามาแปะไม่เดิน เลยใช้วิธีโหลดไว้ Youtube แล้วเอามาแปะแทนค่ะ เล่นได้ดีมากทั้งสองสาว แต่ถ้าอีกหน่อยเลิกไปจะได้มีเก็บไว้ดูค่ะ

  • ชอบจังเลย เจ้าลูกชายไม่สนเรื่องดนตรีเท่าไรนัก เอาแต่เล่นยิม
  • หายากนะครูที่สามารถ facilitate เด็กในวัยต่างๆ ให้แสดงความกล้าและความสามารถของตนเองออกมากได้ดีอย่างนี้
  • ปล. ดีใจที่อำเภอหาดใหญ่ (ไม่ใช่จังหวัด) มีโรงเรียนนกฮูกอยู่ด้วย ไม่ใช่มีแต่โรงเรียนที่เน้นแต่การแข่งกันเรียน เรียนล่วงหน้า เรียนเสริม เรียนทำคะแนนสูงสุด เฮ้อ คิดแล้วเหนื่อยแทน ...