ชื่อเรื่อง            รายงานการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง อาหารและโภชนาการ

                           กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียน

                           ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนปิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา                            ประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1

ผู้วิจัย                   นางทรงศรี แก้วสัก

ปีที่รายงาน        2556

 

 

                                                                             บทคัดย่อ

 

                รายงานการวิจัยในครั้งนี้ มีความมุ่งหมายดังนี้ 1) เพื่อหาค่าประสิทธิภาพของหนังสือ อ่านเพิ่มเติม เรื่อง อาหารและโภชนาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง อาหารและโภชนาการ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านดอนปิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 จำนวน 26 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในครั้งนี้ประกอบด้วย หนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 13 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยาก-ง่ายรายข้อตั้งแต่   0.20 – 0.75 ค่าอำนาจ และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

 

สรุปผลการวิจัย            

                     ตอนที่ 1 ค่าประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง อาหารและโภชนาการ

กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน

บ้านดอนปินโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

                 พบว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง อาหารและโภชนาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนปิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.04/87.80 สูงกว่าที่ตั้งไว้

     ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการพัฒนาการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง อาหารและโภชนาการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนปินสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 โดยใช้สถิติ t – test

                   พบว่า  คะแนนทดสอบหลังเรียนของนักเรียน ที่เรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง อาหารและโภชนาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนปิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

                   ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง อาหารและโภชนาการ โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนปินสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1

                 พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง อาหารและโภชนาการ โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนบ้านดอนปินสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 มีค่า 0.8061 ซึ่งหมายความว่าหนังสืออ่านเพิ่มเติมนี้ ทำให้นักเรียนก้าวหน้าทางการเรียนเกิดผลการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นร้อยละ 80.61

                     ตอนที่ 4 ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนสอน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง อาหารและโภชนาการ โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านดอนปินสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1โดยการหาค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แล้วเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด

                 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนการสอน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง อาหารและโภชนาการ โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนปิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1โดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.37 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ .53 มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทั้งหมด ได้แก่ ด้านการวัดผลและประเมินผล (= 4.45) ด้านเนื้อหา (= 4.40) ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน   (= 4.38) ด้านสื่อการเรียนการสอน(= 4.37) และด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียน (= 4.26) ตามลำดับ