ดื่มกาแฟในเมือง  เพิ่มเติมด้วยสิ่งปรุงแต่งมากมาย

วิปครีม  รูปทรงถ้วยกาแฟ  การจัดโต๊ะ  เก้าอี้นั่งสบาย  การตกแต่งร้าน 

บรรยากาศ  ทำเล  ผู้คนคึกคัก  ผ่านมาทักทาย .... ผ่านไป

 

ดื่มกาแฟบนดอย  ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ  อากาศบริสุทธิ์

เขาสูงสลับซับซ้อน  ไม้ใหญ่น้อยเขียวขจีสุดสายตาเป็นฉากหลัง

แทรกดอกไม้ป่า  พืชผลดอกไม้หน้าหนาว  แปลงผักดอกเหลืองสดใสตรงต่อหน้า

เสียงน้ำจากลำธารไหลผ่านร่องเล็กไม่ขาดสาย

 

กรุ่นกลิ่นหอมกำซาบเข้าจมูก  รสชาติตามมา  ขม  เปรี้ยว  หวาน  ซ่านทั่วลิ้น

แล้วแต่ว่าเลือกใช้ชนิดไหน  Full city,  Ponlamai  หรือ  Italian

  

 

ต้มน้ำเดือดจัด  เดือดเร็ว  เพราะอากาศเบาบางกว่าพื้นราบ

แต่ก็คลายความร้อน  กลายเป็นน้ำอุ่นถึงเย็นอย่างเร็ว

จึงต้องบดกาแฟคั่วให้ละเอียดเตรียมไว้ก่อน

พับกระดาษกรองให้พอดีกรวย  ใส่ผงรอเรียบร้อย

 

น้ำจากกาต้มเปลี่ยนใส่กาสำหรับ Drip

พวยกายาวค่อย ๆ เล็กลงถึงปากกา

เริ่มรินช้า ๆ  ๑๐  วินาที  รอผงกาแฟดูดซับน้ำร้อนอิ่มตัวจนพองฟองฟู่

 

ยุบหนอ  ยุบลงไป  อย่าปล่อยแห้ง  เติมน้ำร้อนอีก  ต่อเนื่อง ๆ  ช้า ๆ

วนเป็นรูปก้นหอย  กระจายความร้อนสม่ำเสมอให้ผงกาแฟ  พองหนอ ๆ ๆ  ค่อย ๆ พองขึ้นมา

Drop  แรกหยดลงมา  จนถึงขีด  ๔๕๐  cc.  พอดิบพอดี

ยกกรวยออกทิ้งน้ำที่เหลือไป

 

หากถ่ายเทความร้อนให้แก้วเย็น  ความร้อนลดลง .... กาแฟจะชืดลงไปอีก

ดังนั้น  จะดื่มให้อร่อย  ต้องล้างแก้วตัวเองด้วยน้ำร้อนก่อนเสมอ

อุณหภูมิแก้วไม่ต่างจากอุณหภูมิกาแฟมากนัก  รินแจกจ่ายผองเพื่อนครบทุกคน

 

ส่งผ่านความรัก  ความเข้าใจ  แนวคิดการใช้ชีวิต  ไมตรีจิต  มิตรภาพในระดับพอดีเสมอ .... ให้แก่กัน

ชมชื่นบรรยากาศวงสภากาแฟเป็นอันมาก

เอ้า !!!!  ชนแก้ว (กาแฟ) กันหน่อย  เฮ้

 

^_,^

 

ดื่มกาแฟบนดอยกับผองเพื่อนยาวนาน  ปานกลาง  และพบพานเพื่อนใหม่

เรียนรู้ผู้คน  เริ่มมิตรภาพใหม่ ๆ  ทำความเข้าใจวิถีความเป็นอยู่

คนไทยเชื้อสายอาข่า  เคารพธรรมชาติ  นับถือบรรพบุรุษ  ร่วมกันดูแลป่า  ต้นน้ำ  ดูแลชุมชน

 

 

ประทับใจจนคืนสุดท้าย  พ่อหลวงนัดทุกคนมาที่หอประชุมของหมู่บ้าน

พอพ่อหลวงเกริ่นนำแล้ว  พี่หมอกล่าวก่อนเริ่มกิจกรรมของพวกเรา

ขอบคุณที่ชาวหมู่บ้านแม่จันใต้ให้การต้อนรับพวกเราที่มาจากอีสาน  ให้ที่อยู่  ให้อาหาร

สิ่งที่มีติดตัวมาแบ่งปัน  มีแปรงสีฟัน  ยาสีฟัน  ความรู้ดูแลปากและฟัน  การฝังเข็ม

 

 

คิดถูกมาก ๆ ที่สาธิตการแปรงฟันเด็กและผู้ใหญ่ก่อน

ชาวบ้านที่นี่ดูแลปากและฟันตัวเองและลูกหลานดีมาก ๆ อยู่แล้ว

๒  ปีก่อน  มีหมอจากอนามัย (ห่างไป  ๔  กิโลเมตร)  มาสอนแปรงฟันอย่างที่เหมาะกับแต่ละวัย

เด็ก ๆ ฟันสวย  ขาวสะอาด  มีเพียง  ๑  คน  ฟันหน้าบนหายจากหกล้ม

ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ฟันดี  สะอาด  แข็งแรง  ให้ลองจับแปรงทำท่าแปรงฟันให้ดู  เทคนิคดี  ไม่ทำอันตรายให้ฟัน

 ^_,^

 

 

ที่ว่าคิดถูก คือ พอหมดช่วงกิจกรรมตรวจฟัน  สาธิตแปรงฟัน  เข้าสู่การฝังเข็มเท่านั้นแหละ

เอาเก้าอี้นั่งเรียงต่อกัน  พื้นที่หอประชุมแทบไม่พอ

พี่หมอแจ็คและผู้ช่วย  คุณครู Kumon  ทำงานต่อเนื่องสามชั่วโมง

พอถอนเข็มออก  พี่หมอจึงเริ่มนำกายบริหาร  ที่ชาวบ้านจะต้องดูแลตัวเองต่อ

 

ด้วยพื้นที่เป็นภูเขา  เดินขึ้น – ลง เนิน  หัวเข่า  ระบบกล้ามเนื้อทำงานหนัก

ด้วยอาชีพทำสวนกาแฟ  ปลูก  ดูแลต้นไม้พืชผลเมืองหนาว

การเก็บกาแฟทุก ๆ วันช่วงออกผล  สะพายตะกร้าบ่าไหล่รับน้ำหนักตลอด

บ่า  ไหล่  คอ  เอว  หลัง  หัวเข่า  เจ็บปวด  บางคนเอี้ยวตัวลำบาก

ที่ฝังเข็มวันนี้เพียงบรรเทาอาการ  ต้องจัดสมดุลกายบริหารให้ร่างกายทำงานได้ต่อไปนาน ๆ

 

 

ชีวิตต้องดำเนินต่อ

ปัจจัยที่ต้องมาก่อน  เพื่อให้ถึงสุขภาวะมีมากมาย  สันติภาพ  รายได้  การศึกษาฯ

พื้นที่ทำงานปกติของเราเองก็ต้องกลับไปค้นหา  จัดลำดับ 

จะสามารถเกี่ยวข้องทำให้ชาวบ้านดูแลตัวเองได้ก่อน  ลำดับแรก ๆ อะไรบ้าง

จึงจะพัฒนาสุขภาวะได้จริง

 

ความอบอุ่นในการต้อนรับจากครอบครัวน้องลี  น้อง  หลาน  ญาติ ๆ  พ่อหลวง  และชาวบ้าน

มิตรภาพที่ได้มาเที่ยวบ้านน้องลีครั้งนี้  จะเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป

 

รวมถึง หัวแดงจร้า  ไม่ลืมแน่นอนเลย 

 

^_,^

 

 (ภาษาพูดอาข่า  ใช้ตัวเขียนเหมือนภาษาอังกฤษ)

 

(รับขวัญหลาน  อายุ  ๒  เดือน)

 

(เช้า ๆ  ล้อมรอบกองไฟ  รับไออุ่น  ดื่มชาร้อน ๆ) 

 

(ปีนเนิน  เดินขึ้น - ลงภูเขา  ขากลับจากสวนน้องลี  ๔  กิโลเมตร)