สอนให้เด็กอ่านออก เขียนได้ คืองานหลัก และต้อง ควบคู่กับ คิดได้ ทำได้ แก้ปัญหาได้ และอยู่ได้ในสังคมอย่างพึ่งพา ตนเองได้ คือ สิ่งที่จะต้องให้กับเด็ก ๆ ทุกคน

 

 

ใกล้จะสิ้นปีการศึกษาแล้ว และใกล้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เด็ก ๆ ป.6
 ทุกคน ดูเหมือนแทบจะไม่มีเวลาพักสมองกันเลย  ครูผู้สอน (ยกเว้น
 คุณมะเดื่อ ต่างสอนด้วย " ข้อสอบ "  น่าสงสารเด็ก ๆ นะ  และดู
 เหมือนว่า มันจะเป็นวัฏจักรของฤดูกาลนี้ไปแล้ว ฤดูกาลแห่ง ...
 " โอ..เน็ต "
 
 
 
 
ไม่เข้าใจว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี หากเราสอนไปตามหลักสูตร ไม่
 เอาเวลาไปให้กับกิจกรรมอื่น ๆ จนเกินไป  จะต้องมาตะบี้ตะบันเอาตอนี้หรือไม่...สมองเด็กแต่ละคน ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่เราจะติดตั้ง
 โปรแกรมให้เสมอภาคกันได้  เด็กเก่ง ๆ เจอยัดเยียดความรู้แบบนี้ก็ยัง
ดูตุปัดตุเป๋  แล้วเด็กอ่อน ๆ ล่ะ...เบลอ จน .. เหวอออ...


 
คุณมะเดื่อสงสารเด็ก ๆ และไม่แน่ใจว่า  คะแนนสูง ๆ จาก โอ เน็ต นี่
 จะส่งผลเลิศอะไรกับพวกเขาบ้าง  (นอกจากส่งผลงดงามให้กับ....)
 ชั่วโมงศิลปะ  คุณมะเดื่อให้เด็ก ๆ ออกไปรวมกันที่ใต้ต้นพะยอม
 หน้าอาคาร  เด็ก ๆ หน้าตาแช่มชื่นขึ้นทันที  จากนั้นให้แบ่งกลุ่มแล้วคิดการละเล่นพื้นบ้านเพื่อนำมาเล่น กลุ่มละ 1 อย่าง  เพื่อพักสมอง
 
 
 
 
เมื่อวันตรุษจีนที่ผ่านมา เด็ก ๆ มากันบางตา จึงไม่มีการเรียนการสอนที่ 
เป็นการเป็นงาน  เด็ก ๆ จึงมารวมกันที่ห้องสมุด มานั่งพับดอกใบเตย
เป็นการพักสมอง และเรียนรู้ไปอีกแบบหนึ่ง ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ
 
 
เด็ก ๆ คนไหนพับเป็นแล้ว ก็สอนคนอื่น ๆ ต่อไป  เด็กชายจะพับได้สวย
กว่าเด็กหญิงซะอีกนะ
 
 
อีกงานหนึ่งที่เด็ก ๆ สนใจก็คือ ทำดอกไม้กระดาษ " ดอกมาลีพิไล" 
เพื่อทำจำหน่ายในวัน วาเลนไทม์
 
 
การทำงานประดิษฐ์อย่างนี้ นอกจากเด็ก ๆ จะได้พักสมอง จะได้ความ
เพลิดเพลินกับงานที่ตนเองสนใจแล้ว  ยังสร้างรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ 
อีกด้วย ..  ใครจะคิดอย่างไรก็ตามแต่จะคิดนะ  สำหรับครูอย่าง
คุณมะเดื่อแล้ว  สอนให้เด็กอ่านออก  เขียนได้  คืองานหลัก  และต้อง 
ควบคู่กับ คิดได้  ทำได้  แก้ปัญหาได้   และอยู่ได้ในสังคมอย่างพึ่งพา
ตนเองได้  คือ สิ่งที่จะต้องให้กับเด็ก ๆ ทุกคน