ตามรอยนักบินอวกาศจากประเทศไทยกับภารกิจของนาซาเมื่อ 45 ปีที่แล้ว

Lungnoke
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
เกิดในป่าของประเทศไทย บอนนี่ถูกจับส่งมาสหรัฐอเมริกาเพื่อเพื่อขังไว้ศึกษาเป็นระยะเวลายาวนาน มันอดทนแข็งแรงพอสำหรับการทดสอบ..

จรวด Thor Delta N 539/D70 ที่บรรทุกยานไบโอแซตเทลไลท์ 3

มีใครจำได้บ้างว่าเมื่อ 45 ปีที่แล้วเคยมีนักบินอวกาศจากประเทศไทยได้ไปโคจรรอบโลกโดยแคปซูลทดลองลอยฟ้า ในโครงการหนึ่งของนาซามาแล้ว เป็นการบินในอวกาศต่อเนื่องหลายวันเป็นครั้งแรกโดยที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในยาน แต่โชคร้ายและน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ภารกิจต้องถูกยกเลิกลงกลางคันขณะที่เวลาผ่านไปเพียง 8 วันกว่าๆจากหมายกำหนดการ 30 วัน และโคจรรอบโลกได้เพียง 130 รอบ เขาเสียชีวิตหลังจากกลับถึงพื้นโลกเพียงไม่กี่ชั่วโมง

บันทึกนี้ผมได้แรงบันดาลใจจากตอนที่ค้นข้อมูลเพื่อนำมาเขียนบันทึกเรื่อง "อพอลโล 11 กับแรงบันดาลใจของเด็กไทยที่ขาดหายไปตามกาลเวลา" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในหนังสือ Chronicle of Thailand: Headline News Since 1946 หน้า 168 ซึ่งนอกจากข่าวการมาเยือนประเทศไทยของคณะนักบินอวกาศอพอลโลที่นำมาลงในบันทึกแล้ว ยังมีหัวข้อข่าวอีกหลายเรื่องในช่วงเวลานั้น เช่นข่าวจอมพลถนอมรณรงค์ต่อต้านการนุ่งมินิสเกิร์ต ข่าวการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน รวมถึงข่าวอื่นๆอีกหลายเรื่อง และมาสะดุดใจที่หัวข้อข่าวหนึ่งซึ่งได้รายงานไว้ดังนี้

Thai space-monkey dies after landing

29 June - Pacific Ocean Bonny pigtail monkey from Thailand died one week after being rocketed in to space on a scheduled one month trip to orbit the Earth.The three year old was atrapped inside a two-stage Delta rocket which lifted off from Cape Kennedy in Florida.The "astromonkey" was subjected to 10 times normal gravity before arriving at an orbit 402km above Earth.

Probes implanted deep in Bonny's brain fed data to scientists. On 8 July, after 130 orbits, Bonny's space capsule was ordered to splash down early in the Pacific Ocean. The monkey was limp but alive when retrieved, but died a few hours later.

ผมคัดลอกข้อความมาใหม่นะครับเพราะรูปที่ลงมาจะอ่านยาก แล้วก็ขออนุญาตแปลอย่างทุลักทุเลหน่อยเผื่อมีใครไม่อยากอ่านเป็นภาษาอังกฤษ

"วานรอวกาศไทยเสียชีวิตหลังการลงจอด"

"29 มิถุนายน - มหาสมุทรแปซิฟิก บอนนี่ลิงกังจากประเทศไทยเสียชีวิตแล้วหลังการโคจรรอบโลกเพียงหนึ่งสัปดาห์ จากหมายกำหนดการเดิมหนึ่งเดือน ลิงน้อยอายุสามปีถูกตรึงไว้ภายในจรวดสองตอนรุ่นเดลต้าซึ่งถูกปล่อยขึ้นจากแหลมเคเนดี้ในฟลอริด้า วานรอวกาสต้องรับแรงต้านกว่า 10 เท่าของแรงโน้มถ่วงของโลกก่อนจะขึ้นไปโคจรในอวกาศด้วยความสูง 402 กิโลเมตร

เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกติดตั้งไว้ที่สมองของบอนนี่ส่งข้อมูลมายังนักวิทยาศาสตร์ วันที่ 8 กรกฎาคม หลังการโคจร 130 รอบ แคปซูลอวกาศได้ถูกสั่งให้กลับลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกก่อนหมายกำหนดการ ลิงน้อยอ่อนล้าอย่างมากแต่ยังมีชีวิตอยู่หลังการเข้าเก็บกู้ แต่มันก็เสียชีวิตหลังจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา"

เป็นข่าวสั้นๆแต่น่าสนใจ เพราะสิ่งที่เราได้ทราบจากข่าวนี้ก็คือ ในช่วงเวลาของปลายเดือนมิถุนายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม 1969 (ตามแผนถึงปลายเดือนกรกฎาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวกับภารกิจของโครงการอพอลโล 11 นั้น (อพอลโล 11 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อ 16 กรกฎาคม,นีล อาร์มสตรองเหยียบดวงจันทร์ 20 กรกฎาคมกลับถึงโลกเมื่อ 24 กรกฎาคม 1969)

1. มีปฏิบัติการส่งสัตว์ทดลอง (ลิง) ขึ้นไปทำการทดลองในอวกาศ

2. เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในอวกาศหลายวันต่อเนื่องกันเป็นครั้งแรกของสัตว์ทดลอง (ลิง)

3. สัตว์ทดลอง (ลิง) มีแหล่งที่มาจากประเทศไทย

เรื่องการส่งพืช, สัตว์ทดลอง หรือสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่างๆไปทำการวิจัยในโครงการอวกาศไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เพราะมันมีการทดลองแบบนี้มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว และก็ไม่ได้มีเพียงสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่มีโครงการลักษณะนี้ อดีตสหภาพโซเวียตและชาติในยุโรปอีกหลายประเทศก็มีโครงการเช่นนี้เหมือนกัน ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้วยังมีรายงานข่าวว่าอิหร่านก็มีโครงการส่งลิงขึ้นสู่อวกาศ แต่ยังมีข้อสงสัยของสื่อถึงความสำเร็จของโครงการอยู่

สิ่งที่ทำให้ผมสนใจ (และคาใจ) ที่สุดก็คือ ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1969 นั้น ลิงที่ถูกส่งขึ้นไปโคจรในอวกาศเป็นลิงที่มาจากประเทศไทยจริงหรือไม่ %เมื่อทำการสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ด้านวิทยาศาสตร์, กิจกรรมทางการบินและอวกาศของหน่วยงานต่างๆในประเทศไทยปรากฏว่าไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด อาจเป็นเพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานเกือบ 45 ปีข้อมูลต่างๆอาจสูญหายไปแล้วหรือไม่ได้นำมาบันทึกไว้ในฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต

แต่การสืบค้นจากเว็บไซต์ทั่วโลกพบว่าข้อมูลเรื่องวานรอวกาศที่ชื่อ "บอนนี่" มีกระจายอยู่มากพอสมควรแม้คำสะกดชื่ออาจต่างกันบ้างระหว่าง "Bonnie" กับ "Bonny" แต่บริบทอื่นๆโดยรวมมีความชัดเจนว่าเป็นลิงตัวเดียวกัน การสืบค้นผ่านอินเตอร์เน็ตมีทั้งข้อมูลของนาซาเอง จากการรายงานข่าวทางหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ของสื่อสารมวลชน ข้อมูลในวิกิพีเดียหรือแม้กระทั่งจากเว็บไซต์ด้านการต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์และการต่อต้านการนำสัตว์มาทดลองด้วยความโหดร้ายทารุณ โดยเริ่มต้นจากการค้นหาในหนังสือพิมพ์ก่อน เพราะสื่อจะบันทึกข่าวสารที่น่าสนใจในแต่ละช่วงเวลาเข้าไว้เสมอซึ่งก็ได้พบว่า 

หนังสือพิมพ์เดอะเดย์วันที่ 28 มิถุนายน 1996 1969 โดย เฮาวาร์ด เบเนดิกส์ ได้ตีพิมพ์รายงานไว้ดังนี้

"แหลมเคเนดี้ ฟลอริด้า (เอพี) : ลิงกังน้ำหนัก 14 ปอนด์ชื่อบอนนี่จะถูกส่งไปโคจรรอบโลกในคืนนี้เพื่อเริ่มต้นการบินที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยทำสำหรับสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ นักวิทยาศาสตร์หวังว่า "วานรอวกาศ" จะช่วยเป็นแนวทางสำหรับภารกิจในสถานีอวกาศของมนุษย์ในอนาคต และการเดินทางไปยังดาวเคราะห์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในอีกหลายเดือนหรือหลายปีข้างหน้า

บอนนี่ เพศผู้อายุสามปีจากป่าในประเทศไทยถูกส่งไปบนอวกาศโดยจรวดเดลต้า เมื่อเวลาห้าทุ่มสิบนาทีตามเวลาฝั่งตะวันออก มันจะโคจรรอบโลกเป็นเวลา 30 วันขณะถูกจับตรึงไว้ในห้องทดลองทางชีววิทยาลอยฟ้า แขนของบอนนี่จะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เพื่อให้สามารถใช้ดันปุ่มสองปุ่มที่ได้ออกแบบมาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของมัน ความสามารถในการจำอาจเสื่อมลงหลังจากอยู่ในสภาพแวดล้อมในอวกาศเป็นเวลานานโดยส่วนใหญ่ในสภาวะไร้น้ำหนัก มันจะได้รับอาหารเม็ดแบบเดียวกับที่ได้รางวัลสำหรับการทำตัวดี

เครื่องมือที่มีความละเอียดสูงได้ถูกติดตั้งไว้ที่สมอง, หัวใจและส่วนต่างๆของร่างกายจะส่งข้อมูลทางสัญญานวิทยุตลอดเวลามายังพื้นโลก ข้อมูลเพิ่มเติมที่มากกว่านั้นจะหลังจากที่แคปซูลทดลองกลับมายังโลกด้วยความเรียบร้อย เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว"

วันที่ 5 ธันวาคม 1981 สิบสองปีหลังจากนั้น หนังสือพิมพ์ซาราโซตาฮาราลด์ทริบูน รายงานเรื่องของ "แฮม" วานรอวกาศตัวแรกที่ขึ้นไปท่องอวกาศแล้วกลับสู่โลกมาได้อย่างปลอดภัยพบรักใหม่ที่สวนสัตว์นอร์ท แคโรไลน่า (NC Park)

(แฮมเป็นซิมแปนซีที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 1961 โดยโครงการการทดลองในอวกาศของสหรัฐ แฮมขึ้นไปกับจวดเมอร์คิวรี่เรดสโตนและได้กลับคืนสู่โลกด้วยความปลอดภัยหลังจากอยู่ในอวกาศนาน 16 นาที 39 วินาที หลังจากนั้นเขาได้กลายเป็นฮีโร่ของคนอเมริกัน แฮมตายเมื่ออายุ 26 ปีในปี 1983 เขายังมีหลุมฝังศพอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางอวกาศที่นิวเม็กซิโกอีกด้วย)

สองย่อหน้าสุดท้ายของข่าวนี้ได้กล่าวอ้างถึงเรื่องราวของบอนนี่ว่า "สหรัฐอเมริกาได้มีการส่งลิงขึ้นไปสู่อวกาศครั้งสุดท้าย (ของช่วงเวลานั้น/ผู้เขียน) เป็นลิงเพศผู้ชื่อ "บอนนี่" เพื่อปฏิบัติการโคจรรอบโลกเป็นเวลา 30 วัน แต่ภารกิจได้ถูกยกเลิกและถูกเรียกกลับหลังจากนั้นแปดวันเนื่องจากเขาปฏิเสธที่จะกินอาหาร สองชั่วโมงหลังจากสู่พื้นโลกเขาตายด้วยอาการหัวใจล้มเหลว คณะแพทย์คาดว่าผลกระทบจากสภาวะไร้น้ำหนักทำให้มีความสูญเสียเกี่ยวกับสมองส่งผลให้หัวใจล้มเหลว"

จากรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์สองฉบับซึ่งตีพิมพ์ห่างกันถึงสิบสองปี รวมถึงรายงานข่าวจากในหนังสือ Chronicle of Thailand ทำให้เราพอจะมั่นใจว่าในเดือนมิถุนายน 1969 สหรัฐอเมริกามีปฏิบัติการส่งลิงเพื่อขึ้นไปโคจรรอบโลกในห้องทดลองลอยฟ้าเป็นเวลา 30 วัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงแปดวันภารกิจได้ถูกยกเลิก ยานทดลองถูกเรียกกลับสู่พื้นโลก และหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงวานรอวกาศได้เสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจล้มเหลว

ถึงขณะนี้มีสองจากสามแหล่งที่บอกว่าบอนนี่เป็นลิงที่มีที่มาจากประเทศไทย เพื่อให้ได้ข้อมูลให้ชัดเจนกว่านี้ จึงได้เข้าไปดูที่แหล่งต้นกำเนิดหรือเจ้าของโครงการซึ่งก็คือองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ( National Aeronautics and Space Administration - NASA ) ก็ได้พบข้อมูลเป็นสรุปรายงานสั้นเรียกว่า "A Brief History of Animals in Space" ซึ่งมีการบันทึกประวัติการนำสัตว์ทดลองมาใช้ในโครงการเที่ยวบินในอวกาศ เป็นการทดลองถึงผลกระทบในสภาวะไร้น้ำหนักที่มีต่อสัตว์ทดลองหลายชนิดโดยเฉพาะลิง,ชิมแปนซี และสุนัข เป็นสรุปรายงานสั้นของโครงการต่างๆตั้งแต่ 11 มิถุนายน 1948 เป็นต้นมา

จากรายงานในช่วงปี 1960-1970 มีการกล่าวถึงโปรแกรมหนึ่งชื่อไบโอแซตเทลไลท์ "Biosatellite" เป็นโครงการระหว่างปี 1966-1969 ที่จะนำสิ่งมีชีวิต (ที่ไม่ใช่มนุษย์) ขึ้นไปโคจรรอบโลกติดต่อกันหลายวันเป็นครั้งแรก โดยใช้ห้องทดลองลอยฟ้าที่มีลักษณะเหมือนดาวเทียม โครงการนี้มีสามเฟสคือ Biosatellite I, biosatellite II, และ Biosatellite III ซึ่งเป็นยานลำสุดท้ายของโครงการนี้และเป็นลำเดียวที่มีลิงคือ "บอนนี่" ขึ้นไปอยู่เพื่อทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ตามหมายกำหนดการ โดยได้กล่าวถึงเรื่องนี้เพียงสั้นๆว่า

"ยานอวกาศลำสุดท้ายในซีรี่ส์นี้คือ ไบโอแซตเทลไลท์ 3 ได้ถูกส่งขึ้นไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1969 บนนั้นมีลิงกังตัวหนึ่งชื่อ บอนนี่ น้ำหนัก 6 กิโลกรัม ซึ่งมีแผนที่จะสำรวจผลกระทบของสมอง,การกระทำต่อพฤติกรรม, หัวใจและหลอดเลือด, ของเหลว, กระบวนการสร้างและสลายการแลกเปลี่ยนออกซิเจน มีภารกิจการการบินในอวกาศเป็นเวลา 30 วัน อย่างไรก็ตามหลังจากใกล้ถึงวันที่เก้าของปฏิบัติการ ภารกิจได้ถูกยกเลิกลงเนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เลวร้ายลง บอนนี่เสียชีวิตในอีกแปดชั่วโมงหลังการเข้าช่วยเหลือเนื่องจากหัวใจล้มเหลว.."

รายงานที่ได้จากนาซาฉบับย่อนี้มีรายละเอียดเหมือนกันกับข้อมูลที่ได้จากในหนังสือพิมพ์ที่เราค้นพบ เพียงแต่ไม่ได้ระบุที่มาของบอนนี่

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2011 Bob Andrepont ได้เผยแพร่รายงานฉบับเต็มของโครงการไบโอแซตเทลไลท์ไว้ที่ http://www.scribd.com/doc/48721044/Bio-Satellite-Project-Historical-Summary-Report ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านหรือดาวน์โหลดได้ รายงานที่มีความหนา 266 หน้า (279 ตามหมายเลขหน้าจากต้นฉบับ) ชื่อ Bio Satellite Project Historical Summary Report มีรายละเอียดทุกอย่างของโครงการไบโอแซตเทลไลท์ทั้ง 3 เฟส แต่เมื่อค้นหาที่มาของบอนนี่ พบว่าในรายงานหน้า 100 (104 ตามหมายเลขหน้าจากต้นฉบับ) ในส่วนของ Animal Preparation จากหัวข้อ Primate Mission Experiments บอกเพียง ลิงที่ใช้ในโปรแกรมไบโอแซตเทลไลท์นั้นจะได้รับการคัดสรรจาก ARC ซึ่งมีที่มาจากผู้จัดจำหน่ายหลายราย มีจำนวนสัตว์มากกว่า 400 ตัวซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และไม่ได้กล่าวถึงข้อความใดๆที่มีคำว่าประเทศไทยเลย

แม้รายงานทั้งฉบับย่อและฉบับเต็มที่เป็นทางการของนาซาจะไม่ได้บอกว่าบอนนี่มีถิ่นกำเนิดหรือที่มาจากประเทศไทย แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าบอนนี่มาจากที่ใดที่หนึ่งของบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งก็ครอบคลุมประเทศไทยไว้ด้วยอย่างแน่นอน

หมายเหตุ : ARC น่าจะหมายถึงศูนย์วิจัยอาร์เมสของนาซา ( NASA's Ames Research Center ) เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาของนาซา ตั้งอยู่ที่ Silicon Valley ใน California / ผู้เขียน

ผลที่ได้จากข้อมูลแหล่งต่างๆน่าจะพอตอบคำถามทั้งสามข้อที่ได้ตั้งข้อสงสัยไว้ให้ได้ความกระจ่างได้พอสมควร นอกจากสิ่งที่เป็นรายละเอียดด้านเนื้อหาแล้ว ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหวและความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อเรื่องราวของบอนนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญควรได้ศึกษาเช่นกัน

เว็บไซต์ apollomissionphotos.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์จำหน่ายภาพถ่ายภารกิจต่างๆของโครงการอวกาศ ในหน้า "Bio-D Bonnie Our Space Hero" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาพถ่ายและคำอธิบายประกอบสั้นๆในส่วนของภารกิจที่ไม่มีมนุษย์ขึ้นไปด้วย มีภาพการฝึกลิงเพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและเครื่องมืออุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการดำรงชีวิตขณะโคจรอยู่ในอวกาศในโปรแกรมไบโอแซตเทอร์นไลต์ ภาพถ่ายและคำบรรยายแสดงให้เห็นว่าไบโอแซตเทลไลท์ประกอบด้วยแคปซูลดาวเทียมชีวภาพถึงสามลำ ลำสุดท้ายคือไบโอแซตเทลไลท์ 3 เท่านั้นที่จะส่งลิงขึ้นไปด้วย และเราจะได้ทราบด้วยว่าในปฏิบัติการนี้มีลิงมากกว่าสามตัวรวมทั้งบอนนี่ที่ได้รับการฝึก แต่บอนนี่เป็นลิงตัวเดียวเท่านั้นที่ได้ขึ้นถูกส่งขึ้นสู่อวกาศไปพร้อมกับยาน

"ฮีโร่อวกาศของเรา"

บทนำสั้นๆของเว็บไซต์กล่าวว่า ในวันที่ 29 มิถุนายน 1969 ยานไบโอแซทเทิร์นไลท์ - 3 ประสบความสำเร็จในการส่งขึ้นโดยจรวดเดลต้า เอ็น #539 แคปซูลชีวภาพถูกเรียกกลับเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 1969 ซึ่งภายในบรรจุลิงกังเพศผู้น้ำหนัก 6 กิโลกรัมชื่อบอนนี่เพื่อภารกิจโคจรรอบโลกเป็นเวลา 30 วัน อย่างไรก็ตาม หลังการโคจรได้เพียง 8.8 วัน ภารกิจได้ถูกยกเลิกเนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เลวร้ายลงของบอนนี่ และยังได้กล่าวถึงเรื่องความคุ้มค่าสำหรับภารกิจการบินครั้งเดียวที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากนี้ว่าแม้จะไม่สามารถดำเนินภารกิจไปให้เสร็จสิ้นตามหมายกำหนดการ แต่ในด้านเทคนิคแล้วถือว่าประสบความสำเร็จคุ้มค่าการลงทุน

เว็บไซต์ยังได้ยกย่องบอนนี่ให้เป็น" วีรบุรุษอวกาศ" ของปฏิบัติการไบโอแซตเทลไลท์นี้ด้วย อีกทั้งยังกล่าวว่าเขาไม่เคยคิดที่จะหาผลประโยชน์จากความโชคร้ายหรือความทุกข์ทรมานที่เกิดจากการทดลองนี้เลย ภาพของบอนนี่และเพื่อนๆอาจทำให้เกิดความรู้สึกที่เลวร้าย แต่สิ่งที่ได้จากพวกเขาก็จะเป็นความรู้สำหรับแนวทางในการสร้างความปลอดภัยให้กับการบินในอวกาศของมนุษย์ในอนาคตต่อไป

ในหน้า wiredscience ของเว็บไซต์ wired.com ซึ่งมีภาพแอนิเมชั่นสวยๆน่ารักของเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และอวกาศได้ลงภาพวาดที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นภาพของยานไบโอแซตเทอร์นไลต์มีบอนนี่นั่งอยู่กำลังเคลื่อนที่ไปในอวกาศพร้อมคำบรรยายพอถอดความได้ว่า "โปรแกรมไบโอแซตเทอร์นไลต์ของนาซ่าได้ส่งแคปซูลจำนวนสามลำให้ไปโคจรรอบโลกพร้อมด้วยพืชและสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษาผลกระทบของสิ่งต่างๆสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ในอวกาศ ภาพนี้ประมาณปี 1968 สำหรับการส่งขึ้นไปเป็นครั้งที่สาม พร้อมกับได้บรรจุลิงกังตัวหนึ่งชื่อบออนนี่ขึ้นสู่วงโคจร เจ้าจ๋อในภาพดูเหมือนมีความสุขมากกว่าบอนนี่ตัวจริง" ข้อมูลโดยรวมเหมือนกับที่เราได้จากที่อื่นๆ ยกเว้นเวลาที่ห่างกันหนึ่งปีซึ่งน่าจะไม่ถูกต้อง

สำหรับในด้านผลกระทบต่อสังคม ผู้คนที่รักสัตว์และมีกิจกรรมเพื่อการต่อต้านการใช้สัตว์ทดลอง การเรียกร้องปกป้องสิทธิของสัตว์ ได้มีการเกาะติดและดำเนินกิจกรรมอยู่อย่างสม่ำเสมอ

วันที่ 9 พฤษภาคม 1985 บทความพิเศษในเว็บไซต์ orlandosentinel.com โดยฮอลลี่ เจนเซ็น เรื่อง "การใช้สัตว์ทดลองในอวกาศของนาซ่าไม่ชอบธรรม" ( Nasa's Animal Research In Space Is Unjustified ) ซึ่งเป็นบทความต่อต้านการนำสัตว์มาทดลองในโครงการอวกาศชื่อ โดยบทความได้กล่าวถึงผู้ชมที่ไม่พอใจนักกับการปล่อยยานขนส่งอวกาศชาเลนเจอร์ 7 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 1985 มีนักเรียกร้องสิทธิสัตว์มาพร้อมกับป้ายข้อความต่างๆเช่น "หยุดการทรมานสัตว์", "เรายังไม่พอกับความเจ็บปวดอีกหรือ", "เสียงเรียกร้องของสิทธิสัตว์ไม่มีน้ำหนัก" นั่นเป็นเพราะห้องทดลองลอยฟ้าที่ถูกออกแบบโดย ARC ชื่อสเปซแล็บ 3 ที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณกว่า 17 ล้านเหรียญโดยสภาคองเกรซซึ่งยานขนส่งกำลังจะนำขึ้นนี้ มีร่างของหนู 14 ตัวและลิงอีก 2 ตัวที่จะต้องถูกส่งขึ้นไปเพื่อทำการทดลองในอวกาศเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี

ฮอลลี่กล่าวว่ามีสัตว์นับล้านต้องตายในช่วงรอยต่อของโปรแกรมอวกาศ และได้อ้างถึงเรื่องของการทดลองแบบเดียวกันนี้เมื่อ 16 ปีที่แล้วว่า "เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน1969 บอนนี่ลิงน้ำนัก 14 ปอนด์ถูกส่งขึ้นไปโคจรในอวกาศตามแผนการบิน 30 วัน เกิดในป่าของประเทศไทย บอนนี่ถูกจับส่งมาสหรัฐอเมริกาเพื่อเพื่อขังไว้ศึกษาเป็นระยะเวลายาวนาน มันอดทนแข็งแรงพอสำหรับการทดสอบ ที่สุดบอนนี่อยู่บนอวกาศได้เพียง 8 วัน นาซาไม่มีคำอธิบายที่ดีพอสำหรับความร้ายแรงที่ทำให้มันถึงตาย แต่บัญชีของสัตว์ที่จะถูกนำมาวิจัยยังมีอีกมากมาย"

บทความของฮอลลี่ เจนเซ็นเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่กล่าวถึงที่มาของบอนนี่ว่ามาจากป่าในประเทศไทย

เป็นความจริงว่าการนำสัตว์มาทำการทดลอง แม้จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของมนุษย์ สัตว์ทดลองเปรียบเสมือนหน่วยกล้าตายที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่คาดคิดก่อนที่มนุษย์จะได้รับ ผลที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งการออกแบบความปลอดภัยในด้านต่างๆสำหรับมนุษย์ สัตว์ทดลองอย่างบอนนี่จึงเป็นฮีโร่ผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับพวกเราได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะเดียวกันความเจ็บปวดและชะตากรรมอันโหดร้าย ก็ได้นำมาซึ่งความเกรี้ยวโกรธของผุ้คนที่ห่วงใยผูกพัน สะท้อนออกมาเป็นแรงต้านเพื่อปกป้องคุ้มครอง แม้ไม่สามารถจะหยุดการกระทำเหล่านั้นได้ แต่มันก็ได้สร้างบรรทัดฐาน กฏข้อบังคับ และจรรยาบรรณของการใช้สัตว์ทดลอง อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดโหดร้ายมากกว่าที่ควรจะเป็น หากมองในมุมนี้บอนนี่และเพื่อนๆเป็นฮีโร่ของพวกเขาเอง

มนุษย์มักฝันที่จะสร้างให้ตัวเองเป็นวีรบุรุษ แต่ในชั่วชีวิตหนึ่ง มนุษย์อาจเป็นอีโร่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้แต่ก็อาจต้องเป็นซาตานตัวร้ายของคนกลุ่มอื่นๆ

ตอนนี้ไม่สำคัญแล้วว่าบอนนี่จะมีที่มาจากที่ไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เรารู้ว่า เขาและผองเพื่อนเป็นฮีโร่ที่แท้จริงของทุกกลุ่ม ไม่ว่าคนหรือสัตว์

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก

The Day June 28, 1969 By Howard Benedict http://news.google.com/newspapers?nid=1915&dat=19690628&id=rY5hAAAAIBAJ&sjid=RvgMAAAAIBAJ&pg=5095,4785357

Sarasota Harald Tribune dec 5, 1981 http://news.google.com/newspapers?nid=1755&dat=19811205&id=XJ0cAAAAIBAJ&sjid=F2gEAAAAIBAJ&pg=3415,2427514

A Brief History of Animals in Space http://history.nasa.gov/printFriendly/animals.html

Bio Satellite Project Historical Summary Report http://www.scribd.com/doc/48721044/Bio-Satellite-Project-Historical-Summary-Report

Nasa's Animal Research In Space Is Unjustified May 9, 1985|By Holly Jensen, http://articles.orlandosentinel.com/1985-05-09/news/0300040069_1_animals-in-space-animal-rights-research

Apollo Mission Photos http://www.apollomissionphotos.com/index_rocket_bonnie.html

wiredscience http://www.wired.com/wiredscience/2011/11/adorable-model-spaceships/#slideid-438341

Monkey in Space http://www.monkeyinspace.net/space-monkeys/monkey-in-space/

Video - Astronomy Lesson #1 - Animals in Space http://www.youtube.com/watch?v=p2ZMWbPuPzs

จรรยาบรรณการใช้สัตว์ทดลอง http://oldweb.pharm.su.ac.th/thai/Research/page3.htm

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน EduZone



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

...ระลึกถึง "บอนนี่" นะคะ ลิงจากประเทศไทยที่ได้ถูกนำไปใช้เป็น "สัตว์ทดลอง" ในการสำรวจอวกาศขององค์การนาซ่า ประเด็นสำคัญของบันทึกนี้คือเมืองไทยไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้เก็บไว้เลย ...แต่ส่วนตัวก็เคยได้ยินข่าวนะคะว่าลิง หนู ปลา แมว และสุนัขของไทยถูกส่งออกไปเพื่อใช้ในการทดลองเป็นจำนวนมาก...ซึ่งในเรื่องนี้ทำให้ทั่วโลกมีผู้คนในหลายสาขาอาชีพ ร่วมกันต่อต้านพิทักษ์ชีวิตสัตว์ต่างๆที่ถูกทารุณกรรมทั้งจากการค้า และการทดลอง ตลอดเวลาจนถึงปัจจุบัน...

...ในประเทศไทยทุกวันนี้ มีสุนัข และหนู และสัตว์ป่าซึ่งอาจจะมีลิงด้วยขายเป็นอาหาร ไม่รวมนกที่มีขายกันมานานแล้ว ...

...แต่ที่แย่ต่อความรู้สึกมากๆก็คือ ...พวกแรงงานเขมร...ตีสุนัข และแมว กินกันเป็นว่าเล่นนะคะ...

บันทึกนี้น่าสนใจมากทีเดียวครับ น่าจะจุดประกายให้เด็กไทยสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มากขึ้นในหลายมุมด้วยกัน ตั้งแต่ประเด็นวิทยาศาสตร์ล้วนๆ ถึงประเด็นจริยธรรมครับ เดี๋ยวเย็นนี้เจ้าต้นไม้กลับบ้านผมต้องเล่าเจ้าต้นไม้ครับ ขอบคุณคุณลุงนกที่แบ่งปันครับ

เขียนเมื่อ 

ตอนเห็นหัวข้อข่าวผมก็ไม่คิดว่าจะเอามาเขียนบันทึกหรอกครับท่านอาจารย์ ดร.พจนา เห็นว่าน่าสนใจจะลองหารูปไปลงในอนุทินสั้นๆ แต่ยิ่งค้นยิ่งสนุก ยิ่งโยงไปถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ จากเรื่องเล็กๆมันทำให้เราได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกมากก็เลยรวบรวมเอามาเขียนครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์ธวัชชัยครับ หวังว่าต้นไม้คงอยากฟัง ปีนี้ผมตั้งใจจะหาอะไรที่พอจะเป็นความรู้มาเขียนให้บ่อยขึ้น ตอนนี้สนใจเว็บ code.org ที่เขาสอนเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์น่ะครับ ว่าจะเข้าไปทดลองเรียนดูมั่งก็ยังไม่มีเวลานิ่งๆสักที ผมว่าที่นี่ก็น่าสนใจสำหรับเด็กของเรานะครับ แต่คงต้องมีคนที่รู้เรื่องพวกนี้อย่างท่าน อ.ธวัชชัย หรือ อ.จันทวรรณ คอยแนะนำ

อ้อ..หลานๆผมเรียกลุงโหนกครับอาจารย์