ขอเก็บเอาเรื่องราวของ"ครูใหญ่" ครูสนั่น กันชาติ เอาไว้บนพื้นที่แห่งนี้มาเพื่อระลึกถึงความดีและความรักที่ท่านได้มอบให้กับครอบครัวของผม..หากไม่มีครูสนั่น กันชาติ...ก็ไม่มี"เพชรน้ำหนึ่ง"ในวันนี้ครับ.....

                             -เก็บความตั้งใจเอาไว้นานแล้วครับ..สำหรับเรื่องราวที่จะนำเอามาบันทึกเพื่อแบ่งปันให้กับมิตรรัก G2K ได้ร่วมติดตามกันเนื่องในโอกาสของ"วันครู"กับกิจกรรมดี ดี ที่ อาจารย์จันทวรรณ ได้เชิญชวนให้"ร่วมถอดบทเรียนครูของครู"ซึ่งจะสิ้นสุดกำหนดเวลาในวันนี้(31/01/2557)นี้แล้ว....เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการส่งท้ายและขอนำเอาเรื่องราวของ"ครู"มาร่วมบันทึกไว้บนพื้นที่แห่งนี้...วันนี้จึงขอนำเอา"จดหมาย...จาก.ครูใหญ่"มาเล่าให้มิตรรัก G2K ได้ร่วมติดตามชมกันในบันทึกที่มีชื่อว่ The Letter 2539 คร้าบ!!!!!

1.จดหมายฉบับบนี้...ผมเก็บเอาไว้นานแล้วครับ....เป็นจดหมายที่เขียนโดย"ครู"ของผมเองครับ....สำหรับ"ครู"ท่านนี้ ถือได้ว่าเป็น"ผู้ให้"สำหรับผม...ท่านเป็น"ผู้ให้"ที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทน....วันนี้..ผมจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ"ครู"และเปิดจดหมายของ"ครู"ของผมอีกครั้งหนึ่งครับ....

2.เขียนที่ โรงเรียนนาบ้านไร่ ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง วันที่ 20 พฤษภาคม 2539

"ถึง นายบุญส่ง จอมดวง ศิษย์รัก.....เนื้อความในจดหมาย ได้บ่งบอกถึงความรักและความห่วงใยลูกศิษย์คนนี้มากครับ..เพราะว่าผมได้มีโอกาสไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นในสถานที่ไม่คุ้นเคย และไกลบ้านมาก ไกลถึงสุดเขตประเทศไทย เมืองที่มีคำขวัญเพราะๆ ว่า "หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน"ครับ...และ"มุกดาหาร"คือสถานที่ ที่ผมได้รับการศึกษาและประสบการณ์ชีวิตจากที่นี่ครับ..

3.สิ่งที่เป็นเครื่องเตือนใจและผมได้ยึดถือมาตลอดก็คือ"คำสอน"ของ"ครู"ครับ...ท่านได้บอกเอาไว้ในจดหมายฉบับนี้ว่า"ให้ผมทำตัวเป็นเด็กดี ขยันเรียน และดูแลตัวเองดี ๆ รวมทั้งได้ให้คาถาในการเรียนเอาไว้ว่า"คนที่ท้อคือคนไม่แท้ คนที่แท้คือคนไม่ท้อ"ครับ...ด้วยคำสอนที่"ครู"ได้ให้กับผมจากวันนี้..มาถึงวันนี้..ผมยังจำและถือปฏิบัติมาตลอดครับครู.....ขอบคุณมากๆ ครับ...

4.อ่านจดหมายของ"ครู"แล้ว..ต่อไปผมจะขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก"ครู"ของผมครับ..สำหรับผมแล้วหากเอ่ยคำว่า"ครูใหญ่"ก็จะหมายถึง"ครูสนั่น กันชาติ"ครับ...ครูใหญ่ท่านนี้ ถือว่าเป็น"ผู้ให้"อย่างที่ไม่หวังผลตอบแทนครับ...ผมได้รับการ"ดูแลและเอาจใส่จากครูใหญ่ท่านนี้ด้วยดีตลอดมา ท่านได้ให้โอกาสผมในการศึกษาต่อ และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำรงชีวิตครับ...จนกระทั่งวันที่ผมจบการศึกษาและมีงานทำที่มั่นคง...ผมก็ได้รับความเมตตาจากท่านอีกครั้ง...และครั้งนี้ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจและถือเป็นศิริมงคลกับครอบครัวและตัวผมเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ...

5.จากวันนั้น..ถึงวันนี้....ชีวิตของผมได้รับความรักและความเมตตาจาก"ครูใหญ่"อย่างต่อเนื่องครับ....เริ่มตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนท่านได้ให้ความรู้และให้การศึกษา..จนกระทั่งมาถึงวันสำคัญอีกวันหนึ่งกับ"การเริ่มต้นชีวิตครอบครัว"ท่านก็ได้ให้"ตัวอย่างในการครองเรือน"กับผมอีก...สำหรับ"ครูใหญ่"แล้ว..ท่านได้ให้ตัวอย่างครบ ทั้งการครองตน ครองคน ครองงาน และครองเรือน"สำหรับ"ครอบครัวเล็กๆ ของผมเลยล่ะครับ....

6.คือความ"ภาคภูมิใจ"สำหรับผม...แม้วันนี้..จะไม่ได้ทำหน้าที่"เป็นครู"ตามที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพตามฏหมายและข้อบังคับของคุรุสภา....แต่วันนี้ขอใช้คำว่า"ครู"กับงานต้องปฏิบัติในฐานะของ"นักส่งเสริมการเกษตร"ถึงไม่มี"ค่าตอบแทนสำหรับใบประกอบวิชาชีพเป็นสิ่งตอบแทน"แต่ผมก็ขอตั้งใจ.....ทำงานให้สมกับที่เป็น"ข้าของแผ่นดิน"และขอตอบแทนพระคุณครูด้วยการตั้งใจทำความดี...ครับ....

 หากไม่มี"ครูใหญ่"ในวันนั้น....ก็คงจะไม่มี"ผม"ในวันนี้....ไม่มีคำบรรยายใดๆ ที่จะเอ่ยและเขียนออกมาให้หมดได้..แต่สิ่งหนึ่งที่ทำได้ก็คือการปฏิบัติตามคำสอนและยึดถือคติเตือนใจที่ครูบอกเอาไว้"คนที่ท้อคือคนไม่แท้....คนที่แท้คือคนไม่ท้อ...."ครับ...

เรื่องราวของ"ครู"สำหรับผมยังมีอีกมายมายครับ..เอาไว้มีโอกาสเหมาะ ๆ จะนำเอาเรื่องของ"ครู"อีกหลายท่านที่เคารพและนับถือมาบันทึกให้ได้ติดตามกัน...สำหรับวันนี้..ขอจบบันทึกนี้เพียงเท่านี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ...

                                                                                สวัสดีครับ

                                                                                 เพชรน้ำหนึ่ง

                                                                                 31/01/2557