จากการไปเยี่ยมชมโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้ได้เห็นแนวคิดและการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กพิเศษ เพื่อให้ได้เรียนทัดเทียมกับเด็กปกติ
อ้างอิงจากเนื้อหาการบรรยายของทางโรงเรียน (22 มกราคม 2557) ในปัจจุบันแบ่งกลุ่มเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ (Children with Special needs)เป็น 9 ด้าน ดังนี้
- เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
- เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
- เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เช่น Mental retardation, Down's Syndrome
- เด็กที่มีปัญหาทางด้านร่างกายและสุขภาพ
- เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านภาษาและการสื่อสาร เช่น เด็กหูหนวก เด็กที่มีปัญหาเรื่องการพูดสื่อสาร
- เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้-แอลดี (Learning disabilities)
- เด็กที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์และพฤติกรรม ได้จัดเด็กสมาธิสั้นอยู่ในกลุ่มนี้
- เด็กออทิสติก
- เด็กพิการซ้ำซ้อน
ทางศูนย์วิจัยการศึกษาเพื่อเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ Educational research center for children with special needs แบ่งการเรียนการสอนของเด็กกลุ่มพิเศษไว้ 3 ประเภท คือ
- เด็กแอลดี (L.D.) พ.1 จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2527 ทางโรงเรียนจะมีการวางแผนร่วมกันกับผู้ปกครอง มีการจัดรูปแบบการเรียนแบบ IEP (INDIVIDUALIZED EDUCATION PROGRAM)และจัดการเรียนร่วมกับเด็กปกติ
- เด็กออทิสติก พ.2 จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2534 ทางโรงเรียนมีการทำโครงการร่วมกับโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมป์ โดยแต่ละปีจะมีนักเรียนน้องออทิสติกห้องเรียนละ 5 คน ในชั้นเตรียมปฐมศึกษา และตั้งแต่ชั้น ป.3 ขึ้นไป จะเปิดโอกาสให้น้องเรียนร่วมกับเด็กปกติ
- เด็กที่มีวุฒิภาวะไม่สมวัย พ.3 จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2540 จัดการเรียนการสอนในชั้น ป.1-ป.2 ในกลุ่มเด็กที่มีความล่าช้าในเรื่องการดูแลตนเองด้านกิจวัตรประจำวัน การเรียนรู้ช้า มีทักษะทางสังคมที่ต้องช่วยเติมเต็ม การปรับตัวในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และเด็กที่ยังขาดความรู้พื้นฐานวิชาการ ทางภาษาและคณิตศาสตร์ เพื่อช่วยให้เด็กปรับตัวได้ดีมากขึ้น
ทางโรงเรียนได้มองเห็นการจัดการเรียนการสอนเพิ่มเติมให้แก่เด็ก เช่น กิจกรรมบำบัด พละศึกษา ศิลปะ ดนตรี คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ร่วมด้วย
หลังจากฟังบรรยายเสร็จก็ได้เดินเยี่ยมชมบรรยากาศโรงเรียน และ สังเกตการเรียนของเด็กๆ .....ดิฉันไม่มีโอกาสในการบันทึกภาพมาให้ชมเพราะ เป็นการรักษาสิทธิของน้องๆ และแบตมือถือหมด T T เลยพลาดถ่ายวิวสวยๆ แต่สามารถแวะชมบรรยากาศได้ทางเวปไซต์ http://www.kus.ku.ac.th/ ค่ะ
ข้อคิดจากการได้ไปดูงานในครั้งนี้คือ การได้เห็น การให้โอกาสทางสังคม และเปิดโอกาสให้แก่เด็กพิเศษในการพัฒนาศักยภาพของพวกเขาให้เรียนรู้ถึงความสามารถสูงสุด เพื่อจะดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ (Idependent living)ต่อไปในอนาคต

เป็นกำลังใจให้กิจกรรมดีๆครับ
......การเรียนการสอนและ กิจกรรมบำบัด พละศึกษา ศิลปะ ดนตรี ....สิ่งเหล่านี้..ดีนะคะช่วยเด็กได้ดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ พ.แจ่มจำรัส อาจารย์ Dr.Ple และคุณนงนาท โรงเรียน และกิจกรรมดีๆ เปิดโอกาสให้แก่เด็กพิเศษเรียนร่วมและดูแลในระยะยาวในบ้านเรายังมีไม่เยอะมาก ชื่นชมใน รร.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่จัดการเรียนร่วมที่มีมาตรฐานแบบนี้มากค่ะ .....
ขอให้เฮงๆๆๆ กันทุกท่านเลยนะคะ ^ ^