ในน้ำมีปลา...ในนามีข้าว

     เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (๒๙ มกราคม ๒๕๕๗) น้องอ้อม Line มาบอกฉันว่า..."แม่...เพรียง

ตกปลาได้ ๔ ตัววันนี้...รวมเมื่อวานอีก ๒ ตัว ได้ ๖ ตัวแล้ว แต่ยังไม่ทำอะไรหรอกนะ

ขังไว้ก่อน...รอพี่ภัครกลับมาแล้วค่อยต้มยำกินกัน"...เพราะพี่ภัครจะกลับมาบ้านในวันพรุ่งนี้

นี่คือ ความคิดของน้อง ๆ ของพี่ภัครน้องเพรียง ตกปลาเก่งมาก...ความจริงแม่ก็ไม่ค่อย

อยากให้น้องเพรียงทำบาปหรอกแต่น้องเพรียงกลับมองอีกมุมว่า...นี่คือ วิถีชีวิตของมนุษย์

นะแม่ สัตว์ต่าง ๆ เกิดมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์...อืม!!! แม่ได้ฟังก็ได้แต่ "เงียบ"

ไม่สามารถโต้ตอบลูกได้...

      น้องเพรียงจะมือฉมั้งมากกับเรื่อง "ตกปลา" คู่หูกับน้าต้น (น้าเขย) ชอบตกปลาพอ ๆ 

กัน แต่ตรงกันข้ามกับพี่ภัครเลย ไม่สามารถเหมือนกับน้องเพรียง ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว

สองพี่น้องจะมีทักษะชีวิตที่แตกต่างกัน คนพี่จะวิชาการ ส่วนคนน้องจะเก่งในเรื่องการใช้

ทักษะชีวิตมากกว่า...

       น้องอ้อมบอกว่า...เจ้าฟ้าครามชอบใจใหญ่เลยที่ได้ปลาช่อนตัวใหญ่ ๆ...ย่าเคยถาม

ว่า ปลามันกินเหยื่ออย่างไง...ฟ้าครามตอบย่าว่า..."มันกินดังปั๊บ!!!"...คริ ๆ ๆ รู้เสียด้วย

แม่ตัวร้ายของย่า...ฉันสังเกตเห็นว่า...เมื่อ ๕ - ๖ ปีที่แล้ว ปลาในบ่อ ตัวเล็กมาก ๆ

แต่มาปี - ๒ ปีนี้ ตัวใหญ่ขึ้น...ฉันยังจำได้ เมื่อตอนที่ฉันเป็นเด็ก ๆ ปลาช่อนตัวเท่าน่อง

ของผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่เลยแหล่ะ!!!...เนื้อปลาช่อนก็หวาน ยิ่งนำมาต้มยำด้วยแล้ว...

อร่อยมาก...แบบนี้นี่เองที่คนสมัยก่อน พูดว่า..."ในน้ำมีปลา...ในนามีข้าว"

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ...

บุษยมาศ แสงเงิน

๒๙ มกราคม ๒๕๕๗