ผมยังคงจำคุณครูหรือท่านอาจารย์ต้นแบบที่ดีสำหรับผมได้เสมอตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลดาริน (คุณครูป้าหมู) ชั้นอนุบาล-ประถม รร.มารีพัฒนา เปลี่ยนชื่อในปัจจุบันเป็น พระหฤทัยพัฒนเวศม์ (มาสเตอร์สมศักดิ์) ชั้นม.ต้น-ม.ปลายสาธิต ม.รามคำแหง - แต่สอบเทียบออกก่อนตอนม.5 (อาจารย์พิมพรรณและอาจารย์พันทิพา) ชั้นป.ตรี เกียรตินิยม กิจกรรมบำบัด ม.เชียงใหม่ (อาจารย์สร้อยสุดา อาจารย์ไพวรรณ และอาจารย์พรเพ็ญ) ชั้นป.โท สรีรวิทยาการออกกำลังกาย เน้น จิตประสาทสรีรวิทยา ม.มหิดล (อาจารย์ไถ้ออน) และชั้นป.โท เฉพาะทางกิจกรรมบำบัดจิตสังคม และ ป.เอก (อาจารย์ทันยา) ที่ Curtin University, Western Australia ซึ่ง Professor Tanya L. Packer เป็นผู้ปรับระบบความคิดสู่การสร้างความดีในการพัฒนากิจกรรมบำบัดศึกษาในไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา 

ที่สำคัญผมยังมีคุณครูตลอดชีวิตที่ทดแทนคุณได้ไม่หมดคือ คุณแม่ประนอมศรีและคุณพ่อประสงค์ของผม ซึ่งขอนำความคิดของคุณครูทั้งสองท่านในหนังสือเลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นดอกเตอร์ มาบอกเล่าบางส่วน

"จะเห็นว่า หนังสือเล่มนี้ คุณพ่อไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไรนัก คงจะเป็นเรื่องธรรมดาของครอบครัวไทยที่ส่วนมากจะยกย่องคุณแม่ให้เป็น ผ.บ.ท.บ. ประจำครอบครัว  ด้วยเหตุนี้จะเห็นแต่คุณแม่แสดงเพียงผู้เดียว  คุณพ่อจะเป็นผู้ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาคำแนะนำในเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องความถูกต้องและชอบธรรม (คุณพ่อเป็นนักกฎหมาย)" ...

"จะเห็นว่า บางบทที่ลูกเขียนคุณแม่จะมีส่วนแทบทุกเรื่อง มิใช่ว่าคุณแม่จะเลี้ยงลูกแบบคุณหนู พ่อแม่ทุกคนต้องการเห็นความเจริญก้าวหน้าของลูก จึงพยายามปลูกฝังในสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับลูกทั้งปัจจุบันและอนาคต จะได้รับคำถามอยู่เสมอว่า เลี้ยงลูกอย่างไรถึงได้เป็นแบบนี้  เราจะตอบทันทีว่า ไม่ยากเลย  ให้คิดว่า ครอบครัวเราเป็นโรงเรียนแห่งแรกของลูก  เราจึงเริ่มต้นจากสถาบันครอบครัวก่อน โดยเฉพาะความรักความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัว  โดยเฉพาะเมื่อลูกเป็นวัยรุ่น เราจะสอนอย่างไรให้รักโรงเรียน(ครอบครัว) แห่งนี้  ไม่เบื่อโรงเรียน หนีเรียน หรือ หนีไปหาเพื่อนข้างนอก  หรือถ้าจะให้เพื่อนมาเที่ยวโรงเรียนนี้เราก็อนุญาต ในกรณีที่เขาต้องการพักออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆข้างนอกบ้างเราก็ไม่ว่าแต่จะให้คำตักเตือนหรือดูอยู่ห่างๆ  เราจะให้ความรักความอบอุ่น ปฏิบัติตนอยู่ในศีล ห้า ชี้แนะแนวทางให้ลูกเดินโดยไม่ได้บังคับ        นอกจากนี้ เราจะฝึกให้ลูกมีวิสัยทัศน์โดยทางอ้อม เช่นเมื่อแม่ไปปฏิบัติงานต่างประเทศ หรือติดต่อกับเพื่อนที่คิดว่าจะให้ลูกเข้าไปร่วมได้ ก็จะพยายามชวนลูกไปด้วยเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ประสบการณ์ดูแบบอย่างพร้อมศึกษาไปด้วย เปรียบเสมือนการศึกษานอกหลักสูตร จะไม่มีโรงเรียนหรือสถาบันใดให้การสอนในเรื่องนี้ได้   สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ว่าการติดต่อจะระดับสูงหรือต่ำ ลูกได้เห็นแบบอย่างจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว คิดว่าดีที่สุด ลูกคงใช้ชีวิตในการเลือกเดินทางสายกลาง ตามคำสอนของพระพุทธองค์"

และใน 1 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันผมยังคงต้องเรียนรู้เพื่อพัีฒนาตนเองให้เป็นผู้นำรุ่นใหม่ในการเปลี่ยนแปลงระบบให้คนไทยมีสุขภาวะกับท่านอาจารย์โกมาตรในคศน. 

 

และความภาคภูมิใจเล็กๆ เมื่อผมก็ยังเป็นพี่ใหญ่ที่คอยเป็นผู้กระตุ้นการเรียนรู้และเป็นพี่เลี้ยงให้น้องๆทีมงานกิจกรรมบำบัดศึกษา ณ ม.มหิดล และคอยเฝ้าติดตามบัณฑิตกิจกรรมบำบัดทุกรุ่นตลอดไป (ในภาพคือรุ่นที่ 2/2555)

 

ผมขอกราบขอบพระคุณบิดา มารดา และคณาจารย์ทุกท่าน ที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้และความดีงาม ให้ผมได้พัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จของชีวิตในการทำงานเป็นครูของกิจกรรมบำบัดศึกษา และสู่ความสุขในการใช้ชีวิตที่พอดี พองาม พอควร และพอเหมาะตราบจนชีวิตหมดวาระ