รายงานผลการวิจัย ของมหาวิทยาลัยฟลอริด้าล่าสุดระบุว่า อัตราการขาด ลา มาสายสูง การทำงานเฉื่อยชาและการออกจากงานสูงในองค์กรเกิดจาก

  1. หัวหน้าไม่รักษาคำสัญญา                                                                                 39.00%

  2. หัวหน้าไม่เห็นความสำคัญ                                                                               37.00%

  3. หัวหน้าเงียบเฉยเกือบตลอดปีที่ผ่านมา                                                                   13.00%

  4. หัวหน้ามักตำหนิต่อหน้าเพื่อนพนักงานอื่นหรือผู้จัดการอื่นๆ                                               8.00%

  5. หัวหน้าก้าวล้ำสิทธิส่วนบุคคลมายุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกน้องมากเกินไป

  6. หัวหน้าตำหนิผู้อื่นให้ฟังเพียงเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดบกพร่องของตัวเองหรือเพื่อลดความอับอาย

     

    จึงน่าจะสรุปได้ว่า “อาการนายไม่เอาไหน” (Bad Boss Syndrome – BBS) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราการขาดงาน การทำงานเฉื่อยชา และการลาออก ของพนักงานสูง

    ฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยง “อาการนายไม่เอาไหน” (BBS) ในองค์การ ผู้จัดการและหัวหน้าแผนกทุกคนควรจะ

    “รักษาคำสัญญา เมื่อได้ลั่นวาจาไปแล้ว, ให้เครดิตและให้การยอมรับในสิ่งที่ลูกน้องทำดี, พูดคุยกับลูกน้องโดยตรงเมื่อลูกน้องทำงานผิดพลาด, ทักท้วงหรือตำหนิลูกน้องเป็นการส่วนตัว แทนที่จะนินทาลับหลังให้ผู้อื่นฟัง, หลีกเลี่ยงการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของลูกน้องโดยการลดการเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกน้องมากเกินไป, และยอมรับความผิดพลาดบกพร่องของตัวเอง โดยลดการกลบเกลื่อนด้วยการขอโทษแทนที่จะตำหนิบุคคลอื่นให้ลูกน้องฟัง”

     

    ยิ่งถ้ามีลูกน้องเป็นเด็ก Generation Y มาก ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งต้องหลีกเลี่ยงการเกิดอาการ BBS ให้มาก ๆ