เมื่อวานเย็นดิฉันได้รับพัสดุจาก สคส. เปิดออกพบของรางวัลที่ สคส.มอบให้เป็นกำลังใจในการทำงาน และจดหมายข่าวรายสองเดือนของ สคส. ฉบับเดือนกันยายน-ตุลาคม 2549 ซึ่งได้พบกับหน้าแรกของฉบับที่เป็นเรื่องราวของการทำ KM ในเขตฯ ของเรา โดยดิฉันไม่คาดคิดว่าเรื่องที่ตัวเองเขียนเล่าไป จะปรากฏอยู่ในหน้าปกทีเดียว ต้องขอขอบพระคุณทาง สคส. เป็นอย่างมากค่ะที่กรุณามอบพื้นที่ให้เราได้มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวของโรงเรียนที่เราดูแลอยู่ รายละเอียดของเรื่องเล่านั้นอ่านได้จาก http://gotoknow.org/file/suphanburi2/KM-School.doc ค่ะ
และเมื่อเปิดอ่านเรื่องในเล่มแล้ว พบว่าตัวเองได้รับความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากจากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในวงการ KM อีกหลายท่าน
- “การจัดการความรู้ในองค์กรการศึกษา” โดย ผศ.ดร.ทัศนีย์ ไพฑูรย์พงษ์
ท่านบอกเล่าจุดกำเนิดของโครงการ Ed-KM และประสบการณ์ที่ท่านไปติดตามนิเทศโรงเรียนที่ท่านดูแล ทำให้มองเห็นการเริ่มต้นเดินเครื่อง KM ของวงการศึกษาอย่างน่าสนใจ และเห็นด้วยกับท่านเป็นอย่างยิ่งว่า KM ทำให้บรรยากาศในการทำงานดีขึ้น เพราะเกิดความสัมพันธ์เชิงบวกของบุคลากรในองค์กร…
จะเป็นห่วงก็อยู่ที่บรรยากาศใหม่นี้จะแทรกตัว และอยู่อย่างยั่งยืนนานแค่ไหน จะพ่ายแพ้แก่บรรยากาศเดิม ๆ ที่วงราชการเราถือปฏิบัติกันมาจนหยั่งรากฝังลึกหรือไม่ เพราะแต่ไหนแต่ไร การทำเรื่องใด ๆ ก็ตาม แต่เดิมนั้นมักกระทำแบบ “ไฟไหม้ฟาง” ทำกันตาม “นโยบาย” ของ “นาย” คนปัจจุบัน พอ “นาย” เปลี่ยน “นโยบาย” ก็เปลี่ยน ดังนั้น KM จะยั่งยืนได้ก็อยู่ที่พวกเรา “ผู้ปฏิบัติ” นั่นเอง
- “คิดเอง จัดการเอง ความรู้ใน สพท. และโรงเรียน” โดย ผศ.ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ
ท่านสะท้อนมุมมองของท่านที่มีต่อการดำเนินงานโครงการ Ed-KM และข้อคิดประสบการณ์สำหรับการทำหน้าที่ “คุณอำนวย” ของท่าน ในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ให้กับพวกเราทั้ง 17 เขตพื้นที่ฯ ที่เข้าร่วมโครงการฯ
การได้อ่านงานเขียนของท่านทำให้ตัวเองได้รับการเติมเต็มนอกเหนือจากที่ได้รับเมื่อครั้งเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ทำให้มองเห็นภาพและแนวทางการดำเนินงานเพื่อขยายผลและเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ และมองเห็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการภายในโครงการฯ มีอยู่ประการหนึ่งที่ดีมากสำหรับผู้ปฏิบัติอย่างพวกเรา คือการไม่ล็อครูปแบบให้เราเดิน Ed-KM จะปล่อยให้เราค้นหารูปแบบการจัดการความรู้ตามบริบทของเราด้วยตัวเอง
- “หนึ่งมุมมองจากการประชุมปฏิบัติการ ของ สพท. และสถานศึกษา” โดย ผอ.วัฒนา อาทิตย์เที่ยง
ท่านถ่ายทอดข้อคิดและมุมมองของตัวท่านที่ได้จากการสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม “การเล่าเรื่อง” ในการประชุมเชิงปฏิบัติการของทีมแกนนำนักจัดการความรู้ ทั้ง 17 เขตพื้นที่ฯ
ทำให้ดิฉันได้รับทราบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการทำกิจกรรม เป็นประโยชน์ต่อการนำไปเป็นประสบการณ์สอนใจเราเวลาที่ไปพาโรงเรียน KM ด้วย เช่น การควบคุมเวลา การปรับพฤติกรรมและวัฒนธรรมในการประชุม การเสริมแรง ฯลฯ เป็นต้น
- “เพลินกับการจัดการความรู้” โดย อ.วิมลศรี ศุษิลวรณ์
ท่านบอกเล่าการทำ KM ของโรงเรียนเพลินพัฒนา ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรรุ่นพี่ของพวกเราชาวเขต 2 จำได้ว่า ทีมงานของเราเคยไปยืนเฝ้าเกาะติดพูดคุยกับทีมงานของเพลินพัฒนา เมื่องานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 2
เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้ว เหมือนกับได้ยืนพูดคุยกันอีกครั้ง และครั้งนี้เราได้เห็นกิจกรรมที่ชัดเจนผ่านตัวอักษรของเพลินพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์และเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนของเรา ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึก “หมั่นเขี้ยว” อยากลงไปอยู่โรงเรียน เพื่อพาครู-พานักเรียน-พาผู้ปกครอง KM กันให้ชุ่มใจจริง ๆ ค่ะ อยากให้มีโรงเรียนที่เห็นความสำคัญของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเพลินพัฒนากันเยอะ ๆ ให้เต็มประเทศไทยเลยค่ะ เด็ก ๆ คงจะมีความสุขกันชะมัดยาด
- “หน่ออ่อน KM ในเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 1” โดย อ.ธเนศ ขำเกิด
ท่านถ่ายทอดเรื่องราวของการทำ KM ของ สพท.นนทบุรีเขต 1 ที่มีโอกาสได้รับคัดเลือกจากจังหวัดนนทบุรี เป็นหน่วยงานตนแบบของ KM ภาคราชการ อ่านเรื่องของท่านแล้วได้เรียนรู้ขั้นตอนกระบวนการทำงาน โดยใช้ KM เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งท่านได้นำเสนอหน่วยงานที่ทำ KM เด่น ๆ จำนวน 6 แห่ง…น่าสนใจมาก
แต่ก็แอบหนักใจและหวั่นใจไปกับท่านไม่ได้ ในฐานะของคนในระบบราชการเหมือนกัน นั่นคือ “วัฒนธรรมของระบบราชการ” ที่เป็นแนวตั้งมากกว่าแนวราบ ซึ่งหยั่งรากฝังลึกกันมานาน และการขยัก KM ไว้เป็นงานงอก ไม่ยอมทำ KM ให้เนียนไปกับเนื้องานของตัวเอง
- “จัดการความรู้ 5 เทคนิควิธี : สู่…ความสำเร็จในการบริหารสถานศึกษา” โดย ดร.ปฐมพงษ์ ศุภเลิศ
ท่านนี้ก็ถือเป็นครูของพวกเราชาวเขต 2 ด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเราได้ไปขอศึกษาดูงานกับจิระศาสตร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา KM ของจิระศาสตร์เข้มแข็งและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่โรงเรียนทั่วไป สิ่งที่เราได้อ่านผ่านตัวอักษรนี้ แม้เราจะได้มีโอกาสไปสัมผัสพูดคุยกับทีมจิระศาสตร์มาแล้วก็ตาม แต่ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้ได้รายละเอียดไม่ชัดเจนครอบคลุมเท่ากับการถ่ายทอดเรื่องราวในบทความครั้งนี้ของท่าน
จิระศาสตร์เป็นองค์กรทางการศึกษาอีกแห่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การนำ KM เข้ามาสู่โรงเรียนทำได้ไม่ยาก ไม่เป็นแค่ความฝัน แต่เป็นความจริงที่เราสัมผัสได้ สิ่งสำคัญคือ เราเริ่มต้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจริง ๆ หรือยัง…นำ KM ลงสู่การปฏิบัติจริง ๆ หรือยัง…
- “เก็บเกร็ดความรู้….ของครูผู้สอน” โดย อ.สิริพร กุ่ยกระโทก
อ.สิริพร หรือคุณครูอ้อยของดิฉัน เป็นกัลยาณมิตรที่เราไม่เคยพบเจอตัวจริงกันเลย ได้แต่สัมผัสมิตรภาพที่หอมหวานของกันและกันผ่าน gotoknow และ e-mail จากเรื่องเล่าของคุณครูอ้อยทำให้ได้ทราบความเป็นมาเป็นไปของตัวครูอ้อยที่มีโอกาสเข้ามาอยู่เป็นสมาชิกของ gotoknow และยังได้บอกเล่าถึงการพาเพื่อน ๆ จัดการความรู้กันอีกด้วย
ยืนยันได้ค่ะว่าตอนนี้ครูอ้อยมีแฟนประจำในบล็อกมากมายทีเดียว ขนาดแฟนนอกโรงเรียนยังมากมายเพียงนี้ คงเดาได้ถูกเผงว่าแฟนในโรงเรียน (นักเรียนที่เป็นลูกศิษย์ของครูอ้อย) ต้องมีมากแน่ ๆ
ครูอ้อยเป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้” ที่เป็นแบบอย่างที่ดีของครูไทยยุคนี้ เป็นผู้ที่ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ เปิดใจและรักการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างไม่รู้จบ เป็น “ผู้ให้” แก่คนรอบข้างอย่างน่านับถือ เห็นได้ชัดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านบล็อกทุก ๆ บล็อกของคุณครูผู้นี้…ดิฉันชื่นชอบคุณครูอ้อย และมักจะยกเป็นกรณีตัวอย่าง/แบบอย่างให้แก่คุณครูชาวสุพรรณฯ เขต 2 อยู่เสมอ
- “แบ่งปันความรู้ของครูอนุบาล” โดย อ.โกวิทย์ อ่วมขันธ์
ท่านถ่ายทอดเรื่องเล่าเร้าพลังของคุณครูแต่ละท่านในโรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ นับเป็นขุมความรู้ที่มีคุณค่ามากสำหรับการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กนักเรียนในระดับปฐมวัย อ่านแล้วมีความสุขและได้รับเทคนิควิธีในการจัดกิจกรรมและการดูแลนักเรียนได้เป็นอย่างดี
เรื่องเล่าเหล่านี้ เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนครูด้วยกัน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเทคนิค / เคล็ดลับ ในการจัดการเรียนรู้ของคุณครู ทำให้เราเรียนรู้ทางลัดจากประสบการณ์ของเพื่อน ๆ พวกเรากันเอง ซึ่งสิ่งเหล่านั้น เกิดจากการได้ปฏิบัติจริง (Tacit Knowledge) ของแต่ละคน
- “มอง (การสร้างคุณธรรมของเด็กนักเรียน) โรงเรียนสัตยาไส ผ่านแว่น KM” โดย คุณหญิง-นภินทร ศิริไทย แห่ง สคส.
“สัตยาไส” เป็นโรงเรียนหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นทางเลือกของผู้คนในสังคม ที่จะส่งบุตรหลานไปเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งคุณหญิงเธอได้ถ่ายทอดเรื่องราวของโรงเรียนนี้ได้อย่างกระชับ เฉียบคม และรู้สึกอิ่มใจที่ได้ร่วมมองโรงเรียนผ่านแว่น KM ไปกับคุณหญิง
ดิฉันอาจจะซาบซึ้งมากก็เป็นเพราะส่วนตัวมีความชื่นชอบ และเคารพนับถือความนึกคิดของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมาก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนสนิทที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมสัมผัส “สัตยาไส” มาแล้ว และได้มาถ่ายทอดให้ฟังจึงทำให้มองเห็นภาพการปลูกฝังคุณธรรมให้แก่นักเรียนได้อย่างชัดเจน เพื่อนของดิฉันบอกว่าหากเธอมีลูก เธอจะส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียนนี้ให้ได้
สุดท้ายจากปกหลัง คอลัมน์ “บอกกล่าวท้ายฉบับ” จาก คุณธวัช หมัดเต๊ะ แห่ง สคส. เป็นข้อเขียนจากบรรณาธิการกิจ ที่ฉายภาพ KM ภาคการศึกษา ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ในฐานะศึกษานิเทศก์อย่างดิฉันอ่านแล้วกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดอาการ “หมั่นเขี้ยว” ขึ้นมาอีกครั้ง อยากจะพาโรงเรียนที่เราดูแลให้รู้จักการนำ KM มาพัฒนางานการจัดการเรียนรู้ จะได้มีส่วนช่วยขัดสีฉวีวรรณให้ “การศึกษาไทย” ไฉไลผ่องพรรณอย่างที่คุณธวัช เขาแอบหวังไว้ ซึ่งความหวังนี้ดิฉันก็อยากให้เป็นจริงเช่นเดียวกัน
สิ่งที่ได้จากการรับ
จะเป็นห่วงก็อยู่ที่บรรยากาศใหม่นี้จะแทรกตัว และอยู่อย่างยั่งยืนนานแค่ไหน จะพ่ายแพ้แก่บรรยากาศเดิม ๆ ที่วงราชการเราถือปฏิบัติกันมาจนหยั่งรากฝังลึกหรือไม่ เพราะแต่ไหนแต่ไร การทำเรื่องใด ๆ ก็ตาม แต่เดิมนั้นมักกระทำแบบ “ไฟไหม้ฟาง” ทำกันตาม “นโยบาย” ของ “นาย” คนปัจจุบัน พอ “นาย” เปลี่ยน “นโยบาย” ก็เปลี่ยน ดังนั้น KM จะยั่งยืนได้ก็อยู่ที่พวกเรา “ผู้ปฏิบัติ” นั่นเอง
สวัสดีค่ะ คุณกุ้ง
ครูอ้อยก็ตามคุณกุ้งไปทุกบันทึกและจะถามว่า เห็นดอกไม้ดอกเล็กๆที่แสนสวยของครูอ้อยหรือยังคะ
เห็นแล้วค่ะ....ขอบคุณคุณครูอ้อยที่ส่ง mail มาให้นะคะ ... คุณกุ้ง ก็ส่งภาพกลับไปให้คุณครูอ้อยดูเล่นเหมือนกันค่ะ
เหรอคะ ต้องรีบไปเปิดแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ อิอิ
ขอแจมด้วยคนคะ…เราก็ภาคภูฒิใจที่จดหมายข่าว ฉบับที่ 20 เป็นของคนวงการการศึกษา และได้ยลโฉมกันก็งานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติคะ เปิดตัวกันอย่างสวยงาม และจะได้พบเจอคนในวงการเดียวกันที่ห้อง sharing ขับเคลื่อนเครือข่ายภาคการศึกษา วันที่ 1 ธ.ค. นะคะ