ในโลกของหมอโลกของความเจ็บไข้การดูแลรักษาทั้งหลายแนวคิดทั้งหลายที่เกี่ยวกับการดูแล การพยายามให้ผู้เกี่ยวข้องกับคนป่วยเข้ามามีส่วนในการกำหนดแนวทางและมีส่วนร่วมในการส่งผู้ป่วยในระยะสุดท้ายทุกเพศทุกวัยยังมีความรู้ความเข้าใจอยู่ในวงจำกัดมาก อาจต้องพิจารณาและเปิดโอกาสสำหรับการแลกเปลี่ยนด้วยอีกมาก

ทำไมดิฉันถึงคิดอย่างนั้น เพราะคนส่วนใหญ่ชินชากับการปล่อยทุกอย่างให้หมอตัดสินใจเกี่ยวกับผู้ป่วยมานานมากน่าจะหลายชั่วอายุคนแล้่วญาติหรือผู้เกี่ยวข้องจะเข้าไปตัดสินใจและจัดการกับผู้ป่วยอีกครั้งก็ตอนเขาจากโลกนี้ไปแล้วเสียเป็นส่วนใหญ่ เราชินชากับเหตุการณ์อย่างนี้มานานไม่ใช่หรือ? 

แล้วโจทย์ที่อยากจะถามกับคนทำงานด้านนี้ "ทำอย่าไรให้ข้อมูลนี้กว้างขึ้นจนเป็นกระบวนการหนึ่งที่คนในสังคมทั่วไปรับรู้มีส่วนร่วมและเคยชินจนสามารถร่วมกระบวนการนั้นๆได้อย่างอัตโนมัติเหมือนเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในชีวิต เหมือนมันก็คือปัญหาปัญหาหนึ่งในชีวิตที่เมื่อเกิดขึ้นก็ต้องแก้ไข โดยหมอก็คือที่ปรึกษาและคือผู้ให้ความช่วยเหลือเหมือนปัญหาอื่นๆที่ก็เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

ลองคิดดูนะเวลาเราป่วยแล้วเราไปหาหมอเรารู้สึกอย่างไรในตอนนั้นๆไม่ได้รู้สึกมั่นใจว่ามันคือปัญหาที่เราแก้ไขได้ด้วยตัวของเรา หรือเราต้องมีความเห็นกับปัญหาที่เราเจออยู่ใช่มั้ย เราฟังหมอแทบไม่เข้้าใจเราแทบไม่กล้าถามเมื่อเราถามหมอก็ไม่ค่อยอยากตอบสั่งยาท่าเดียวมันเป็นอย่างนี้มาตลอดใช่มั้ย 

แต่พอมาถึงเวลาที่เราใกล้ตายหรือคนที่เรารักใกล้ตาย มีคนอีกทีมมาบอกเราว่าต้องช่วยเขาตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการส่งผู้ใกล้ตายเราจะมั่นใจมั้ยจะกล้าตัดสินใจมั้ย

คำถามคือในวงการแพทย์ต้องเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่ลึกลับเฉพาะทางมากๆ การสื่อสารการใช้ภาษาก็ไม่เข้าใจไทยคำอังกฤษคำ มาเป็นอะไรที่ง่ายกว่านั้นมากๆเข้าถึงได้ พูดรู้เรื่อง  ฟังรู้เรื่อง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเทคนิคการรักษาและวิธีการต่างๆจะดีกว่ามั้ยเหมือนโปรแกรมเมอร์ ที่ใช้แต่ภาษาคอมพิวเตอร์ เหมือนทนายความที่เคยใช้แต่ภาษากฎหมาย คนอื่นมาคุยด้วยหรือสื่อสารกับใครก็ไม่เข้าใจ