ซอกแซกทัวร์พม่า ตอนที่ 1

ซอกแซกทัวร์พม่า

ซอกแซกทัวร์พม่า ทริปนี้เป็นทริปที่ผู้เขียนมีความสุขและประทับใจมาก ๆ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเมืองพม่าจะสวยงามขนาดนี้ สวยเหมือนเมืองในเทพนิยาย สวยแบบเมืองลี้ลับที่ต้องอาถรรพ์ รอคอยผู้มีบุญมาแก้มนต์สาบ และช่วงที่ผู้เขียนเดินทางไป 6-10 Dec 2013 พม่าพึ่งเปิดประเทศใหม่ ๆ ยังบริสุทธิ์ ผุดผ่อง มีเค้าโครงของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองในอดีตเป็นอย่างมาก

อีกทั้งยังเป็นทริปที่ทำโปรแกรมยากมากอีกด้วย นับตั้งแต่เริ่มต้นเจออุปสรรคปัญหาตลอดเวลา ข้อมูลโรงแรมหายากมาก แหล่งท่องเที่ยวใน Google Map ค้นไม่เจอบ้าง สายการบินในประเทศไม่เปิดให้จอง online พม่าไม่รับแลกเงินสกุลอื่นยกเว้น US Dollar เท่านั้นและต้องไม่มีรอยยับ ไม่มีรอยพับ ไม่มีรอย Max ปากกา และต้องใหม่ ๆ สด ๆ เท่านั้น ทางที่ดีความแลกแบงค์ย่อย ๆ ไปให้เยอะ ๆ น่ะค่ะ 100 US แลกได้ 97,800 จั๊ด ค่ะแบงค์พม่าทั้งเก่า ทั้งสกปรก (มาก ๆ) จนผู้เขียนไม่กล้าเอาไปใส่กระเป๋าสตางค์ต้องหาซองพาสติกใส่ไว้ต่างหาก ก่อนเริ่มเดินทางมีปัญหาสารพัดจนเกิดความวิตกกังวลตลอดเวลา แต่เมื่อไปถึงที่หมายทุกสิ่งทุกอย่างกลับตาลปัตย์ ทริปนี้ใช้เวลา 5 วัน เที่ยว 3 เมือง ใช้งบประมาณราว ๆ 18,000 บาท ซึ่งรวมค่าเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-พม่า และอีก 2 flight ในประเทศพม่าด้วย ขาไปลง Mandalay –Bagan-Yagon ใช้หางแดงบินชั่วโมงเศษ ๆ จากดอนเมืองถึง Mandalay ระหว่างเดินทางเจอกลุ่มคนไทย 8-20 คน ผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ ผู้เขียน เขาตกใจมากว่า ทำไมผู้เขียนเป็นผู้หญิงแค่สองคนกล้ามาพม่าแบบ Back Packer ก็จะทำไงได้ล่ะค่ะ คนมันชอบเลาะเน๊อะ พม่าเป็นชาติเดียวใน Asian น่ะค่ะที่ต้องขอวีซ่า ค่าวีซ่าจริง ๆ 810 บาทแต่สามารถหาจ้าง Agency ทำให้ก็ได้ค่ะราคาประมาณ 1,000-1,500 บาท พร้อมรึยังค่ะ ตามผู้เขียนมาน่ะค่ะว่าจะสนุกสนานแค่ไหน

Mingalaba (สวัสดีค่ะ) คือคำที่ผู้เขียนใช้หากินตลอดทริป ก็พูดได้แค่คำเดียวนี่แหล่ะค่ะ สนามบิน Mandalay อารมณ์ประมาณสนามบินอุดรธานีเมื่อสักยุคทหาร GI ครองเมืองอุดรเมื่อสัก 50 ปีที่แล้ว ป่าละเมาะเพียบ ออกจากสนามบินเข้าตัวเมืองใช้เวลาชั่วโมงเศษ ๆ ก็ถึงที่พักค่ะ ถ้าไปลง Mandalay หางแดงหล่อนมี Suttlebus Free บริการด้วยน่ะค่ะ ผู้เขียนถึงเลือกที่จะลง Mandalay เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทุกวิถีทาง เดินออกจากสนามบินมาก็เจอเลย ไม่ต้องรีบมีเวลาแลกเงินจั๊ดค่ะ ผู้เขียนพักที่ Royal City Hotel ใกล้ ๆ Big Bell กลางเมือง เป็น GuessHouse ที่เงียบสงบดีมาก ฝรั่งพักเยอะไม่มีคนเอเชียสักคนเลยยกเว้น ยายแก่ ๆ สองคนจากเมืองไทยนี่แหล่ะค่ะ ถือว่าเป็น Guess House ที่ใช้ได้ในเรื่องใกล้ตัวเมือง สะอาด ราคาถูกแถม Breakfast อีกด้วย

Mandalay เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของสหภาพพม่า ก่อตั้งในปี 1857 โดยพระเจ้ามิงดง บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี และบริเวนตอนบนของสหภาพพม่า เป็นราชธานีสุดท้ายของอาณาจักรพม่าก่อนยุคอาณานิคม ซึ่งถูกปกครองโดยอังกฤษ

จุดแรกที่ผู้เขียนไปชมคือ วัดกุโสดอร์ (Kuthodaw temple) เป็นวัดที่พระเจ้ามินดง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 4 และพระองค์ทรงให้จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม

อย่าลืมน่ะค่ะ มาพม่ารองเท้าแตะเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด เพราะต้องถอดรองเท้าตั้งแต่ประตูวัด แล้วเดินเข้าไปเป็นกิโลเลยค่ะ วางแผนการเดินทางให้ดี ๆ ถ้าเจอแดดร้อน ๆ เท้ามีสิทธิ์พองแน่ค่ะ

เจอะแม่สาวน้อยร้อยชั่งคนนี้จิ้มลิ้มเลยอยากอินเทรนด์แบบสาวพม่าบ้าง

Mingalaba อิอิอิ

พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace )พระราชวังหลวงของพระเจ้ามิงดง สร้างขึ้นตามผังภูมิจักรวาลแบบพราหมณ์ปนพุทธ โดย สมมุติให้เป็นศูนย์กลางของโลก (เขาพระสุเมรุ) แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ทิศ แต่ละทิศมีประตูทางเข้า 3 ประตู รวมทั้งสิ้น 12 ประตู ที่ประตู ทำสัญลักษณ์จักรราศีประดับเอาไว้ ใจกลางพระราชวังเป็นห้องพระมหาปราสาท (ห้องสีหาสนบัลลังก์) เป็น ปยัตตั้ด (ยอดปราสาท) หุ้มด้วยแผ่นทองซ้อนกัน เจ็ดชั้นสูง 78 เมตร เชื่อกันว่า ความเป็นไปในจักรวาลจะลอดผ่าน ยอดปราสาท ตรงลงมาสู่พระแท่นราชบัลลังก์ ช่วยให้กษัตริย์ตัดสินพระทัยในเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

กำแพงเมืองพุทธไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นปราการป้องกันข้าศึก อย่างของจีน และยุโรปในสมัยกลาง แต่สร้างไว้เพื่อแสดงว่าพื้นที่ในวงล้อมของกำแพงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากกว่า ปัจจุบันตัวพระราชวัง บูรณะขึ้นใหม่ ตั้งอยู่ในเขตป้อมมัณฑะเลย์ ของทางกองทัพ

Mandalay Palace อยู่กลางเมืองเลยค่ะ รถแท็กซี่ที่เช่าเหมาไว้จะพาไปไหนมาไหนก็ต้องผ่าน Mandalay Palace ค่ะ ข้างในใหญ่โตกว้างขวางมากแต่เป็นพระราชวังองค์จำลองจากของจริงทั้งหมดที่ถูกไฟไหม้เมื่อครั้งเกิดสงครามแย่งชิงเมืองจากประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส

เสียดายที่ไม่มีข้าวของเครื่องใช้ภายในพระราชวังจัดโชว์ไว้เลยเนื่องจากอังกฤษได้ยึคและขนไปไว้ที่ประเทศตนเองหมดแล้ว ค่าเข้าชมแอบแพง(มาก ๆ) และต้องเก็บตั๋วไว้ให้ดี ๆ น่ะค่ะเพราะสามารถนำไปเข้าชมสถานที่อื่นได้อีกไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่

ตกค่ำไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ Mandalay Hill ถอดรองเท้าตั้งแต่ตีนภูเขากันเลยทีเดียวค่ะ สบายหน่อยมีลิฟบริการทั้งขาขึ้นและลง ตรงนี้คิดค่ากล้องตัวละ 1,000 จั๊ด ถ้าอยากประหยัดก็บอกเค้าว่าใช้กล้องตัวเดียวน่ะค่ะ สุดท้ายกลับมาก็เอาภาพมารวมกันอยู่ดี ข้างบน Mandalay Hill อากาศเย็นสบาย วัดสวย สามารถเห็นเมือง Mandalay ทั้งเมืองเลยค่ะ

รุ่งเช้าตื่นตั้งแต่ตี 3 นัดรถมารับตี 4 เพื่อไปชมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี (Mahamyatmuni Paya) จุดนี้ห้ามพลาดน่ะค่ะ ต้องไปชมให้ได้ยิ่งถ้าท่านเป็นชาวพุทธ ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เห็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้เขียนนั่งชมพิธีด้วยความขนลุกซู่ตลอดเวลา จนน้ำตาคลอเบ้า ช่างเป็นบุญตาที่ได้มาพบเห็น ผู้ที่ทำหน้าที่ล้างพระพักตร์จะเป็นเจ้าอาวาสวัดค่ะ พิธีจะเสร็จก่อนพระอาทิตย์พอดี ผู้หญิงไม่สามารถเข้าใกล้องค์พระได้ แต่สามารถเข้าถึงได้โดยการซื้อแป้งทะนาคา ฝากขึ้นไปล้างพระพักตร์ เมื่อเสร็จพิธี พ่อขาว(คนที่ถือศีลและทำพิธี) จะนำแป้งทะนาคามาแจกจ่ายให้เราเอากลับบ้าน

พระมหามัยมุนี (Mahamyatmuni Paya) ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้าจันทสุริยะ กษัตริย์ของชาวยะไข่แห่งเมืองธัญญวดี (ปัจจุบันอยู่ในรัฐยะไข่ ทางด้านตะวันตกของพม่าติดกับบังคลาเทศ) โปรดฯให้สร้างพระมหามัยมุนี ซึ่งแปลว่า “มหาปราชญ์” ขึ้นในปี พ.ศ.689 หรือเกือบสองพันปีมาแล้ว เหตุเพราะพระพุทธเจ้าเสด็จมาเข้าพระสุบินประทานพรแก่พระเจ้าจันทสุริยะ ให้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นเพื่อเชิดชูพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง แต่เนื่องจากว่ามีขนาดใหญ่จึงต้องหล่อแยกเป็นชิ้นแล้วจึงนำมาประสานกันได้ สนิทจนไม่เห็นรอยต่อเป็นที่น่าอัศจรรย์ เชื่อกันว่าเป็นด้วยพรของพระศาสดาประทานไว้ ความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหามุนีเลื่องลือไปไกล จึงเป็นที่หมายปองของกษัตริย์พม่านับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโนรธาแห่งอาณาจักร พุกาม บุเรงนองมหาราชแห่งหงสาวดี และอลองพญามหาราชแห่งรัตนปุระอังวะล้วนเพียรพยายามยกทัพไปชะลอพระพุทธรูป องค์นี้มาประดิษฐานเพื่อเป็นศิริมงคลแห่งดินแดนพม่าทุกยุคทุกสมัย

ชมพิธีล้างพระพักตร์เสร็จ เดินออกมาเห็นชาวบ้านกำลังช่วยกันกวาดลานวัด ใจอดคิดถึงวัดป่าบ้านจิกที่ผู้เขียนไปทุกสัปดาห์ไม่ได้ วันนี้ถือเป็นบุญที่ได้มากวาดลานวัดพระมหามัยมุนีถึงพม่า คงเป็นบุญแต่ชาติปางก่อน ดลใจให้ได้มาที่นี่ อิ่มบุญ สุข ๆ

ะหว่างทางเดินออกมามีร้านขายของที่ระลึก ราคาพอฟังค่ะต่อรองสัก 50-70% เป็นอันใช้ได้ค่ะ เด็ก ๆ กำลังจะไปโรงเรียน เค้าแวะมาไหว้พระกันก่อนค่ะ คนที่นี่ ผู้เขียนยอมรับว่า เค้านับถือและเคร่งศาสนามาก ๆ กว่าคนไทยที่ปี 2556 เป็นปีแห่งพระพุทธเจ้าตรัสรู้ 2,600 ปี แต่คนไทย ทะเลาะกันเอง แย่งชิงอำนาจ หวังใน ลาภ ยศ อำนาจ จนไม่รู้จักเห็นอก เห็นใจผู้อื่น

จากนั้นผู้เขียนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สะพาน U-Bain Bridge คือสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลกทอดข้ามระยะทาง 1.2 ก.ม. สร้างขึ้นหลังจากที่ย้ายราชธานีจากอมราปุระไปยังมัณฑะเลย์ โดยใช้ไม้สักจากอินน์วะ ผู้สร้างคือเสนาบดีของพระเจ้าโบ่ต่อพญา นามว่า อูเบ่ง ปัจจุบันยังมีสภาพดีไม่ต่างจากเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน การเดินข้ามสะพานจะใช้เวลาราว 15 นาที ระหว่างทางมีที่พักอยู่หลายจุด ใช้เป็นที่หลบแดดในช่วงหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี สวยและโรแมนติกมาก ๆ ค่ะ เป็นอีกจุดที่ต้องมาสัมผัสยิ่งใครมากับคนรู้ใจ ยิ่งไม่อยากจากสะพานนี้เลยค่ะ แค่ได้แนบชิดยืนดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้อารมณ์สุด ๆ ผู้เขียนเองก็ยังแอบนึกถึงใครบางคนที่ไม่ได้มาด้วยเลยค่ะ

ก่อนจากลา Mandalay ได้ไปแวะที่ Sky Hill เนื่องจากเวลาเหลือก่อนขึ้นเครื่องและอยู่ใกล้สนามบิน แต่ก็ไม่ได้ประทับใจเท่าไหร่หรอกค่ะ จากนั้นบินต่อจาก Mandalay ไป Bagan ติดตามอ่านตอนที่ 2 ได้ที่นี่น่ะค่ะ

ซอกแซกทัวร์พม่า ตอนที่ 1 http://www.gotoknow.org/posts/556265

ซอกแซกทัวร์พม่า ตอนที่ 2 http://www.gotoknow.org/posts/556319

ซอกแซกทัวร์พม่า ตอนที่ 3 http://www.gotoknow.org/posts/556345

ซอกแซกทัวร์พม่า ตอนที่ 4 http://www.gotoknow.org/posts/556396

ซอกแซกทัวร์พม่า ตอนที่ 5 http://www.gotoknow.org/posts/556445

หากผู้อ่านท่านใดสนใจโปรแกรม Back Packer ผู้เขียนยินดีเผยแพร่น่ะค่ะติดต่อได้ที่ Email: [email protected]th ผู้เขียนเก็บข้อมูลไว้ค่อนข้างละเอียดค่ะ สุดท้ายนี้ กราบขอบพระคุณท่าน ผอ.ไพบูลย์ ชวรุ่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๓ ที่ให้การสนับสนุนค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คิดนอกกรอบ



ความเห็น (10)

-สวัสดีครับ..

-ตามเที่ยวพม่า....ครับ

-เป็นประเทศที่น่าไปเยือนมาก ๆครับ..

-ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

...น่าเที่ยวมากเลยนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวยงามมากๆ ค่ะ ทั้งสถานที่ และความสดใสของเจ้าของบันทึก

ชอบท่องเที่ยวค่ะ จะรออ่านนะคะ ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

...อ่านตอน 2 ก่อนแล้ว ตามมาอ่านตอนหนึ่งค่ะ

เขียนเมื่อ 

ดร.พจนา แย้มนัยนา

คิดถึงพี่สาวคนสวยมาก ๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

kanchana muangyai

สวยเหมือนเมืองในเทพนิยายที่เทวดาเนรมิตไว้ในดินแดนลีี้ลับเลยค่ะ ขอบคุณน่ะค่ะที่แวะมาให้กำลังใจ

เขียนเมื่อ 

เพชรน้ำหนึ่ง

ซอกแซกทัวร์พม่า มีหลายตอนน่ะค่ะ อย่าลืมติดตามอ่านน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะที่ชื่นชม ดีใจที่ทำให้ผู้อื่นมีความสุข

เขียนเมื่อ 

Bright Lily

ดีใจค่ะ ที่ fb มีความสุข

กะปู
IP: xxx.48.125.144
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากคะ..ที่ทำให้รู้สึกว่าได้ไปเทียวพม่าเลยที่เดียวเชียว ^^

เขียนเมื่อ 

กะปู

ด้วยความยินดีค่ะ ซอกแซกทัวร์พม่า มี 5 ตอนค่ะ อย่าพลาดน่ะค่ะ