ภาพความทรงจำอีกภาพที่ข้าพเจ้ามีต่อพ่อทุกครั้งที่คิดถึงพ่อหรือเล่าเรื่องพ่อให้เพื่อนๆหรือใครๆฟัง ด้วยความภาคภูมิใจและชื่นชมในความน่าอัศจรรย์ของพ่อของข้าพเจ้า คือ เงิน 4 กองบนตู้แป้ง ที่จะวางเอาไว้เสมอทุกเช้า เงินจำนวน 4 กองนี้ จะมีจำนวนที่ไม่เท่ากัน กองหนึ่ง มีจำนวน 20 บาท อีกกองมีจำนวน 15 บาท อีกกองมีจำนวน 10 บาท ส่วนกองสุดท้ายมีจำนวน 5 บาท ผู้ทำการกองเงิน 4 กองนี้ไว้ คือแม่ของข้าพเจ้า  แม่กองไว้ทำไมหรือ แน่นอนต้องมีความหมายและเป้าหมาย เงินจำนวนเหล่านั้นคือเงินสำหรับใช้จ่ายที่โรงเรียนของลูก 3 คน และของพ่อข้าพเจ้าสำหรับไปใช้ที่ทำงาน ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง  เมื่อได้ฟังเพื่อนข้าพเจ้าทำตาโตแล้วถามว่า
“พ่อเอ็งได้เงินไปทำงานวันละ 20 บาท” ข้าพเจ้ายิ้มแล้วตอบว่า “ใช่ แม่ให้ไปใช้แค่นั้น” เพื่อนพากันยิ้ม พร้อมทั้งมีคำถามอื่นๆตามมาอีกมากมายเป็นต้นว่า แล้วใครหาเงินเป็นหลัก ใครเก็บเงิน พ่อจิ๊กเงินไว้แล้วหรือเปล่า  และสุดท้ายคือพ่อยอมหรือ? คำตอบของข้าพเจ้าคือ พ่อหาเงินเป็นหลัก พ่อใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายบ้างเฉพาะดื่มยาดอง 1 เป๊ก ต่อวันแอบซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลบ้าง  แต่ไม่เคยมีวันไหนที่พ่อไม่มีเงินเหลือกลับบ้าน ข้าพเจ้าเห็นแม่นำเงินออกจากกระเป๋ากางเกงพ่อตรวจนับและนำไปเก็บอยู่เสมอ  มีบ้างบางวันที่มีเงินกลับมาน้อยผิดปกติ พอแม่เอ่ยปากถามพ่อก็สารภาพแต่โดยดีว่าเอาเงินไปทำอะไร จากนั้นโดนดุนิดหน่อยแล้วก็จบกันไป
 
นี้จึงเป็นอีกมุมหนึ่งของพ่อข้าพเจ้าที่ข้าพเจ้าเชื้อมั่นว่าน่ารักที่สุด และข้าพเจ้าน่าภูมิใจที่ที่สุดที่มีพ่ออย่างนี้  ข้าพเจ้าเคยนั่งทบทวนและตั้งคำถามเสมอว่าพ่อทำได้อย่างไรและทำไมถึงทำได้  คำถามที่ตั้งคือ ผู้ชายคนหนึ่งที่โตเต็มวัยแล้ว ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยความยากลำบาก มีภรรยาที่มีอายุแก่กว่ามาก  ทำไมพ่อถึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงอื่น ทำไมพ่อไม่ไปนั่งร้านอาหารฟังเพลงติดนักร้อง พ่อไม่อยากมีเงินใช้มากกว่า20 บาทต่อวันหรือ ในเมื่อเงินที่ได้มาพ่อเป็นคนหามาเอง และจะต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถปฏิบัติตนได้เสมอต้นเสมอปราย และยาวนานอย่างพ่อได้
 
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่พ่อทำให้ข้าพเจ้าได้คำตอบกับคำถามที่ข้าพเจ้าสงสัยอยู่บ้าง วันนั้นเป็นวันที่พ่อไม่ได้ทำงานหยุดอยู่บ้าน พอตอนเย็น พวกเราพี่น้องกลับจากโรงเรียนแล้วก็เห็นพ่อนั่งอยู่บ้าน จำรายละเอียดไม่ได้ว่าทำกิจกรรมอะไรกันบ้างในวันนั้น  ที่จำได้ติดใจคือ ในวันนั้นเมื่อถึงเวลาใกล้ค่ำแล้ว เพื่อนพ่อคนหนึ่งมาหาพ่อที่บ้าน มาคุยอะไรกันเราเด็กๆ ไม่รู้เรื่องด้วยไม่ได้ฟัง แต่ข้าพเจ้า บังเอิญ ได้ยินแม่พูดกับพ่อว่า แม่ไม่ว่าอะไร จะไปเที่ยวก็ไป ถ้าไม่รักลูกไม่อยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี อยากเอาเงินไปเที่ยวก็ไป ข้าพเจ้าไม่ได้ยินพ่อตอบ เห็นพ่อเดินไปคุยกับเพื่อนที่รออยู่ หลังจากนั้น เพื่อนพ่อก็กลับไปแต่พ่อไม่ได้ออกไปไหนทั้งคืน ข้าพเจ้ามาทราบภายหลังว่า เพื่อนพอมาชวนพ่อ ไปนั่งร้านอาหารฟังเพลง ซึ่งพ่อเล่าให้ฟังอีกว่า เพื่อนพ่อไปติดนักร้องที่นั้นอยู่ และเพื่อนคนนั้นก็กำลังมีปัญหาครอบครัว จำได้ว่าตอนนั้นข้าพเจ้ารู้สึกโกรธและเกลียดเพื่อนพ่อคนนั้นมาก คิดในทันทีว่าตัวเองทำตัวไม่ดีแล้วทำไมต้องมาชวนคนอื่นให้ไม่ดีตามตัวเองด้วย เลวจริงๆ  แต่ข้าพเจ้าช่างโชคดีเหลือเกินที่พ่อข้าพเจ้ารักลูกมาก ถ้าอะไรก็ตามที่จะกระทบต่อลูกของพ่อ จะทำให้ลูกพ่อไม่ได้รับการศึกษาแล้ว แม้แต่ความสนุกสบายของพ่อพ่อก็เสียสละให้ได้ และพ่อเป็นเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอมาเป็นเวลากว่า 30 กว่าปีแล้ว
นี้แหละพ่อของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็รักพ่อที่สุดด้วย