ดิฉันพบว่าเวลาที่เรามีอะไรค้างคาใจเนี่ยมันบั่นทอน....มันทำให้สมาธิจดจ่อของเราลดลง....

ระยะนี้เวลาใครพูดอะไรกันเรื่องงาน ความจริงจัง ความ ท้อถอย ความตั้งใจธรรมคือการปฏิบัติงานอะไรทำนองนี้ดิฉันจะหูผึ่งเป็นพิเศษ ทำทีสับสนว่าความสุขของการทำงานอยู่ตรงไหนกันแน่ "งานการจัดการความรู้ ที่ดิฉันสัมผัสสอนดิฉันว่าให้คิดเชิงบวก มัก มัก"  ดิฉันละจากการคิดจากอะไรที่มันบั่นทอนตัวเองทุกประการมานานแต่ก็มีมารบกวนเป็นระยะๆให้พอขุ่นๆในอารมณ์  หลายวันก่อนดิฉันมีงานรับวิทยากรแต่เช้าตรู่....บ่ายๆจึงเข้าสำนักงานเจอเจ้านายท่านเพิ่งกลับจากไปอบรมที่กรุงเทพฯ  ตรงเข้าไปทักทายไม่ได้เจอท่านเป็นแรมเดือนหากเป็นดิฉันในยามปกติแทบจะกระโดดกอดก็เป็นได้.....ในวันนี้ดิฉันเพียงทักทายสนทนาตอบ...ขอบคุณค่ะ..รู้สึกหงอยๆพิกล  ดิฉันพบว่าเวลาที่เรามีอะไรค้างคาใจ..มันบั่นทอน....มันทำให้สมาธิจดจ่อของเราลดลง....งานที่เคยทำได้ดูยากไปซะหมด ไม่ดีเลย ทางทีดีเราควรจัดการอะไรเป็นเรื่องๆ ให้เรียบร้อยถ้าเอามา "รุมสุม" ไว้ในใจปนๆ กันมันทำให้เสียสมาธิในการทำเรื่องอื่นลดน้อยลง หลายวันมานี้ดิฉันครุ่นคิดเรื่องลาออกจากหัวหน้างาน ปรึกษาใกล้ตัวเค้าแนะนำว่า "ให้คิดถึงวันที่เธอจะสอบเข้าไปเป็นว่าวันนั้นเธอมีเหตุผลอะไรเธอคิดอะไร....."เป็นคำพูดสั้นๆแต่ทำให้ดิฉันคิดเยอะ"
หากวันใดอ่อนแอท้อแท้อย่าสิ้นหวัง......ขออย่ายอมแพ้....อย่าอ่อนแอแม้จะร้องให้..จงลุกขึ้น....สู้ไป...จุดหมายไม่ไกลเกินจริง...(ปลอบใจตัวเองอีกแล้ว)