รับตรงๆ ว่า ปีนี้ไม่ได้ตามข่าวเรื่อง Haze ในมาเลเซียเลย (มัวแต่ไปสนใจข่าวรัฐประหาร แต่งตั้งรัฐมนตรี) จนประมาณเมื่อสักสัปดาห์ก่อน ได้ฟังข่าวแว่วๆ (ไม่ได้ใส่ใจ) จากโทรทัศน์ แจ้งทำนองว่า ขณะนี้กลุ่มหมอกควันไฟไหม้ป่าจากอินโดนีเซีย ได้เข้ามาถึงมาเลเซีย (อีกแล้วสินะ) ทางการมาเลเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน บลา บลา บลา ...

ข่าวสารในบ้านเรา ที่มีต่อประเทศใกล้บ้านแค่ขอบแดนติดกันเนี่ย มีสั้นๆ แค่นั้น แต่ข่าวเกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐไปมีกิ๊กขายดิบขายดี ออกข่าวยาว ข่าวสั้น วิเคราะห์ข่าวเป็นคุ้งเป็นแควได้เป็นเดือน อนิจจาสื่อไทยจริงๆ (อ๊ะ ไม่เกี่ยวกับเรื่อง Haze ที่จะเล่านี่ ขอโทษๆ ลืมตัวไปหน่อย)

อ้างอิงจากเว็บ The Star เจ้าประจำ เริ่มรายงานข่าว Haze ปีนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม รายงานไล่เรียงวันมาจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม รายงานทุกวัน วันไหนอากาศเลวร้าย วันไหนเห็นฟ้า เห็นแสงอาทิตย์บ้าง

จำบรรยากาศในปีที่แล้ว ช่วงเวลาใกล้เคียงกับวันที่จะเดินทางในเดือนนี้ได้ว่า เมื่อเริ่มบินเข้าใกล้สนามบิน KLIA (จะอยู่ริมทะเลฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งใกล้ช่องแคบมะละกา ใกล้อินโดนีเซียด้วย) เริ่มได้กลิ่นควันไฟ ตามประสาคนจมูกไว แต่ตอนนั้น ก็นึกฉิวตัวเองหน่อยๆ ว่า สงสัยเราจะจิตหลอน เห็นข่าวควันไฟ ก็พาลได้กลิ่นไฟไหม้ไปด้วย ทั้งๆ ที่ยังลอยอยู่บนฟ้านี่น่ะนะ

แต่แล้วเมื่อแตะพื้น ก็เริ่มเห็นของจริง ควันเหมือนหมอก วิสัยทัศน์แย่ มองไกลได้ไม่เกิน 5 เมตร ทำอย่างกับอยู่ในเมืองหนาว แต่อันที่จริงคือ มันอบอ้าว และเหม็น ไม่ถึงกับฉุนจนทนไม่ได้ แต่เมื่อโดนรมไปสักพัก ก็เริ่มรับรู้ถึงอาการแพ้อากาศของจริง เมื่อน้ำตาเริ่มไหล และแสบจมูกน้ำมูกไหลจากอาการของคนแพ้อากาศ

คุยกับคนข้างตัวเกี่ยวกับภาวะอากาศ เขาบอกว่า ยู unlucky เองที่มาเอาวันที่อากาศเลวร้ายที่สุด ทัศนวิสัยแย่อย่างที่สุด เป็นช่วงเวลาที่ทางการประกาศห้ามออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น หรือถ้าจำเป็น ก็ต้องมีวิธีการป้องกันรักษาตัวเองตามวิธีที่สอน/ประกาศมาอย่างต่อเนื่อง 

ตัวอย่างเช่น

  • อย่าอยู่นอกอาคารนานเกินควร
  • ควรใช้ผ้าปิดปากหรือจมูกเมื่อต้องออกไปที่แจ้ง
  • ควรจิบน้ำสะอาดสม่ำเสมอ
  • ให้ทำความสะอาดมือและหน้าตาเมื่อกลับเข้าสู่ที่พัก เป็นต้น

ในช่วงเวลาทีเกิด Haze ประเทศมีความสูญเสียเงินตรา เพราะต้องนำมารักษาบำบัดผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ซึ่งจากสถิติที่เคยอ่านได้ เพิ่มเป็นร้อยๆ เท่าจากปกติเลย จำนวนเงินที่ไม่ควรจะต้องเสียนี้ กลับต้องหมดสิ้นไปเพราะเพื่อนบ้านบางคนเท่านั้น ในวันที่อากาศเลวร้ายมาก ต้องปิดสนามบิน สายการบินต้องเลื่อนการเดินทางออกไป ก็เพราะเพื่อนบ้านบางคนเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นทั้งความสูญเสียต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และต่อเศรษฐกิจโดยรวม

รัฐบาลกลาง มีความพยายามในการจัดทำเว็บไซต์ เพื่อรายงานสภาพอากาศในแต่ละวัน โดยแจ้งเป็นตัวเลขดัชนีเปรียบเทียบความบริสุทธิ์ของอาการ ตารางดังกล่าวถูกจัดเรียงใหม่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และเพื่อคนในประเทศที่มีความถนัดในภาษาแตกต่างกัน อ่านเข้าใจได้เหมือนๆ กัน

บ้านเขา มีการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนของเขา เพื่อรู้วิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่แม้จะไม่ได้เกิดจากเงื้อมมือของธรรมชาติ แต่ก็บอกให้รู้อย่างชัดแจ้งเลยว่า เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์เรานี่เอง ที่ช่างทำลายล้างได้อย่างมากมายนัก

วันที่ไปถึงมาเลเซีย จะมาเล่าเรื่อง Haze 2006 ให้ฟังเป็นตอนที่ 3 นะคะ โปรดรอตอนต่อไป

[ตอนที่ 1] [ตอนที่ 2] [ตอนที่ 3] [ตอนที่ 4 ]