โดยหลักพระอภิธรรม 

"ประสิทธิภาพของการใช้เวลา อยู่ที่การมี สติ" 

โดยนัยนี้ คนที่มีสติดี น่าจะใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ทำอะไรไม่ค่อยมีสติ

โดยเฉพาะเรื่องการเรียนรู้นั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากมาย
การขาดสติเพียงเล็กน้อยในบางเรื่องก็อาจทำให้ เสียกระบวนการเรียนรู้ทั้งกระบวนได้ทันที

ดังนั้น ผมจึงเข้าใจตามความคิดตื้นๆ ของตัวเอง ว่า......

คำว่า "ระดับ สติปัญญา" นั้น แท้ที่จริง น่าจะแยกได้เป็นสองประเด็น คือ........

1. ระดับความสามารถในการครอง "สติ" ได้ยาวนานและ
2. ระดับความสามารถในการสร้าง "ปัญญา" ได้อย่างรวดเร็ว

ที่ใครก็ตามที่ต้องการเรียนรู้ น่าจะต้องจัดการให้สอดคล้องกัน (Synchronize) อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ถ้าอ้างตามหลักพระอภิธรรมก็กลับมาที่ "สติ" อีกรอบ
ตกลง คิดไปคิดมา ไปๆมาๆ ก็คือ "การมีสติ" นั่นเอง

ถ้าไม่มี "สติ" นั้น น่าจะเสียเวลาเปล่าๆ ไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องการ

ใครก็ตามที่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ ควรหันกลับมามองที่ต้นเหตุ และแก้ที่ต้นเหตุ
และไม่น่าจะมีประโยชน์ใดๆ ที่จะไปโทษเวร กรรม โชคชตา ดวง ฯลฯ หรืออะไรอื่นๆ ที่เราทำอะไรไม่ได้

มาหาจุดที่เราทำได้น่าจะดีกว่า พัฒนาได้แค่ไหนก็ยังดีกว่าไม่ทำ หรือคิดคอยแต่หาข้ออ้าง ข้อแก้ตัว โทษนั่นโทษนี่ เพียงเพื่อที่จะแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ในสาเหตุที่ตัวเองไม่ยอมเรียน เรียนช้า หรือการเรียนของตัวเองไม่ได้ผล

แต่ไหนแต่ไรมา ผมไม่เคยเข้าใจคนที่ไม่ยอมเรียนอยู่แล้ว แต่ผมเพียงพยายามช่วยคิดหาทางออกที่ดีกว่าเท่านั้น

เผื่อจะช่วยได้บ้าง

อิอิอิอิอิอิอิอิอิ

เพราะหลักคิดพื้นฐานของผม ผมเชื่อใน "กฏแห่งกรรม" มากกว่าอย่างอื่นทั้งหมดครับ

ผมจึงเชื่อว่าที่เราเป็นอย่างนี้ เพราะเราทำมาเอง (เป็นหลัก)
แม้จะมีคนอื่นเกี่ยวข้องบ้าง หลักๆ ก็ยังอยู่ที่ตัวเราเองครับ

ผมเชื่อ และทำอย่างนี้ใคร และไม่คาดหวังว่าใครจะเห็นด้วย 

โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบเรียน น่าจะคิดต่างจากผมแน่นอน 
ไม่งั้นเขาคงเรียนเหมือนผมแล้ว

ถ้าเขาไม่เรียน ก็คงเป็นกรรมของเขาเองมั้ง
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ