ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ด้วยความยากลำบากของชีวิตหลังป่วยจากหลอดเลือดสมองตีบจนอัมพาตแบบชั่วคราวและไม่รุนแรง (Mini/Minor Stroke)

ขอขอบพระคุณกำลังใจจากกัลยาณมิตรทุกท่านทั้งจาก Facebook และ บันทึกใน Go to Know 

 

ในฐานะนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมที่มุ่งมั่น คิดนอกกรอบ สร้างผลงานต่างๆ แนวใหม่ และทำอะไรรวดเร็ว (Hyperactive แต่อาจมาจาก Hyperthyroid ที่เป็นอยู่) เช่น ยืนเดินสอนแบบกระตุ้นนักศึกษากิจกรรมบำบัดหรือนศ.กบ ...ต้องแปรเปลี่ยนเป็นนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมที่เหนื่อยล้าง่าย ความดันสูงแบบไม่นิ่งแปรตามความหนักของการเคลื่อนไหวทำกิจกรรม ยังขับรถไม่ได้ ยังเสี่ยงที่จะเกิดอัมพาตซ้ำ ยังต้องนั่งสอนทุกๆ 30 นาทีหลังจากยืน ยังต้องนอนพักหลังจากใช้สายตามองคอมพิวเตอร์นาน 1 ชม. ยังคงมึนหัวเมื่อพูดคุยกับผู้คนนาน 45 นาที ยังคงต้องงีบหลับบนรถเมื่อนอนไม่ถึง 8 ชม.และตื่นเช้าประมาณ 5.30 น. ยังคงฟังโทรศัพท์ทางหูได้ไม่เกิน 15 นาที ยังคงต้องพักคนเดียวไม่ได้เนื่องจากอาจมีภาวะฉุกเฉิน ยังคงต้องกินยาด้วยความย้ำคิดย้ำทำว่ากินครบไหม (6-7 เม็ดต่อมื้อ) ยังคงต้องมีคนช่วยเหลือ (แม่ต้องขับรถส่งจากรามอินทราถึงศาลายาและรับต่ออ.ส้ม ที่รับจากศาลายามานนทบุรี ...กลับบ้านรามอินทรา หรือ อ.น้อง รับส่งจากรามอินทราถึงศาลายา หรือ น้องแหม่มกับน้องหมวย รับจากศาลายาถึงรามอินทรา หรือ อ.เอกและน้องเปียที่จะช่วยเรื่องให้พักที่บ้านจนกว่าจะดีขึ้น และอื่นๆมากมาย) ยังคงพยายามที่จะสวดมนต์บำบัดโรคนาน 30 นาทีต่อคืน ยังคงต้องพยายามออกกำลังกาย (ขอบคุณลูกศิษย์ชื่อ อ.ต้อ ที่มีประสบการณ์เช่นเดียวกัน) ยังคงต้องทำบุญแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลแด่เจ้ากรรมนายเวรที่อ.หนุ่ยดูจิตวิญญาณไว้ให้ ยังคงตอบอีเมล์ผู้ที่สอบถามเรื่องกิจกรรมบำบัดแทนการลงคลินิกฯ ยังคงลำบากกับการจัดการเวลาที่ให้ร่างกายมีความสมดุลระหว่างการพักผ่อน การนอน และการทำงาน (ทั้งๆที่งานอาจารย์บังคับหนักเหลือเกิน...ให้ทำงานคลินิก งานบริการวิชาการ งานสอนกับเตรียมสอน งานบริหาร งานทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม และถ้าเวลาไม่พอให้กลับมาทำที่บ้าน แล้วต้องปล่อยให้พ่อแม่ซักเสื้อผ้า-ทำกับข้าวให้ แย่ๆๆๆจริงๆๆๆ เวลาทำงานไม่พอ เวลาพักผ่อน-นอนไม่มี ดร.ป๊อป)

ในฐานะนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมที่เคยฝึกทักษะการจัดการเวลาให้ผู้รับบริการมากมาย บัดนี้ถึงคราวตัวเอง สับสน เบื่อ หนักใจ เหนื่อยล้า จนมึนหัวเมื่อวันสุดท้ายของสัปดาห์ทำงานจนขอนอนตื่นสายเพื่อไปทำงานตอนบ่ายและประชุมถึง 18.00 น. และผมได้มีโอกาสสอนน้องนศ.กบ.ปี 1/2556 โดยเล่าเรื่องประสบการณ์กิจกรรมบำบัดแนวใหม่ที่ตนเองทำงานหนักตลอด 5 ปี หลังจากจบดร.กลับมาจากออสเตรเลียและได้สะท้อนความคิดก่อนเลิกชั้นเรียนด้วยน้ำตา ดังนี้

         "พี่มึนหัวมากๆ เมื่อเช้านี้ เกือบจะไม่ได้มาสอนน้องๆ [น้ำตาไหล เสียงเครือ] ดีใจมากๆ ที่ได้ฟังความคิดของน้อง [ฮือๆๆๆ ทั้งนศ.กบ.และดร.ป๊อปน้ำตาไหล] อย่าทำงานหนักเพื่อกิจกรรมบำบัดแบบพี่ [ฮือๆๆๆ ทั้งนศ.กบ.และดร.ป๊อปน้ำตาไหล] อนาคตน้องๆสวยหรูแน่นอน แต่ต้องช่วยกันทำทุกคน ... เพื่อกิจกรรมบำบัดในอนาคต [ฮึๆ ... เช็ดน้ำตา พึมพำ โอเค เดินไปปิดคอมพิวเตอร์ ปิด LCD] โอเคครับ อย่าลืมทำรายงานนะ เลิกเรียนได้ครับ" 

และในบันทึกนี้ผมร้องไห้ด้วยความสงสารตนเองและความภูมิใจในความคิดเห็นของนศ.กบ.หลังจากได้รับรู้เรื่องราวกิจกรรมบำบัดในอนาคต เช่น 

  • ผมจะตั้งใจเรียนและทำำงานกิจกรรมบำบัดจนมีชื่ออยู่ใน Google เหมือนอาจารย์ป๊อปครับ
  • ผมจะทำกิจกรรมบำบัดเพื่อสังคมและทำด้วยจิตอาสา แม้ผมจะหลับตอนฟังอาจารย์ แต่อาจารย์บอกการหลับคือกิจกรรมการดำเนินชีวิต ผมตื่นมาตอนที่อาจารย์ป๊อปเล่าว่าไปช่วยเหลือคุณตาคุณยายในสลัมด้วยจิตอาสา
  • หนูซิวมาจากคณะแพทย์ หนูอยากเป็นหมอ พอฟังอาจารย์ป๊อปแล้วอยากเป็นนักกิจกรรมบำบัดที่ดีค่ะ
  • หนูก็จะเป็นนักกิจกรรมบำบัดที่ใช้เสียงดนตรีเป็นสื่อบำบัดให้ผู้คนค่ะ
  • หนูจะตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษและจะทำงานกิจกรรมบำบัดในต่างประเทศแล้วกลับมาช่วยคนไทยค่ะ
  • หนูชอบนิเทศศาสตร์ และดีใจที่สามารถนำกิจกรรมบำบัดออกสื่อต่างๆ ได้เหมือนอาจารย์ป๊อปค่ะ
  • หนูเข้าใจแล้วว่า เลือกเรียนกิจกรรมบำบัดนี้ไม่ผิดหวังค่ะ
  • หนูเลือกกิจกรรมบำบัดจากคะแนนในเว๊ปเด็กดี และไม่เข้าใจว่าแตกต่างจากกายภาพบำบัดอย่างไร อาจารย์ป๊อปทำให้หนูเข้าใจและจะตั้งใจเป็นนักกิจกรรมบำบัดเพื่อสังคมค่ะ
  • หนูเข้าใจว่า เงินทองเป็นของนอกกาย และจะทำงานกิจกรรมบำบัดเพื่อคนทุกคนโดยไม่หวังรายได้ค่ะ
  • หนูชอบที่นักกิจกรรมบำบัดสามารถช่วยเหลือคนได้ และทำงานร่วมกับวิชาชีพต่างๆ ได้ดีค่ะ
  • หนูถามอาจารย์ป๊อปเยอะๆวันนี้ เพราะไม่แน่ใจว่ากิจกรรมบำบัดต่างจากกายภาพบำบัดยังไง และกิจกรรมบำบัดในไทยต่างจากสากลยังไง หนูไม่เข้าใจเพราะถามพี่ปี 2 ก็ได้รับข้อมูลไม่เห็นภาพ หนูกะจะลาออกแล้วไปสอบต่อหมอ แต่หนูไม่ไปแล้ว ขอบคุณอาจารย์ป๊อปที่ช่วยอธิบายให้หนูเข้าใจค่ะ

และเพื่อเตือนใจให้ผมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพในยามว่าง ผมขอขอบพระคุณท่านดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ที่ถ่ายภาพที่น่ารักนี้นะครับผม

 

และมอบดอกไม้ช่อโตจากคุณแม่กุลดูแลน้องเชสเตอร์ได้ดีเยี่ยมแด่กำลังใจจากกัลยาณมิตรทุกท่านด้วยความขอบพระคุณมากครับ