หายหน้าหายตาไปหลายวัน....เพราะงานยุ่งเหลือเกิน

แต่บังเอิญมีเคส...สะกิดใจอยากเล่าให้ทุกๆคนฟัง

เมื่อวาน...มีคนไข้หญิงรายหนึ่ง   อายุประมาณ 23 ปี  เข้ามาเพื่อขอให้ถอนฟันให้เพราะปวดมาหลายวันแล้ว...

ตรวจดูในช่องปาก...ก็พบว่าเป็นฟันกรามล่างขวา..ผุด้านODขนาดไม่ใหญ่มาก  แต่ลึกทะลุประสาทฟันแล้ว   เคาะปวด  ผู้ป่วยมีฟันครบ....และต้องการให้เอาฟันซี่ #36 นี้ออก

คำถามครับ???

เราในฐานะหมอฟัน....ควรจะทำอย่างไรดี....

ถอนเลยดีไหมครับ....ง่ายด้วยและไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอะไรมาก...คนไข้ก็อยากถอนอยู่แล้วด้วย...และนี่ก็เป็นฟันของเขา...เขาไม่อยากให้มันอยู่...เราก็ถอนออกเลยดีไหมครับ....

หรือถ้าจะไม่ถอนเลย  จะทำอย่างไรดีล่ะ....

เหตุการณ์แบบนี้ผมพบบ่อยมาก....คือ  คนไข้มาหา  ก็อยากถอนลูกเดียว  แต่จะทำอย่างไรนั้น  ผมอยากให้พวกเราคิดไว้เสมอเวลารักษาคนไข้...(บางคนก็เคยคิด..บางคนก็ลืมๆไปบ้างแล้ว...อาจทำงานมานาน...หรือเบื่อกับการมานั่งอธิบายก็ตามที )โดยก่อนจะทำอะไรกับฟันคนไข้  ผมอยากให้เรานนึกสมมุติว่าถ้าฟันซี่นั้นๆเป็นของเรา  แล้วเราจะรักษาอย่างไร...หรือถ้าคนที่นั่งอยู่บนยูนิตเป็นพ่อหรือแม่เรา...เราจะรักษาอย่างไร

เราจะถอนฟันแม่เราไหม....ถ้าเราเจอฟันผุทะลุประสาทฟันดังกล่าว..

บางครั้งเราอาจจะนึกคำแก้ตัวเข้าข้างตัวเองว่า....วิธีนี้เป็นการรักษาที่ประหยัดที่สุด....

สำหรับคนไข้....

แต่จริงเหรอ...

ผมก็เลยนั่งอธิบายคนไข้....ว่าการที่ฟันผุทะลุประสาทแล้ว  ทางเลือกในการรักษานั้นไม่ได้มีแค่ถอนฟันแต่เพียงอย่างเดียว  ทางหนึ่งที่คนไข้สามารถเลือกได้  คือ การรักษารากฟัน  ซึ่งเมื่อทำการรักษาแล้วก็จะไม่ปวดและเก็บฟันซี่นั้นไว้ใช้งานได้  ซึ่งค่ารักษาอยู่ที่ประมาณ 3500-5500 บาท  ซึ่งทะยอยชำระได้  ซึ่งถ้าไม่สามารถจ่ายได้ในราคาคลินิกทั่วไปได้  ก็อาจไปเข้าคิวรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ  ซึ่งค่ารักษาจะถูกกว่าก็ได้...

ข้อดีของการรักษารากฟัน คือ เมื่อรักษาแล้ว  เราก็ยังจะมีฟันไว้ใช้เคี้ยวอาหาร  เชื่อเถอะครับ++ยังไงเคี้ยวด้วยฟันธรรมชาติก็อร่อยกว่าฟันปลอมทุกชนิด

แล้วค่ารักษาแม้ว่าจะดูมากไปสักนิด....แต่ราคาของฟันปลอมทุกวันนี้ก็ไม่ได้ถูกกว่านี้สักเท่าไรเลย..

ลองให้ทางเลือกแก่คนไข้เขานะครับ.....ถ้าได้อธิบายความรู้จนหมดสิ้นกระบวนความแล้ว

คนไข้ยังต้องการถอน....ถึงเวลานั้น...จะถอนก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร...เพราะเราได้ทำหน้าที่หมอ.."หมอ"ที่จะ keep ฟันซี่หนึ่งไว้อย่างสุดความสามารถแล้ว....

ซึ่งวันนั้น...คนไข้ก็ไม่รักษารากฟัน(อีกแล้ว)....หลายครั้งที่ผมใช้เวลาอธิบายเกือบครึ่งชั่วโมง....คนไข้ก็คงยังยืนกรานที่จะถอนฟัน...บางครั้งก็ท้อนะครับ....แต่ก็ยังภูมิใจที่เราก็ไม่ได้บกพร่องต่อหน้าที่ที่ควรจะทำ...

เฮ้อ....ก็หวังว่า...คนไข้จะเข้าใจนะครับ   ว่าผมพูดพร่ามยาวๆไม่ยอมถอนซะทีเนี่ย...ไม่ได้แกล้งนะครับ...แต่อยากให้ได้รับรู้ทางเลือกการรักษาทั้งหมดจริงๆ  แม้ว่าจะลงท้ายที่ต้องถอนเหมือนกันก็ตาม................

หมอบอล 17ต.ค 48