ตีเหล็กต้องตีกำลังร้อน...และ..ถ้าเด็กชอบ สนใจ ในเรื่องนี้อยู่แล้ว มีหรือจะเขียนไม่ได้..ผมบอกครูประจำชั้นว่า ถ้าเด็กมาส่ง ให้แจกกระดาษขาวให้ลอกเรื่องของเขาด้วยตัวบรรจง..ผมจะนำส่งให้ครูขจิต..ก่อนที่ท่านจะเดินทางไปต่างประเทศ..

ผมพูดและเขียนบันทึกทำนองนี้เสมอ ว่าการปฏิรูปการศึกษาจะสำเร็จได้ที่โรงเรียนเท่านั้น โดยมีครูเป็นคนสำคัญในการขับเคลื่อน ครู คือจุดเปลี่ยนของอะไรทั้งหมด เลิกพูดเถอะ "ผู้บริหาร จะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง" แล้วผลเป็นอย่างไร การศึกษาไทยเราล้าหลังมากี่ทศวรรษแล้ว คงต้องกลับมาให้ความสนใจ "ผู้ตาม"บ้าง แล้วกระตุ้น นิเทศ กำกับติดตาม ให้ครูเป็นผู้นำทางวิชาการ โดยเฉพาะในระดับห้องเรียน จะเป็นอะไรที่วิเศษสุด

 

เมื่อครูตระหนักและพร้อม ที่จะเป็น ผู้นำ ครูนั่นแหละ จะเปลี่ยนได้ทุกอย่าง ทั้งบุคลิก บรรยากาศห้องเรียน วิธีสอน รวมไปถึงคุณธรรมจริยธรรม ความมุ่งมั่นทุ่มเท.. เรื่องนี้รัฐต้องหาวิธี มากกว่าการคิดยืมมือผู้บริหาร(ซึ่งผู้บริหารหลายคนก็ยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไร แม้แต่ตัวเอง)และมอบแต่สวัสดิการจนครูจะไปกันไม่เป็นอยู่แล้ว

 

เมื่อพูดถึงครูขจิต ฝอยทอง..ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ครู ในระดับอุดมศึกษา ท่านคิดว่าครูขจิตคือครู..ผู้นำ..การเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่...ยังไม่ต้องตอบก็ได้ครับ..ตามผมไปเรื่อยๆ

 

ท่านถ่ายทอดความรู้ รูปแบบวิธีคิดวิธีสอนให้แก่ครูทั่วทุกภาคของประเทศ และบูรณาการความรู้สู่สาระวิชาต่างๆ เชื่อมโยงทักษะชีวิตและอาเซียน ให้นักเรียนเป็นจำนวนมากในหลายร้อยโรงเรียนทั้งประถมและมัธยม

 

เดือนก่อนท่านมาที่บ้านหนองผือ..ผมสังเกตการสอนของท่าน พยายามซึมซับรับฟังและวิเคราะห์ภารกิจที่ท่านทำ โดยมีเด็กนักเรียนจาก ๒ โรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรม

 

โอ..พระเจ้า ไม่ธรรมดาเลย แต่ผมก็คิดในใจว่า ถ้าผมเป็นครู ผมก็ทำได้ ถึงไม่ดีเท่าแต่ก็จะพยายามเลียนแบบล่ะ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เพราะเป็นรูปแบบการสอนที่ดีและเป็นหน้าที่ที่ครูพึงกระทำ ด้วยการ "ปรุงรสการสอนด้วยใจและอารมณ์ขัน"จึงเป็นที่มาของ...นักเรียนทุกคนชอบการสอนของครูขจิต ฝอยทอง..ขออนุญาตขยายความ

 

๑.  ครูขจิต..เตรียมการก่อนสอนทุกครั้ง ว่างไม่ได้ว่างเป็นเตรียม ด้วยกระดาษแผ่นเดียวก็มี ใช้สมุดบันทึกเล็กๆ จดขั้นตอนที่จะนำเสนอ..ซึ่งฝรั่งเขามักจะทำกัน

๒.  ครูขจิต..ไม่เคยยืนนิ่ง หรือนั่งอยู่กับที่ ครูจะเคลื่อนไหวตลอด เดินไปรอบๆนักเรียนเด็กมองตามเพื่อสังเกตว่าครูจะไปทางไหนจะพูดกับใคร แบบนี้เด็กจะหลับไหม

๓.  ครูขจิต..สอดแทรกอารมณ์ขัน เด็กกล้าโต้ตอบและเมื่อตอบผิดครูจะไม่ว่า ทั้งเด็กและครูจะหัวเราะไปด้วยกัน และนำพาให้เด็กทุกคนอยากหัวเราะด้วย

๔. ครูขจิต..อดทนเป็นที่สุด ที่จะกระตุ้น รอคอย และเสริมต่อการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ให้เด็กได้แสดงออกซึ่งศักยภาพอย่างเต็มที่ บนพื้นฐานความแตกต่างแต่ละคน

๕. ครูขจิต..จะใช้สื่อการสอนทุกครั้ง ทั้งบัตรภาพ บัตรคำ เพลง เกมและฐานเรียนรู้

สัปดาห์ที่แล้ว..ครูขจิต ฝอยทอง มาจัดค่ายภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ ได้่ทั้งศิลปะและอาเซียน ในโรงเรียนใกล้ๆกับบ้านหนองผือ..ผมส่งเด็กป.๕ - ๖ ไปร่วมกิจกรรมค่ายพร้อมครู ๑ ท่าน ผมไม่ได้ไป อยู่ทำภารกิจที่โรงเรียน แต่ก็พอรู้ว่าครูขจิตจะสอนอย่างไร( ดังที่เรียนมา ๕ ข้อข้างต้น..)แต่ในใจผมก็จดจ่อ..กับการกลับมาของนักเรียนทั้งสองห้อง

 

วันที่สองของการไปค่ายภาษาอังกฤษครั้งนี้..เด็กกลับถึงโรงเรียนตอนเที่ยง ผมเรียกเด็กเข้าห้องพักครูแล้วสัมภาษณ์ทีละคนว่า เป็นอย่างไร ได้ความรู้อะไรบ้าง ประทับใจอะไร เพราะอะไร...?

 

"..เด็กทุกคนตอบ พร้อมอธิบาย ด้วยถ้อยคำชัดเจน รู้สึกถึงความประทับใจ ติดตราตรึง ในกิจกรรมที่สนุกสนาน ได้ความรู้ภาษาอังกฤษและประเทศในอาเซียน ได้ร้องเพลงและเล่นเกมกับเพื่อนๆ ครูสอนสนุก ไม่ง่วงนอน ไม่เบื่อ ได้หัวเราะ อยากจะเรียนอีก ..เด็กบางคนบอกประทับใจจนถึงนาทีสุดท้ายที่จะก้าวเท้าขึ้นรถเพื่อจะกลับโรงเรียน.."

 

ผมจึงสรุปว่า..."..ที่พวกเธอพูดมา ครูเข้าใจ แต่ครูอยากให้เธอบอกเป็นตัวหนังสือ โดยแต่ละครเขียนเป็นเรื่องราวให้ครูอ่าน เขียนในสิ่งที่เธอบอกครู ในสิ่งที่เธอพบเห็นและประทับใจลงสมุด พรุ่งนี้มาส่งครู อย่าลืมตั้งชื่อเรื่องด้วยล่ะ.."

 

ตีเหล็กต้องตีกำลังร้อน...และ..ถ้าเด็กชอบ สนใจ ในเรื่องนี้อยู่แล้ว มีหรือจะเขียนไม่ได้..ผมบอกครูประจำชั้นว่า ถ้าเด็กมาส่ง ให้แจกกระดาษขาวให้ลอกเรื่องของเขาด้วยตัวบรรจง..ผมจะนำส่งให้ครูขจิต..ก่อนที่ท่านจะเดินทางไปต่างประเทศ..

 

เรียน..คุณครูขจิต..

        ผมรีบ..จึงไม่ทันได้ตรวจและปรับสำนวนของเด็กที่ชื่นชอบคุณครู ผมส่งต้นฉบับมาทั้งหมด และถ่ายสำเนาไว้ลงโกทูโนว์ ไม่ได้หวังรางวัลใดๆ เพียงแค่จะตอบโจทย์ให้กับตัวเอง..ถึงวิธีสอนของคุณครูและแนวทางการสอนเขียนของผม..ว่าผมก็เป็นครูคนหนึ่ง ที่พร้อมจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้หรือยัง...ครับ

 

                                                                

                                                                  ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                                    ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

                                                      http://www.bannongphue.com