นานไปนิดระหว่างภาคหนึ่งและสองแต่ถ้ากลัวต่อไม่ติดย้อนไปภาคแรกของการจัดการความขัดแย้งก่อนก็ได้นะคะ แต่ขออกตัวนิดว่า Dialogue ชุดนี้เป็นการผสมผสานเทคนิคโดยอจ.สุกานดาโดยเฉพาะค่ะ
Dialogue: สุนทรียสนทนา การสนทนาอย่างมีสมาธิ : การสัมผัสการไหลผ่านของกระแสแห่งความหมายผ่านกระบวนการฟังอย่างลึกซึ้ง การเห็นทำให้เรากลับมาสัมผัสโลกภายในของเราทั้งร่างกายและจิตใจผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก ทำให้เกิดการเห็นผ่านกระบวนการเฝ้าสังเกตใจเรา (บางครั้งตาเห็น จิตปรุงแต่งมีอะไรมากมายมากระทบให้หวั่นไหว) ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการฟัง ซึ่ง
การฟังมี 2 แบบ
1.Attentive Listening ฟังแบบรับไว้ก่อน
2.Deep Listening ฟังแบบเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกแบบไม่ต้องตัดสิน ฟังเสมือนเราเป็นคนๆนั้น
การฟังมี 4 ระดับ
1.Reacting การตอบการฟังที่ใช้การตอบสนองอย่างรวดเร็ว
2.Redening การออกแบบ/ หาหนทางใหม่ แต่เป็นกรอบแนวคิดเดิมยังแยกแยะผิด/ถูก ใช่/ไม่ใช่/มีจริยธรรมขึ้น
3.Reframing การเปิดใจเป็นกรอบแนวคิดใหม่ ไม่มีมิตรศัตรูเข้าใจคนอื่นมองว่าการรุกรานผู้อื่นไม่มีประโยชน์
4.Regenerating ก่อเกิดตัวตนใหม่ต่างฝ่ายต่างเฝ้าดูเรากับเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน/ปกป้องดูแลผู้อื่นไม่ให้เกิดปัญหา
หลักการฟัง
1.Respecting เคารพในตัวตนผู้พูด ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร
2.Deep Listening ฟังให้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก
3.Voicing ฟังแบบอุเบกขา ปราศจากอคติ ( แบบไม่มีอคติคือ รัก โกรธ หลง เขลา )
4.Suspending ติดตามต่อเนื่อง / แขวงไว้ก่อน
แก่นแท้ของสุนทรียสนทนาคือ สมดุล/ผ่อนคลาย
1.ฟังอย่างไรถึงจะลึกซึ้ง : ฟังอย่างเมตตา/ไม่ตัดสินใจ/เอาใจเขามาใส่ใจเรา
2.ฟังอะไร *ฟังคนอื่น : ความคิด รู้สึก เหตุผล สิ่งที่อยู่ในใจ * ฟังตัวเอง : ความคิด รู้สึก เหตุผล
* ฟังความเงียบ : สะท้อนความคิด ด้วยสมาธิ – สติ
3.ฟังเพื่อ *หาความหมายด้วยกัน *การมีส่วนร่วม *เกิดการยึดเหนี่ยว/เข้าใจ
ความไม่เหมือนไม่ใช่ความผิดแต่เป็นการมองต่าง และถ้าความต่างไม่ใช่แตกแยก และความรุนแรงจะน้อยลง
กติกา
1.ไม่มีวาระซ่อนเร้น 2.ปฏิสัมพันธ์อย่างมนุษย์
3.เท่าเทียมกันด้วยศัดศรีความเป็นมนุษย์ 4.จุดยืนชัดเจน
5.ไม่ด่วนสรุปตัดสินผู้อื่น 6.ใจกว้าง
7.ซื่อสัตย์ จริงใจ หลีกเลี่ยงการยอมแบบขอไปที 8.ไว้วางใจผู้อื่น
9.ไม่ปะปนหลักการกับการปฏิบัติ 10 .ยืดหยุ่นแต่ตั้งใจจริง
สุนทรียสนทนา ท้าทายการเป็นมนุษย์แท้ / เกื้อกูลแต่ไม่ก้าวก่ายพัฒนาจิตภายใน และเรียนรู้สันติสุขร่วมกัน หากเกิดอารมณ์รู้สึกลบ อาจแสดงความรู้สึกได้แต่ต้องมีสติในการแสดงความเห็นต่างโดยไม่ก้าวร้าวต่อกาย วาจา ใจเรามีชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ให้เข้าใจ 3 อย่างไม่มีอะไรแน่นอน/ไม่มีอะไรได้ดังใจ/ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ
กิจกรรมกลุ่ม ฝึกปฏิบัติ( Skill)
ทบทวนประเด็นสำคัญ 2 วันที่ผ่านมาเช่นเรามีทฤษฏีอะไรในการจัดการความขัดแย้งแต่ละทฤฏีมาเกี่ยวข้องอะไรถ้าจะฟังใครเราต้องนิ่งจริงๆเราจึงจะเห็นความคิด ความรู้สึกของเขา เราต้องจับอารมณ์นั้นให้ได้ถ้าเซาะไม่ถึงก้นแผลเรา..ไม่สำเร็จ ไม่ได้ข้อเท็จจริงที่แฝงอยู่ ไม่สามารถเห็นสิ่งที่เขาไม่ได้พูด ฟังอย่างเข้าใจ Empathy เพราะต้องจับประเด็นถ้าฟังไม่ถูกจะพูดและตีความผิด นี่เองที่ต่างจาก Counseling ที่เขามาเพื่อขอคำปรึกษา
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากฝึกปฏิบัติ( Skill)สถานการณ์จำลอง
ตัวเรา -การไห้วใครสักคนเท่ากับทำให้เราได้น้อมใจตัวเราเอง
-ไม่ควรลืมสร้างความไว้วางใจและกล่าวคำขอโทษ
-เราไม่ได้ฟังอย่างแท้จริงเพราะเรามัวแต่คิดว่าเราจะพูดอะไร
-เมื่อไม่ได้ฟังเราก็จับประเด็นไม่ได้และเราเลยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
-เรามักติดภาพเดิมคือการให้ข้อมูลอยากบอกอยากอธิบาย
ระบบงาน
-การสร้างแกนนำรุ่นแรกและสานต่อไปยังรุ่นน้อง
-การสร้างเครือข่ายการจัดการความขัดแย้งในงานของกลุ่มการพยาบาล
สบายดีนะครับ...ขอบคุณมากครับบันทึกมีประโยชน์มากครับ
เข้าให้ถึงในคุณค่า แห่ง นาม-รูป. และเวลาที่เหมาะสม เท่านั้น ที่จะใช้ประโยชน์สุข. ขอย้ำประโยชน์ต้องมีสุขด้วย. เพราะ ประโยชน์สุข คือ การบั่นทอนความชั่ว และ ฟื้นฟูความดี แบบ ทันใช้นั่นเอง.
ขอบคุณค่ะ ได้อ่านได้ทบทวน และเพิ่มเติมสิ่งที่ยังไม่ทราบค่ะ
สมแล้วที่ Driven เรื่อง SHA อย่างจริงจังครับ .....
ว้าวๆๆตัวลอยซะละเรา ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยือนจ้า