กำลังอยู่ในโหมดที่รู้สึกว่าใจมันตื้อตัน ทั้งๆที่คิดไว้ก่อนแล้วว่า ไม่ช้าไม่นานก็ต้องถึงเวลานี้ และเมื่อถึงจริงๆที่ดูเหมือนว่าจะพอทำใจได้ แต่พอผ่านมาสักนิดก็มีความรู้สึกเหมือนใจไม่อยากจะทำอะไร รู้สึกถึงอาการ"หมดอาลัยตายอยาก"จริงๆ เข้าใจแล้วว่า การบอกการพูดการแนะนำนั้นง่ายกว่าตอนที่ต้องลงมือทำให้ได้จริงๆ เหมือนที่ใครๆมักจะพูดว่า ถ้าไม่เกิดกับตัวเองก็ไม่มีวันเข้าใจ เป็นเรื่องจริงแท้ๆทีเดียว ยังดีที่มีเรื่องที่ต้องทำตามกำหนดเวลาซึ่งทำให้ต้องใช้สมาธิทำงานให้ได้ มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ต้องบังคับตัวเองให้ทำงานให้เสร็จ แต่พอหยุดทำก็ใจหลุดลอยกลับไปที่เดิม ตั้งคำถามในใจมากมายที่ไม่รู้ว่าจะตั้งไปทำไม เข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาโศกเศร้าเราไม่ควรจะอยู่คนเดียว เพราะถึงเราจะเศร้าเหมือนกันแต่พอเรามีคนที่อยู่ในสภาพเดียวกัน เราก็จะพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกอ่อนแอที่เรามีกันได้ แบ่งปันความเข้มแข็งให้แก่กันได้ ความฟุ้งซ่านก็จะมีน้อยลง

 

ขอเขียนระบายความรู้สึกเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในหัวออกไปเสียบ้าง ในวาระที่ครอบครัวของเราต้องส่งวิญญาณคุณย่าของสามหนุ่มให้ไปสู่ภพภูมิอื่นที่ท่านจะได้พ้นทุกข์จากอาการเจ็บป่วยที่รุมเร้าอยู่ เวลา 2 ปีที่ท่านมาอยู่ใกล้ๆให้พวกเราได้ดูแลนั้นช่างสั้นจริงๆ แต่ก็เป็นกิจวัตรที่เมื่อขาดหายไป เราก็เลย"ทำอะไรไม่ถูก" ไปเหมือนกัน ไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำทุกอย่าง เพราะเชื่อมั่นว่าทำให้ท่านอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็มีอีกหลายเรื่องให้เสียใจ ซึ่งก็คงเป็นเรื่องธรรมดา มาถึงเวลานี้แล้ว ทุกอย่างก็ต้องปล่อยวางจริงๆ เพราะท่านไปสบายแล้ว 

ใครที่ยังมีคนที่รักให้ดูแลใกล้ๆตัวอยู่ ก็ขอให้ทำให้ดีที่สุดนะคะ เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องเสียใจจะได้ไม่ใช่จากสิ่งที่เราทำหรือไม่ได้ทำให้คนที่เรารัก เรื่องอื่นๆที่เราทำไม่ได้อีกมากมายก็ต้องปล่อยวางและทำใจ พูดง่ายกว่าการลงมือทำให้ได้เสมอจริงๆค่ะ