. ถึงแม้ผลของการประกวดจะไม่สำคัุญเท่ากับประสบการณ์ที่เด็กได้รับก็ จริง....แต่ก่อนลงสู่สนามแข่ง เด็ก ๆ ก็ควรจะได้ " อาวุธ " ที่มี " ประสิทธิภาพ" +" ความมั่นใจ " จากคุณครูผู้ฝึกซ้อม เพื่อให้เขาได้ก้าวลงสู่สนามแข่งอย่าง องอาจและภาคภูมิ มิใช่หรือ ?

.

วันนี้้ (13 ตุลาคม 56 ) เป็นอีกวันหนึ่ง ที่คุณมะเดื่อทำตัวให้ " ว่าง"

จากงานทั้งหลายทั้งปวง (หลังจากที่หยุดมาเมื่อวันวานแล้ว 1 วัน )

พรุ่งนี้ จะไปเข้าอบรม ที่อ่าวมะนาว กองบิน 5 

 

 

.

จากนั้น ก็จะต้องเริ่มฝึกซ้อมเด็ก ๆ ทั้ง 2 ทีม เพื่อเตรียมตัวลงสนาม

ระดับภาคต่อไป  ปิดเทอมนี้ ก็คงได้หยุดแค่ 2 วัน คือ วันนี้ กับเมื่อวาน

ล่ะจ้ะ

.

 

.

การฝึกซ้อมรอบใหม่นี้ เท่ากับต้อง " เริ่มต้นใหม่ " บนโครงสร้างเก่า

เพราะ เด็ก ๆ ต้องเจอคู่แข่งที่ผ่านการคัดเลือกเป็นทีม " สุดยอด " มา

จากแต่ละเขต ทั้ง 2 ภาค คือ ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก ดังนั้น การ

ฝึกซ้อมจึงต้อง " หนักหนาสาหัส " กว่าที่ผ่านมาในระดับเขตแน่นอน

.

 

.

จากประสบการณ์ในการฝึกซ้อมเด็ก ๆ เพื่อเข้าแข่งขัน ไม่ว่าในระดับ

ใด ๆ ก็ตาม + ประสบการณ์ในการทำหน้าที่ " กรรมการ " ตัดสินการ

ประกวดวิชาการมาตลอดระยะเวลาของการเป็นครู ทำให้ทราบแนวทาง

ในการฝึกซ้อมเด็ก ๆ ที่ส่งเข้าแข่งขัน ว่า " ฝึกซ้อมอย่างไรให้ใกล้เคียง

เป้าหมายที่สุด " ที่พอจะนำมาเล่าสู่กันฟังได้จ้ะ

.

 

.

ในรายการแข่งขันใหญ่ ๆ อย่างงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน นี้ จะมีเป็น

ประจำทุกปี  ถึงแม้จะยังไม่มีกำหนดวันแข่งขันออกมาอย่างชัดเจน แต่

คุณครูก็จะทราบว่าต้องจัดในระยะเวลาใด และมีรายการแข่งขันหลัก

อะไรบ้าง ดังนั้น สิ่งที่คุณครูจะต้อง  เตรียมการก็คือ

.

    1. กำหนดรายการที่คุณครูจะส่งเข้าแข่งขัน

.

    2. สอนนักเรียนในชั้น ในสิ่งที่จะส่งเข้าแข่งขัน ตามปกติ เพื่อให้

โอกาสนักเรียนทุกคนในการที่คุณครูจะคัดเลือกเด็กเข้าประกวด

.

    3. ศึกษาหลักเกณฑ์การแข่งขันในรายการนั้น ๆ จากปีก่อน ๆ แล้ว

ฝึกซ้อมเด็ก แต่ เนิ่น ๆ  ( รายการแข่งขันส่วนใหญ่ ในสาระหลัก ๆ มัก

จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์มากนัก  หรือ ไม่เปลี่ยนแปลงเลย )

.

    4. เมื่อมีเกณฑ์ใหม่ออกมา  ( จะออกมาประมาณเดือน มิถุนา )

คุณครูต้องศึกษาเกณฑ์การประกวด + กรอบการแข่งขันให้ละเอียด

ถี่ถ้วน แล้วฝึกซ้อมตามเกณฑ์ + กรอบ การแข่งขันนั้นอย่างเคร่งครัด

.

    5. ฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ  และดูพัฒนาการของเด็ก ๆ เพื่อแนะนำ

ปรับปรุง แก้ไข และต้องไม่ลืมให้กำลังเด็ก ๆ ด้วยคำพูดที่ว่า " นักเรียน

ต้องทำให้ดีที่สุด ต้องทำอย่างเต็มความสามารถ  ส่วนผลแพ้ หรือชนะ

เป็นเรื่องที่สำคัญรองลงมา "

.

    6. คุณครูผู้ฝึกซ้อมต้อง " แม่นยำ และ รู้จริง" ในวิชา หรือเนื้อหา

ของงานที่จะฝึกซ้อมนักเรียน การที่คุณครู ไม่ลึกซึ้งในงานนั้น ๆ ทำให้

ผลที่ออกมา ไม่ตรงตามหลักการ หรือ กระบวนการ เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง

ยกต้วอย่าง เช่น  ในเรื่องของ โครงงาน คุณครูบางท่าน ยังไม่เข้าใจคำ

ว่า " โครงงาน " จึงทำให้ผลงานที่ส่งเข้าประกวด " ไม่ใช่โครงงาน "

กลายเป็นงาน หรือ เรื่องที่ใช้สอนตามปกติในห้องเรียน

.

      7. สำคัญที่สุดต้องไม่ อ่อนซ้อม เด็ดขาด  เพราะการที่เด็ก ๆ ขาด

การฝึกซ้อมที่เข้มข้น แล้วต้องเข้าแข่งขัน เป็นเรื่องที่น่าสงสารเด็ก ๆ

เป็นที่สุด

.

หากคุณครูได้ดำเนินการฝึกซ้อมตามแนวทางที่คุณมะเดื่อกล่าวมานี้แล้ว

ถึงจะพลาดเป้าเหรียญทองอันดับ 1 แต่ก็คงอยู่ในแถวเดียวกับ " เหรียญ

ทอง " นั่นแหละ ก็ยังเป็นที่น่ายินดีอยู่มิใช่หรือ

.

 

.

การที่คุณครูฝึกซ้อมเด็กโดยไม่ ศึกษาเกณฑ์ + กรอบการประกวดอย่าง

ละเอียดถี่ถ้วน เป็นเรื่องที่ น่าเศร้า ที่สุด  เพราะ ถึงแม้ผลงานออกมาจะดี

เยี่ยม ยิ่งใหญ่ อลังการ นสายตาของผู้ชม เพียงใด ก็ไม่สามารถที่จะ

ผ่านเกณฑ์และกรอบในการพิจารณาของคณะกรรมการไปได้ !!

.

 

ยกตัวอย่างเช่น การจัดทำหนังสือเล่มเล็ก มีมากมายหลายโรงเรียนที่

พลาดการได้เหรียญทองไปอย่างน่าเสียดาย  ทั้ง ๆ ที่ เด็ก ๆ ทำได้ดี

ผลงานภาพ  และรูปเล่ม " ชนะใจคนดู " แต่ไม่"ชนะใจกรรมการ"

เพราะคุณครูผู้ฝึกซ้อม  " ไม่ได้ศึกษาเกณฑ์ + กรอบ " ที่กำหนดในการ

แข่งขัน  ผลงานจึงไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ คะแนนจึงไม่มีให้

.

.

ถึงแม้ผลของการประกวดจะไม่สำคัุญเท่ากับประสบการณ์ที่เด็กได้รับก็

จริง....แต่ก่อนลงสู่สนามแข่ง เด็ก ๆ ก็ควรจะได้ " อาวุธ " ที่มี

ประสิทธิภาพ" +" ความมั่นใจ ากคุณครูผู้ฝึกซ้อม  เพื่อให้เขาได้ก้าวลงสู่สนามแข่งอย่าง องอาจและภาคภูมิ มิใช่หรือ ? 

 

  ขอให้คุณครูและเด็ก ๆ ที่กำลังจะลงสู่สนามระดับภาคต่อไปประสบ

ความสำเร็จโดยทั่วกันจ้ะ

 

         ......................................................           

 

.