วันนี้ตั้งใจจะชวนแม่ไปพักผ่อนที่ถิ่นสามคลองสองเมือง นั่นคือ "คลองแดน" เพราะครูนกและแม่ยังไม่เคยไปสัมผัสบ้านคลองแดน ได้ยินแต่ชื่อและช่วงหลังๆ ได้ฟังคนกล่าวถึงตลาดน้ำคลองแดนบ่อยขึ้นเลยต้องหาจังหวะไปค่ะ ขับเรื่อยๆจากหาดใหญ่ไปทางเกาะยอมุ่งตรงไปยังเส้นทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านแยกเข้าสู่ระโนดตรงไปยังเส้นทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราชระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตรมีสะพานข้ามคลองเลี้ยวซ้ายแล้วขับตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ ๓ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายจะมีสถานีตำรวจบ้านคลองแดนอยู่ตรงกันข้ามกับตลาดน้ำคลองแดน
คำขวัญของคลองแดนคือ ถิ่นสามคลองสองเมือง ด้วยมีลำคลองสายแรกไหลสู่อำเภอหัวไทร ลงไปอีกเส้นทางไหลสู่อำเภอระโนด และทิศตะวันตกไหลสู่อำเภอชะอวด สองเมืองคือรอยต่อระหว่างจังหวัดสงขลา(ตำบลคลองแดน อำเภอระโนด) กับจังหวัดนครศรีธรรมราช
(ตำบลรามแก้ว อำเภอหัวไทย)ที่นี่เป็นสังคมวิถีพุทธ
เริ่มต้นท่องเที่ยวแบบสำรวจด้วยตนเองคือขับรถวนไปรอบๆชุมชนคลองแดน ในฐานะเป็นครูไปเยี่ยมชมโรงเรียนคลองแดนวิทยา เป็นโรงเรียนในฝันมากๆเลยค่ะ ร่มรื่น กว้างขวางครูนกชอบที่มีสระน้ำ มีต้นไม้ใหญ่ (มองเห็นห้องเรียนวิทยาศาสตร์ขนาดยักษ์เลยค่ะ) เสียดายค่ะวันหยุดประตูปิดเลยไม่ได้เยี่ยมชมภายใน
หลังจากนั้นขับรถไปที่วัดคลองแดนค่ะ เป็นวัดที่เก่าแก่มากๆ ทรงคุณค่าทางจิตใจมากค่ะ
ต้นสะพานคือสงขลา ปลายสะพานคือนครศรีธรรมราช
ป้ายนำเที่ยวเก่าแต่ขลังค่ะ
เรือขุดจากไม้ตะเคียนทอง
จากนั้นครูนกก็ไปตั้งหลักที่ตลาดน้ำซึ่งช่วงเวลาที่ไปนักท่องเที่ยวน้อยมากค่ะ แม่ค้าพ่อค้าบอกว่าจะคึกคักหลังเวลา ๑๘.๐๐ น. นี้คือเหตุผลทำให้ที่นี่มีโฮมสเตย์มากมาย ครูนกสอบถามราคาคือ คืนละ ๒๐๐ บาทต่อคนค่ะ
การท่องเที่ยวครั้งนี้ได้สำรวจเส้นทาง จุดสำคัญและร้านอาหารอร่อยๆ แบบถิ่นใต้และราคาเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว วันนี้แม้เราจะพลาดการแสดงและบรรยากาศผู้คนมากมาย แต่ครูก็อิ่มเอมกับสายลมเย็นๆ ริมน้ำ วัดแบบสงบๆ โรงเรียนที่ยังเขียวขจี และอิ่มมากๆค่ะที่สำคัญดีใจค่ะได้พาแม่ไปเที่ยวในลักษณะที่แม่บอกว่า อยู่มาตั้งเจ็ดสิบกว่าปีเพิ่งจะได้มาถึงคลองแดน
สะพานดูไม่ค่อยปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญนะคะ...ชอบมากตรงที่มองเห็นน้ำใสสวยงามมากๆ...ขอบคุณค่ะ
พี่ชอบบรรยากาศภาพแบบนี้ค่ะ ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ นั่งดูใบไม้และกลีบดอกปลิวริ้วตามสายลมก่อนจะหมุนติ้วสู่สู่ผิวน้ำแล้วลอยละล่องไปตามกระแสน้ำจนกว่าจะหมดสภาพจมดิ่งลงก้นน้ำกลายเป็นปุ่๋ยให้กับสัตว์น้ำเล็กๆเติบโตมาเป็นอาหารให้กุ้งหอยปูปลาได้เติบใหญ่ขึ้นมาแหวกว่ายไปตามวารีให้เป็นอาหารของมนุษย์มนุษย์เพื่อดำรงชาติสืบไป
เวลาเดินผ่านสะพานก็ให้ความรู้สึกไหวเอนไปตามความอ่อนแข็งของไม้กระดานที่สะกิดให้คิดถึงลมหายใจ ให้ระลึกรู้สึกตัวถึงการดำรงชีวิตของผู้คนที่มีทั้งอ่อนและแข็ง แข็งและกร้าวตามสภาวะของจิตใจที่ได้รับการปลูกฝังหล่อหลอมมาอย่างหลากหลาย แต่ทุกชีวิตก็ชื่นชอบและสัมผัสธรรมชาติได้ดี
ขอบคุณนะคะ
อาจารย์ดร. พจนา แย้มนัยนา
จุดนี้เขาเรียกว่า สะพานเก่านะคะ ใช้เฉพาะเดินข้ามผ่าน ไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่ง และมีเส้นทางที่สะพานคอนกรีตเพิ่งสร้างเสร็จ......ส่วนของครูนกเองเกือบจะขับรถขึ้นสะพานแห่งนี้แล้วค่ะโชคดีเห็นป้ายเเตือน
อันนี้สะพานเดินลัดเลียบริมคลองค่ะ
ขอบคุณสำหรับการบรรยายบรรยากาศการข้ามสะพานได้งดงามค่ะ คุณครู krutoiting
สบายตา สบายใจมากเลยนะครับ
สถานที่จริงคงสงบเย็นมากๆ
บรรยากาศดีมาก ๆ เลยจ้ะ
ขอบคุณที่พาเที่ยว
ขอบคุณที่ห่วงใย
ด้วยคิดถึงเช่นกันค่ะ
...
ปล.ไม่ได้หายไปไหนค่ะ ยุ่งเล็กน้อย:)
ตามมาเที่ยว อยากกินข้าวเหนียวปิ้งค่ะครูนก
ตามมาเที่ยวด้วย เหมือนได้ไปจริงๆ ค่ะ ครูนก
คุณแม่ท่าทางใจดี และคงดีใจมากที่ลูกสาวตามใจ พาไปเที่ยวค่ะ
คิดถึง คิดถึง คิดถึงมากๆ ค่ะ ขนมบ้านๆ แบบนั้น ขนมพิมพ์ใส่ไข่
ต้มย่างหอมๆ
คนอ้วนหิวแล้วซิค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ พ.แจ่มจำรัส
ลมเย็นสบายค่ะ....ครูนกยังอยากไปอยู่ที่นั่นนานๆ เลยค่ะ
ที่นั่นอากาศดี ผู้คนเรียบง่ายและมีน้ำใจมากๆค่ะ....อาหารอร่อยๆ....เติมพลังแบบทริปสั้นในช่วงวันหยุดค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครู มะเดื่อ
หัวใจอยากให้อาชีพครูย้ายที่สอนได้บ้างแบบไม่มีเงื่อนไข...จะขอย้ายไปอยู่คลองแดนสักปีสองปี
สวัสดีค่ะ คุณครู มะเดื่อ
พักผ่อนแบบระยะสั้นๆ ค่ะ....ส่งกำลังให้เสมอนะคะ
ค่ะคุณหนูรี
ทราบแล้วเปลี่ยน.....
คุณหมอnui
อาหารที่นี้อร่อยสำหรับความคิดครูนก ได้บรรยากาศแบบเดิมๆ ค่ะ
รอต่อสงขลากับนครนนะครับพี่นก
ชอบมากเลยครับ
เป้นธรรมชาติดี
ใช่เลยค่ะน้องอาจารย์ขจิต...ถ้าจะให้ได้บรรยากาศตลาดน้ำต้องไปบ่ายวันเสาร์ค่ะ ภาคกลางคืนมีการแสดงมโนราห์ด้วยค่ะ