เช้าวันหนึ่งรถราเหมือนเป็นใจ ไม่ติดเหมือนทุกวัน มาถึงร้านกับข้าวทางเข้าบริษัทจอดกินข้าวอย่างทุกวัน ขณะกำลังก้าวลงรถ พลันก็มีชายกลางคนใส่ชุดขับวินมอร์เตอร์ไซค์ เดินปรี่เข้ามาขอดูเครื่องเสียงรถ ผู้เขียนตกใจพยายามกันไม่ให้เขาก้มเข้ามาดูภายในรถ

"อะไรครับ.. ไม่ได้ๆครับ"ผู้เขียนกันเขาออกไป ด้วยความตกตะลึง

"อ้อ ขอดูว่าพี่ติดเครื่องเสียงยัง จะดูตัวอย่างว่าติดยังไง"ชายคนนั้นบอก

"รถผมไม่ได้ติดเครื่องเสียงครับ ขอโทษนะครับดูไม่ได้ครับ"ผู้เขียนบอกเขาที่ยังพยายามชะโงกศรีษะเข้ามาดู

อาการงงๆของผู้เขียน และการเข้ามาจู่โจมแบบฉับพลันของชายคนนั้นทำให้นึกถึงพวกมิจฉาชีพตามที่เป็นข่าวบ่อยๆ

"ไม่มีอะไรครับพี่ ไม่ต้องกลัวผมหรอก ผมขับวินอยู่ตรงนี้เอง เพียงแต่รถผมก็รุ่นเดียวกันนี้ อยากจะรู็ว่าติดเครื่องเสียงยังไง"เขาพูดเหมือนกล่าวขอโทษ

ผู้เขียนไม่พูดอะไรก่อนเดินเข้าร้านขายกับข้าวไป ขณะที่ชายคนนั้นก็เดินเข้าไปตรงวิยมิเตอร์ไซค์พูดอะไรบางอย่างกับเพื่อนๆพลางชี้มือชี้ไม้มาที่ผู้เขียน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการหวาดระแวง การไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันของสังคมเมือง ที่ต่างคนต่างอยู่ด้วยกันคล้ายคนแปลกหน้าแม้อาจจะเคยเห็นหน้ากันบ่อยๆตรงปากซอยนี้

หลังจากวันนัั้นผู้เขียนก็เจอกับชายคนนั้นเกือบทุกวัน ผู้เขียนแวะกินข้าว เขาอยู่วินมอเตอร์ไซค์

เราไม่รู้จักกันมากไปกว่าวันก่อนนั้น ผู้เขียนไม่รู้สึกโกรธเขา

เขาก็มองผู้เขียนบ่อยๆคล้ายจะบอกอะไรบางอย่าง

เราสองคนคล้ายคนคุ้นเคย... แต่รู้สึกแปลกแยกกันเหลือเกิน

.................

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ในคืนค่ำที่ฟ้าไร้ดาวด้วยฝนที่ยังโปรยปราย

02 ตุลาคม 2556

พ.แจ่มจำรัส