ใจจะขาดรอน ๆ แล้วเจ้าเอย (2-110)

แวะมาอ่านบันทึกนี้ ได้สิ่งดี ดี ติดตัวกลับมา ดังนี้

มาคิดดู... ที่รู้สึกใจสลาย จวนจะขาดรอน ๆ เพราะเรายึดมั่นให้ค่ากับเจ้ากล้องสุดรักสุดวิเศษนั้น ช่างไม่รู้จักคิดว่า...มีสิ่งใดในโลกนี้เล่าที่จีรังยั่งยืน ก็ล้วนแต่ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ทั้งนั้นไม่เว้นทั้งคน สัตว์ สิ่งของ เราไปหลงยึดกับสิ่งที่ไม่จีรัง...ว่ามันยั่งยืน... ก็ถูกทุกข์ขบกัดน่ะสิ

ตอนนี้รู้สึกดีเล็กๆ ว่าหากครั้งนั้นเจ้ากล้องวิเศษไม่หล่นแตกกระจายไป เราคงจะต้อง แบก มันไปอีกนาน ทั้งหนักทั้งเหนื่อย และคงไม่ได้เรียนรู้การชื่นชมภาพฝีมือคนอื่น เพราะแต่ก่อนนั้นเมื่อชมภาพของใคร ๆ ก็จะมองแบบพินิจพิจารณาว่าเขาใช้เทคนิคอะไร เปิดหน้ากล้องเท่าไร ความไวชัตเตอร์เท่าไร มันน่าจะทดแสงหน่อยนะ น่าจะจัดองค์ประกอบให้ลงตัวกว่านี้หน่อย น่าจะ......

ถึงตอนนี้ชมภาพถ่ายฝีมือคนอื่น ก็ได้ใช้ ใจ มอง จึงเห็นความงดงาม ความตั้งใจ ใส่ใจ ความสุขของคนถ่ายที่ซ่อนอยู่ในภาพนั้นเยอะแยะเลย

ดีละ...ที่เจ้ากล้องวิเศษมันหล่นหายแตกกระจายไปจากเรา... เบาใจจริง ๆ

❤(◠‿◠✿)

และคำนิยม ของอาจารย์ วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ที่ฝากไว้ในบันทึกนี้ ครับ

  • ให้สติและได้ข้อคิดีนะครับ...บางทีหากกล้องไม่หล่นแตกกระจาย เราก็ไปติดกับเครื่องเคราจนมองข้ามความคิดและจิตใจที่เราใช้มองผ่านเลนส์
  • เห็นวิธีคิดของคุณคนไม่มีรากแล้วนี่ ก็ให้ความคิดได้อย่างหนึ่งว่าคนมีธาตุเป็นผู้เรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่ประสบ แก่ตนเองอย่างซึ่งหน้านี่ อย่างไรก็มักได้เรียนรู้ ได้ปัญญา และแปรปัญหาไปเป็นปัญญาได้อยู่ดี
  • ผมเองก็มีชุดกล้อง Single Lens Reflex พร้อมชุดแฟลชอย่างดี เลนส์แบบ Wide-Tele Combinationขาตั้ง และอุปกรณ์ประกอบต่างๆครบชุด ตอนนี้เก็บไว้นอนนิ่งเลยละครับ จะเอาไปขายหรือยกให้ใครก็ไม่มีใครสนแล้ว จะเอาไปลองถ่ายดูก็งานใหญ่เลย คงต้องตระเวนหาร้านที่ยังให้บริการล้างฟิล์มและอัดรูป ไม่รู้จะยังมีอยู่ที่ไหน
  • นี่เพื่อไม่ให้เสียดายและอาลัยอาวรณ์มาก สงสัยต้องขอยืมบทเรียนของคุณคนไม่มีราก มาคิดว่ามันตกแตก หรือทำหาย หรือไม่เคยมี ถึงจะละวางได้

....................................................................................................................................

อ่านบันทึกนี้ ทำให้รำลึกถึง บุคคล 2 ท่านนี้ขึ้นมาจับใจ

..

ด้วยความระลึกถึง ครับ