อีกหนึ่งการเดินทางที่แสนไกล

โดย นายเวช ว่องไวพาณิชย์ นักกฎหมายประจำคลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อสิทธิมนุษยชน

บทเรียนจากการร่วมสังเกตการณ์ห้องเรียนองค์ความรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของโรงพยาบาลในการจัดการสิทธิในการจัดการสถานะบุคคลตามกฎหมายของมนุษย์ในสองจังหวัดคู่แฝดภาคใต้ สตูล สงขลาเมื่อวันที่เมื่อวันที่ ๒๓-๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖

ในร้านกาแฟเล็กๆข้างป้อมตำรวจ นั่งทบทวนการเดินทาง " 5วันที่ผ่านมา 60 ชม.กับการเดินทางอยู่บนเบาะที่นุ่มแต่ไม่เคยนั่งสบายอยู่ในห้อง4เหลี่ยมที่เย็นฉ่ำแต่ไม่เคยหลับได้เต็มอิ่มผ่านเม็ดฝนผ่านสายหมอก ผ่านทะเล ผ่านต้นมะพร้าว ผ่าน1,219 โค้ง ผ่าน1,682 กิโลเมตรแต่ไม่ได้ผ่านความลังเลที่ตัดสินใจมา มันเป็นการเดินทางที่ได้อะไรมากกว่าการนอนหลับเพื่อรอให้ถึงปลายทาง"

โครงการโรงเรียนอบรมกฎหมายเคลื่อนที่เพื่อสันติสุขของประชากรภายใต้ประชาคมอาเซียน

ห้องเรียนองค์ความรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของโรงพยาบาลในการจัดการสิทธิในการจัดการสถานะบุคคลตามกฎหมายของมนุษย์ในสองจังหวัดคู่แฝดภาคใต้ สตูล สงขลาเมื่อวันที่เมื่อวันที่ ๒๒-๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖

ซึ่งชื่อโครงการก็ทำให้เข้าใจดีอยู่แล้วว่าเป็นโครงการ ที่เคลื่อนที่ไปให้ความรู้ เป็นห้องเรียนเคลื่อนที่ทางกฎหมาย แต่ไปที่สองจัดหวัดภาคใต้สตูล -สงขลานี้สิ เมื่อได้ทราบว่าจะต้องลงจากอุ้มผางขึ้นรถทัวร์มุ่งหน้าลงไปยังภาคใต้แล้ว สิ่งเดียวที่กังวลและกลัวขึ้นมาในใจคือการนั่งรถอันแสนยาวนาน นานมากพอที่จะนอนแล้วตื่น ตื่นแล้วนอนไม่รู้กี่รอบ เมื่อคำนวณแล้วก็จะใช้เวลาประมาณ 30 ชั่วโมง จากอุ้มผางจังหวัดตากถึงสตูลซึ่งตัวผมและพี่แมวก็ไม่ได้ท้อในการเดินทางลงใต้แต่อย่างใด มีแต่รอยยิ้มมุมปากเล็กๆและเสียงหัวเราะ เมื่อพูดถึงระยะเวลาและการเดินทางที่แสนจะยาวนานนี้ อาจเพื่อปลุกใจกันเองก็เป็นได้

เช้าวันที่ 22 กันยายน เวลา10โมงเช้า เริ่มออกเดินทางโดยรถตู้รับส่งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เป็นวันที่ฝนตกและตกมาตั้งแต่เมื่อคืน เมื่อสภาพอากาศเป็นแบบนี้ คนที่อยู่อุ้มผางก็จะทราบดีว่าอาจจะเกิดดินทรุด ดินถล่ม ต้นไม้ล้ม ลงมาปิดเส้นทางลอยฟ้าได้ เมื่อเดินทางไปสักระยะสิ่งที่กังวลและพูดคุยกันมาตลอดทางระยะหนึ่งในรถตู้ระหว่างพี่คนขับรถและเจ้าหน้าที่ที่นั่งมาด้วยก็เป็นจริง เกิดถนนทรุดตัวเนื่องจากฝนตกหนักและตกลงมานาน ทำให้รถที่มีลักษณะปกติธรรมดาทั่วไปไม่สามารถผ่านไปได้ ตัวผมก็เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก เป็นการเดินทางที่ตื่นเต้นตั้งแต่ยังไม่ทันจะออกไปไหนไกล พี่คนขับรถเร่งโทรศัพท์ประสานงานขอใช้รถโฟว์วีลทันที เมื่อย้ายรถเสร็จสับแบ่งคนขึ้นรถเป็นสองกลุ่ม

เริ่มต้นเดินทางอีกครั้งในเวลาประมาณ 12.00. เหมือนเดิมครับตัวผมก็นอนหลับผ่านโค้งแล้วโค้งอีกหัวชนกระจกบ้าง คอเซไปทางซ้ายเซไปทางขวาบ้าง ไม่แปลกครับแต่เมื่อเดินทางขึ้นลงบ่อยๆจะชำนาญการนอนหลับบนรถไปเอง นอนหลับไปนอนหลับมาสองสามรอบรถก็ได้จอดผมตื่นขึ้นมาอีกรอบเป็นเรื่องปกติครับที่ตื่นมาแล้วจะยังไม่ถึงที่หมาย จุดพักรถที่เดียวจะแสดงถึงความหวังและความสิ้นหวังในการเดินทางพอๆกัน เป็นจุดพักรถ อุ้มเปี้ยม เป็นที่ทราบกันดีว่าพวกเรานอนกันมาครึ่งทางอุ้มผางแม่สอดแล้ว

เวลาประมาน 17.00. ถึงอำเภอแม่สอด เพื่อขึ้นรถทัวร์ประมาน 21.00.ไปยังท่ารถสายใต้ใหม่ที่กรุงเทพ

ถึงกรุงเทพประมาณ 05.00.เช้าของวันที่ 23 กันยายนโดยประมาณนั่งพักผ่อนทำธุระส่วนตัวทานข้าวเช้า

07.00. ออกเดินทางจากกรุงเทพถึงสตูลเวลาประมาณ 21.00. ในระหว่างเดินทางไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากหลับเช่นเคย หลับจนไม่อยากจะหลับ น่าเบื่อนะผมว่านั่งอยู่เฉยๆเป็นเวลา 14 ชั่วโมงเนี่ย ลงจากรถทัวร์ได้ก็หาร้านอาหารทันที กินกันจนอิ่มก็เริ่มถามหาที่พักผ่อนเพื่อจะอาบน้ำให้สบายตัวและนอนหลับบนเตียงนุ่มๆที่เป็นเตียงจริงๆ ซึ่งผมเห็นใจพี่แมวมาก คนอายุมากนั่งรถนานๆคงจะเมื่อยน่าดู แต่ก็ยังไม่ได้พักผ่อนอย่างที่คิดไว้ พี่คนขับรถและพี่บุรุษพยาบาลที่น่ารักก็ได้พาเราไปนั่งดื่มชาชักริมทะเลมีโคมไฟสวยๆห้อยพาดยาวอยู่ข้างบนประกอบกับเสียงคลื่นและลมทะเลพัดเย็นสบาย และที่นั้นเองก็ได้พบกับคณะอาจารย์และพี่ๆในโรงพยาบาลละงูบรรยากาศเป็นกันเองและอบอุ่นครับ มันก็ทำให้หายเหนื่อยไปได้บ้าง โดยการกอดและตบหลังเบาๆพร้อมด้วยบทสนทนาเล็กๆน้อยๆเมื่อมีการทักทายและแนะนำตัวกันเรียบร้อย วงก็เริ่มกระชับเข้ามา เริ่มการสนทนวางแผนเตรียมงานเช่นเคย (พลังไม่เคยหมดจริงๆผมคิดในใจ)

เช้าวันที่ 24กันยาน 2556 ณ โรงพยาบาลละงูจังหวัดสตูล 10.00 . เริ่มเปิดวงเสวนา กล่าวรายงานและแนะนำตัวระหว่างผู้เข้าร่วมเสวนา มีผู้เข้าร่วมเสวนาจากคนที่ทำงานในพื้นที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลละงู และเริ่มการเสวนาในเรื่องสถานการณ์เด่นทางนิติศาสตร์ 4 ลักษณะกฎหมายซึ่งนานารัฐใช้เพื่อจัดการสถานะบุคคลตามกฎหมายของมนุษย์ในสถานการณ์ทั่วไปอย่างเป็นสากลและหัวข้ออื่นๆตามลำดับที่กำหนดในเอกสาร ผู้เข้าร่วมเสวนาก็ได้เสนอข้อหารือมาบ้าง ส่วนมากผมเห็นว่าเป็นการนั่งฟังนักวิชาการหรือนั่งฟังอาจารย์สอนในห้องเรียนแบบมหาลัยมากกว่าเป็นวงเสวนา มันเต็มไปด้วยวิชาการและข้อกฎหมายที่อธิบายใน10นาทีก็อาจจะยังไม่เข้าใจในรอบเดียว 16.30. โดยประมาณ กล่าวปิดงานมอบของขวัญ ร่วมการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก หลังจากนั้นก็ได้ออกเดินทางไปผ่อนคลาย โดยมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลละงูเป็นมัคคุเทศก์ นำเที่ยวและกินอาหารอร่อยๆก่อนเดินทางเข้าที่พักที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลาและแยกย้ายกันเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 25 กันยายน 2556 ณ โรงพยาบาลจะนะจังหวัดสงขลา เริ่มเปิดวงเสวนาตามเอกสารเช่นเคย มีผู้เข้าร่วมจากบุคคลในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะนะ และพี่ๆของโรงพยาบาลละงูก็มาร่วมด้วยเป็นวันที่สอง บรรยากาศของวงเสวนาในวันนี้มันช่างต่างจากวันแรกอยู่พอสมควร ไม่ใช่เพียงแต่ผู้เข้าร่วมนั่งฟังข้อกฎหมายทั้งวันเช่นวันก่อน แต่ในวงเสวนาวันนี้เต็มไปด้วยความสงสัย ความจดจ่อ ความกระตือรือร้น ของผู้มาเข้าร่วมเสวนา เพื่อจะยกมือเล่าประสบการณ์เล่าปัญหา เสนอข้อหารือต่างๆที่ผู้เข้าร่วมได้ประสบมาเพื่อเป็นแนวทางใช้ในการปฏิบัติงานต่อไป ตัวผมรู้สึกว่าทุกคนมีส่วนร่วมมากกว่าวงเสวนาในวันที่ผ่านมา ข้อกฎหมายและ วิธีปฏิบัติที่เป็นเรื่องหลักก็คงจะเป็นจุดเกาะเกี่ยวกับทางโรงพยาบาลซึ่งทำหน้าที่เป็นหน้าด่านในการให้ความช่วยเหลือมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย บทบาทในการช่วยทำคลอดซึ่งเป็นภารกิจให้การรักษาพยาบาล จึงทำให้บุคคลากรของโรงพยาบาลเป็นจุดเริ่มต้นในการป้องกันและขจัดปัญหาการไม่ได้รับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายหรือปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติของมนุษย์บุคคลากรของโรงพยาบาลและผู้เข้าร่วมก็เข้าใจแนวทางการปฎิบัติและข้อกฎหมายเป็นอย่างดีในภาระกิจที่ตนจะต้องทำต่อไป นั้นหมายความว่าต่อไปเด็กที่เกิดก็จะมีเอกสารรับรองจุดเกาะเกี่ยวของตนเอง และทางปลัดทะเบียนก็คงจะเข้าใจในข้อกฎหมายอยู่แล้วว่าควรปฎิบัติอย่างไรในทางทะเบียนราษฎรซึ่งในวันนั้นก็ไม่ได้พูดถึงสักเท่าไหร่ในเรื่องข้อกฎหมายการพิสูจน์สัญชาติของตัวบุคคลเหมือนวงเสวนาวันแรกที่โรงพยาบาลละงูแต่คงไม่ใช่หน้าที่หลักที่บุคคลากรของโรงพยาบาลต้องทำ ซึ่งจากการทบทวนประสบการณ์การปฎิบัติงานของโรงพยาบาลอุ้มผางแล้ว การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการพัฒนาสิทธิขั้นพื้นฐานอื่นๆที่บุคคลเหล่านั้นพึงจะได้ตามสถานะของเขารวมถึงของ&

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Story from Umphang



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เป็นงานที่น่าสนใจมากเลยนะครับ

เขียนเมื่อ 

อุ๊ๆต๊ะ  จะคอยติดตาม นะครัช

เขียนเมื่อ 

รอติดตามนะค้าบบบบ