ห่างหายไปนานอีกแล้ว เนื่องจากไปปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัดเสียหลายวัน หลังจากไปเยี่ยมเยียนจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือกับบรรยากาศอันน่าอภิรมย์ ก็ให้มามีโอกาสได้เห็นภาพอันน่าหดหู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ยังไม่จางหายไป เฮ้อ! ช่างน่าเศร้าเสียจริง

กระแสทำนายทายทักเรื่องภิบัติภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับประเทศไทยนั้น ถูกตีแผ่ออกมาอย่างแพร่หลาย ไม่เว้นแม้แต่วารสารข่าวรายสัปดาห์ชื่อดัง

หลังกลับจากเดินทางก็แทบไม่ได้พัก เพราะต้องพาเพื่อนชาวญี่ปุ่นเที่ยวต่อ ก่อนที่จะส่งกลับ ที่เหนื่อยเพราะมัวแต่พาเดินหาซื้อของฝากกลับประเทศ ซึ่งเกิดอาการเป็นปลื้มที่คนญี่ปุ่นชอบสินค้าไทย แต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบทันที เมื่อทราบว่าสินค้าดังกล่าวที่ญี่ปุ่นขายแพงกว่าเรากว่า 10 เท่า....เฮ้อ! เสียดายจัง

กลับมาด้วยเรื่องที่ประสบมาระหว่างการเดินทาง โดย...ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ...ที่น่าภูมิใจของเรา (หรือเปล่า) จะด้วยดวงหรืออะไรก็ตามแต่ บังเอิญให้พบปัญหาเรื่องการ Load กระเป๋าดังคำล่ำลือที่เค้าว่ากันตั้งแต่เปิดสนามบิน

เริ่มด้วยการเดินทางขาไป เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.49  โดยเครื่องของสายการบินไทย ที่ถึงเชียงใหม่ตั้งแต่เวลา 11.50 น. แต่กลับได้รับกระเป๋าในตอนเย็นของวันนั้น คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ กระเป๋าไม่ได้มาพร้อมเครื่อง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติตั้งแต่เปิดสนามบิน แต่ก็ยังดีกว่าที่ฮ่องกงตอนเปิดสนามบินใหม่ๆ เพราะจำนวนกระเป๋าตกค้างน้อยกว่า แค่ 6,000 กว่าใบเท่านั้นเอง (เอ...น่าภูมิใจตรงไหนเนี่ย) 

ที่สำคัญชาวต่างประเทศจำนวนไม่น้อยเลยที่อยู่ในเหตุการณ์เดียวกันนี้  ทุกคนแปลกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เห็นป้ายรถไฟฟ้าที่สนามบินแต่ปรากฎว่ายังไม่มีแม้แต่กระทั่งสถานีให้เห็น จนกระทั่งขากลับก็ยังพบปัญหาอีกเช่นเดิม ซึ่งเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับกระเป๋าช้ากว่าปกติ  พร้อมกับชาวต่างชาติอีก 4 คน

ไม่รู้ว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกนานแค่ไหน และจะเกิดอะไรให้ประเทศต้องมัวหมองไปมากกว่านี้อีก...น่าคิดจริงๆ