การสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นกับเยาวชน เป็นวิธีให้การศึกษาที่ดีในสังคมที่เต็มไปด้วยสิ่งมอมเมาต่าง ๆ
  หลายคนยอมรับว่าการฝึกสมาธิจะช่วยให้จิตใจได้พักผ่อน ทำให้คลายจากความตึงเครียด และเกิดพลังขึ้นอย่างประหลาด ดังนั้น จึงมีคนเป็นจำนวนมากสนใจเข้าร่วมกิจกรรมนี้ บ้างก็เรียนรู้และฝึกปฏิบัติกับพระอาจารย์เจ้าสำนักต่าง  ๆ  หรือบางคนก็ศึกษาจากเอกสารแล้วฝึกด้วยตนเอง บ้างก็ฟังจากวิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ ก็แล้วแต่ใคร่จะถนัดหรือสนใจอย่างไร ซึ่งต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้เกิดสมาธิ จิตใจสงบเยือกเย็น วิธีการของเจ้าสำนักต่าง ๆ ที่ใช้ก็เหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง บางแห่งก็ใช้ท่องพุท – โธ ยุบหนอ – พองหนอ  นับตัวเลข  นับลูกประคำ  เดินจงกรม  เป็นต้น  ซึ่งโดยสาระหลัก ๆ ก็เหมือนกัน คือ การกำหนดลมหายใจเข้า ลมหายใจออก  จะต่างกันตรงอุบายที่ใช้ในระหว่างกำหนดลมหายใจเท่านั้น  การฝึกสมาธิดูผิวเผินเหมือนกับเป็นเรื่องง่าย   แต่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องยากพอดูเชียวละ  เพราะการจะทำให้จิตมีสมาธิในท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่วุ่นวาย  อึกทึกครึกโครมร้อนอบอ้าว  หรือมีกลิ่นไม่สะอาด ย่อมเป็นมารผจญการฝึกสมาธิอย่างมาก ดังนั้น สำนักต่าง ๆ จึงพยายามจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการฝึกสมาธิให้มากที่สุด เช่น สำนักปฏิบัติธรรมหรือสวนป่า  เป็นต้น  แต่เราจะหาบรรยากาศที่ดีในสภาพสังคมที่สับสนวุ่นวายในยุคปัจจุบันนั้นค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก ดังนั้น เราจึงต้องพยายามหากลวิธีที่จะฝึกสมาชิกให้ได้ในทุกหนทุกแห่ง  หลวงพ่อท่อน แห่งจังหวัดเลย เป็นพระอาจารย์ผู้หนึ่งที่คิดค้นอุบายที่จะสร้างสมาธิให้ได้ในทุกที่และทุกโอกาส  หลวงพ่อท่อนท่านเล่าว่า เวลาท่านเดินธุดงค์ไปในที่ต่าง ๆ ได้ยินเสียงนกร้อง  เสียงสุนัขร้องเห่าหอน เสียงคนพูดคุย ทะเลาะกัน หรือเสียงเครื่องจักรเครื่องยนต์ต่าง ๆ ท่านจะพยายามปรับเสียงเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ต่อการกำหนดลมหายใจเข้าออก  เพื่อสร้างสมาธิให้เกิดขึ้นเสมอ  ครั้งหนึ่ง  หลวงพ่อท่อนธุดงค์ไปในช่วงงานตรุษสงกรานต์ของชาวบ้าน  ซึ่งเขามีงานฉลองเล่นรำวงกันตลอดคืน “ โจ๊ะ พรึม พรึม พรึม โจ๊ะ พรึม พรึม”  เสียงโทนเสียงกลองดังกระหื่มไม่ขาดระยะ  นาน ๆ เข้าหลวงพ่อท่อนก็เริ่มหงุดหงิดและพยายามหาวิธีกำจัดเสียงมารผจญเหล่านั้น “ โจ๊ะ พรึม พรึม พรึม โจ๊ะ พรึม พรึม”  หลวงพ่อจึงแปลงเสียงกลอง  มากำหนดลมหายใจเสียใหม่ว่า “ทำ จริง จริง ได้ ผล จริง จริง... ทำ จริง จริง ได้ ผล จริง จริง...”  ท่านท่องซ้ำแล้วซ้ำอีก  จนกลบเสียงกลองให้หายไปในความรู้สึก และเกิดสมาธิในที่สุด....