GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คุ้กกี้หนึ่งห่อ

เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น หลายๆ ครั้ง ทุกสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี

   เรื่องของขนมคุ้กกี้ 1 ห่อ 

  • ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี
    >>จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมงในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง
    >>เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม และคุกกี้ 1 ห่อ
    >>และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกินฆ่าเวลาไปพลาง ๆ
    >>เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง
    >>เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุกกี้ เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ
    >>เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอ
    >>มีชายหนุ่มซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา
    >>สักครู่หนึ่ง
    >>ขณะที่เธออ่านหนังสือชายหนุ่มก็หยิบขนมคุกกี้ออกจากถุงซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง
    >>แล้วกินมันทีละชิ้น เธอมองด้วยความโกรธ
    >>แต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ
    >>เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุกกี้และเฝ้ามองนาฬิกา
    >>ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป
    >>เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี่ให้แหลกไปเลย"
    >>ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น ทั้งสองส่งสายตามองกัน
    >>เมื่อคุกกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย...
    >>เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุกกี้ชิ้นสุดท้าย...แล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น
    >>เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว และคิดในใจว่า
    >>"เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุด ๆ ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"
    >>เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง
    >>ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม
    >>ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว
    >>เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง
    >>ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุกกี้ 1 ห่อ เธอตกใจมาก
    >>ถ้าคุกกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า.....คุกกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้ฉันกิน
    >>เธอลุกขึ้นทันที... แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม
    >>แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม
    >>ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ
    >>เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง
    >>มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจ ผิด
    >>มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น
    >>และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเองซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย
    >>นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น
  • >>หลายๆ ครั้ง ทุกสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี
    >>แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า "เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง? เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่"__._,_.___

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 54972
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

  • บอกให้เรารู้ว่าใครๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะพลาดได้ ควรอภัย ต่อความผิดพลาดทั้งของตัวเองและของคนอื่นบ้าง ก็ถ้าไม่เคยทำผิดแล้วจะมั่นใจได้ไงว่าถูก ..จริงมั๊ย 
  • สอนให้เราเข้าใจโลกให้มากขึ้น ว่าอย่ามองแต่แง่ร้าย แง่ดีๆ ก็มีให้มองตั้งเยอะ และอย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกคน ทุกสิ่ง และทุกอย่าง...เพราะนั่นคืออัตตา...ย่อมนำมาซึ่งความอวิชชา
  • เพื่อฝึกให้เรารู้จักการให้ ไม่ใช่ร้องขอเพียงฝ่ายเดียว นึกถึงคำว่าเสียสละ ท่องคำว่าแบ่งปันให้ขึ้นใจ คำว่าให้ไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่อาจเป็นความรัก ความรู้ หรือความเห็นอกเห็นใจ...และเราจะได้สิ่งนั้นตอบแทน



ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยม

อยากให้ใคร ๆ ที่อยู่แวดล้อมเราคิดแบบนี้จังนะคะพี่นู๋

อ้อยก็จะพยายามเตือนสติตัวเองอยู่เสมอ จะได้ไม่เผลอโกรธ หรือให้อารมณ์พาไป

  • อยากกินคุ้กกี้จัง
  • nutim ยังมีซึ่ง รัก  โลภ  โกรธ  หลง  อยู่..แต่จะพยายามเดินสายกลางๆ ไว้...แต่บางครั้งอาจลงไปเดินข้างทางให้หนามตำเล่นบ้าง ก็เป็นรสชาดของชีวิตเหมือนกันนะ..โปรดอย่าถือสา
   เออ พี่ว่าเข้ามาเตือนสติกันอย่างนี้ก็ดีนะเราจะได้ไม่เผลอให้อารมณ์พาไปอย่างว่า ไม่กี่วันหัวหน้าก็ได้สอนพี่ว่าการจะให้สิ่งดีๆกับใครต้องให้ทั้งใจ วาจา และการแสดงออก แต่มันก็ทำยากเหมือนกันนิ มนุษย์ยังมีโลภ โกรธ หลง ถึงยากแต่พวกเราก็จะพยายามทำนะแรกๆก็พยามพูดในสิ่งดีๆก่อนเนาะ