GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

โครงสร้างความรับผิดอาญาของประเทศไทย

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น จึงเป็นที่เข้าใจว่าโดยหลักแล้วนั้นการกระทำผิดทางอาญานั้นเกิดขึ้นและจะต้องรับโทษทางอาญาหรือไม่นั้น ก็จำเป็นที่ว่าเราจะต้องเข้าใจว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดหรือไม่

เรื่องโครงสร้างความรับผิดอาญา

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น จึงเป็นที่เข้าใจว่าโดยหลักแล้วนั้นการกระทำผิดทางอาญานั้นเกิดขึ้นและจะต้องรับโทษทางอาญาหรือไม่นั้น ก็จำเป็นที่ว่าเราจะต้องเข้าใจว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดหรือไม่ ดังนี้จึงจะต้องเข้าใจถึงโครงสร้างความรับผิดอาญาในปัจจุบันเสียก่อนว่ามีอย่างไรบ้างซึ่งการนี้จะขอกล่าวถึงในประเทศไทย  

Ø    ส่วนองค์ประกอบ การกระทำนั้นครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่

Ø    การกระทำไม่มีกฎหมายยกเว้นความผิด

Ø    การกระทำไม่มีกฎหมายยกเว้นโทษ                 

เมื่อการกระทำนั้นครบตามโครงสร้างความรับผิดแล้วนั้น ก็ถือได้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดอาญา                 

 ๑.การกระทำครบองค์ประกอบหรือไม่ การกระทำครบ องค์ประกอบที่กฎหมายบัญญัติก็คือการกระทำให้ครบเหตุดังนี้คือ               

๑.๑ มีการกระทำเป็นไปตามหลัก ไม่มีความผิด ไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย (nullum crimen, nulla poena sine lege)                

๑.๒ การกระทำนั้นครบองค์ประกอบภายนอกของความผิดเรื่องนั้น                  

๑.๓ การกระทำนั้นครบองค์ประกอบภายในของความผิดในเรื่องนั้นๆ                 ๑.๔ ผลของการกระทำสัมพันธ์กับการกระทำตามหลักในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล [1]                

ถ้าหากการกระทำนั้นครบ องค์ประกอบ แล้วนั้นก็หาใช่ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดไม่ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาโครงสร้างที่ (๒) และ (๓) ให้ครบเสียก่อน               

๒.การกระทำไม่มีกฎหมายยกเว้นความผิด (JUSTIFCATION) เมื่อการกระทำนั้นได้กระทำจนครบองค์ประกอบความผิดแล้วก็จะต้องมาพิจารณาโครงสร้างที่สองนี้ การที่กฎหมายยกเว้นความผิดให้นั้นกล่าวได้ว่าก็คือ กฎหมายได้ให้อำนาจแก่ผู้กระทำสามารถกระทำได้เหตุดังกล่าวนี้ได้มีการบัญญัติเอาไว้ในหลายที่เช่น               

 ๒.๑ กฎหมายยกเว้นความผิดในประมวลกฎหมายอาญา ในเรื่องของการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย มาตรา ๖๘ และการกระทำโดยจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา ๓๐๕ (๑) หรือในการกระทำที่กฎหมายอาญาได้บัญญัติกำหนดเอาไว้ว่าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด เช่นใน มาตรา ๓๒๙ ซึ่งได้บัญญัติเอาไว้ถึงไหตุต่างๆ ที่เป็นเหตุยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือในมาตรา ๓๓๑ ที่ได้บัญญัติเรื่องเหตุยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท ในกรณีของการที่คู่ความหรือทนายความของคู่ความแสดงความคิดเห็นหรือข้อความในกระบวนพิจารณาคดีในศาล เพื่อประโยชน์แก่คดีตน               

 ๒.๒ กฎหมายยกเว้นความผิดที่ไม่ได้บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ก็เช่นในเรื่องของความยินยอมตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๐๓/๒๕๐๘ ความยินยอมของผู้เสียหาย อาจเป็นเหตุยกเว้นความผิดได้               

๒.๓ กฎหมายยกเว้นความผิดในรัฐธรรมนูญ                

๒.๔ กฎหมายยกเว้นความผิดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์                

 ๒.๕ กฎหมายยกเว้นความผิดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่นในมาตรา ๗๘(๓) ที่กฎหมายอนุญาตให้เจ้าพนักงานจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าได้กระทำความผิดและจะหลบหนีได้ โดยที่เจ้าพนักงานนั้นไม่มีความผิดฐานหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐                และเมื่อได้พิจารณาองค์ประกอบความรับผิดในข้อที่สองนี้แล้วนั้นถ้าหากมีเหตุให้ยกเว้นความผิดแล้วนั้นก็ถือได้ว่าผู้กระทำนั้นก็ไม่มีความผิด ในการกระทำที่เขานั้นได้กระทำลงไป แต่ถ้าหากว่าไม่มีเหตุยกเว้นความผิดแล้วนั้นก็หาที่จะตัดสินได้ว่าเขามีความผิดเพราะยังจะต้องพิจารณาต่อไปว่าการกระทำที่ผู้กระทำนั้นมีเหตุที่สามหรือไม่               

๓. การกระทำไม่มีกฎหมายยกเว้นโทษ[2] (EXCUSE) ก็คือเหตุที่กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดแต่ผู้กระทำนั้นได้รับการยกเว้นโทษที่จะได้รับ เหตุยกเว้นโทษในประมวลกฎหมายอาญา แบ่งได้ดังนี้               

 ๓.๑ การกระทำความผิดโดยจำเป็น (มาตรา ๖๗)                

๓.๒ การกระทำความผิดของเด็กอายุไม่เกิน ๗ ปี และไม่เกิน ๑๔ ปี[3],[4] (มาตรา ๗๓ และ ๗๔)                

๓.๓ การกระทำความผิดของคนวิกลจริต (มาตรา ๖๕)                

 ๓.๔ การกระทำความผิดของผู้มึนเมา (มาตรา ๖๖)                

๓.๕ การกระทำความผิดตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงาน (มาตรา ๗๐)                

๓.๖ การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ในบางความผิดระหว่างสามีภริยา (มาตรา ๗๑ วรรคแรก)                 เราสามรถแบ่งกรณีทั้งหกนี้แยกย่อยตามความเหตุได้อีกคือ                 (ก) เหตุยกเว้นโทษ เพราะผู้กระทำไม่มีความรู้สึกผิดชอบ ก็คือ ใน (มาตรา ๗๓ , ๗๔),(มาตรา ๖๕), และ (มาตรา ๖๖)                 (ข) เหตุยกเว้นโทษ เพราะการกระทำนั้นมีเหตุที่ไม่ควรลงโทษ ก็คือในส่วนของ(มาตรา ๖๗), (มาตรา ๗๐), (มาตรา ๗๑ วรรคแรก)                

ด้วยเหตุนี้เมื่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้กระทำนั้นมีเหตุที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าเป็นเหตุยกเว้นโทษผู้กระทำก็ไม่ต้องรับโทษในส่วนของการกระทำที่ตนได้กระทำลงไปแล้วนั้นแต่ก็ต้องถือว่ามีความผิด แต่ถ้าหากพิจารณาครบทั้งสามเหตุตามโครงสร้างความรับผิดแล้วนั้นและการกระทำนั้นก็ครบองค์ประกอบความผิดและไม่มีเหตุยกเว้นความผิดและไม่มีเหตุยกเว้นโทษผู้กระทำนั้นก็จะต้องรับผิดในการกระทำที่ตนได้กระทำลงไป ในส่วนจะต้องรับเท่าไหร่หรือรอลงอาญาหรือไม่หรือลดโทษหรือจะต้องเพิ่มโทษนั้นตกเป็นดุลพินิจของศาลโดยแท้กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องไปพิจารณาในเหตุนี้ด้วย



[1] เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์, คำอธิบายกฎหมายอาญาภาค ๑, กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พิมพ์ครั้งที่ ๗, ๒๕๔๔, หน้า  ๗๔ ๗๕
[2] ในเรื่องเหตุยกเว้นโทษนี้นั้นในทฤษฎีความผิดของประเทศเยอรมันได้กำหนดอยู่ในเรื่องของความชั่ว (Schuld) เพราะถือว่าเป็นการพิจารณาภายในตัวของผู้กระทำว่าบุคคลนั้นกระทำผิดไปโดยรู้สึกผิดชอบเพียงไรหรือการกระทำของเขานั้นเป็นสิ่งที่สังคมควรจะตำหนิหรือไม่ อันนี้เป็นการพิจารณาทางอัตวิสัย (subjective) ซึ่งถ้าหากพิจารณาแล้วได้ความว่าผู้กระทำผิดกระทำไปโดยมิได้รู้ผิดชอบหรือการกระทำของเขาเป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรจะตำหนิแล้วกฎหมายเยอรมันก็จะยกเว้นโทษให้ เพราะถือว่าผู้นั้นไม่มีความชั่ว (ดู แสวง บุญเฉลิมวิภาส, ปัญหาเจตนาในกฎหมายอาญา, วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๒๔, หน้า ๑๒.
[3] ในประมวลลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗ ได้บัญญัติเหตุผลดังกล่าวไว้ในตัวบทด้วย ในมาตรา ๕๖ ความว่า ถ้าเด็กอายุยังไม่ถึงเจ็ดขวบกระทำความผิด ท่านว่ามันยังไม่รู้ผิดและชอบ อย่าให้ลงอาญาแก่มันเลย

[4] เด็กที่อายุไม่เกิน ๑๔ ปี ในทางจิตวิทยาถือว่า เป็นวัยที่เด็กมีพัฒนาการในด้านความรู้ผิดชอบออย่างจำกัด ดู Elizabeth B.Hurlock, Developmental psychology, Mc Graw-Hill, New York (1975), p.92.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): กฎหมายอาญา
หมายเลขบันทึก: 54985
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

เราได้ละนะขอบใจที่โทรบอกนะพรุ่งนี้อาจไม่ได้เข้าไปแต่จะโทรไปหาถ้าจะเข้าไปนะ
เขียนดีนี่หว่า สู้ๆ

เอามาลงของเรายังไง

อ่า