จากบทความที่ได้นำเสนอข้อมูลผู้รับบริการท่านหนึ่งขณะฝึกปฏิบัติการทางคลินิกในกิจกรรมบำบัด สามารถอ่านข้อมูลได้จาก ที่นี่ โดยบทความนี้จะกล่าวถึงการให้เหตุผลทางคลินิก โดยประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

1.  Scientific reasoning การให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์

Colles fractures คือการหักของกระดูกบริเวณแขน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Fracture of distal radius โดยประเภทของการหักของกระดูก สามารถแบ่งได้เป็น Open, Close และ Compound       โดยรูปแบบการหักเป็น ประเภทคือ transverse และ oblique (Dandy and Edwards, 1998) โดยบทบาทของกิจกรรมบำบัดในการฟื้นฟู ได้แก่

      • การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อ (Improve range of motion)
      • การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ (Improve strength)
      • การเพิ่มความทนทานของการทำงานในกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง (Improve endurance)  (Susan Driessens และคณะ, 2010)

2. Narrative reasoning การให้เหตุผลเชิงบรรยาย

จากการปฏิบัติงาน การสัมภาษณ์และการให้การรักษาฟื้นฟู ทำให้ได้ทราบถึงข้อมูล และพฤติกรรมความสามารถของผู้รับบริการ เช่น จากคำพูดของผู้รับบริการ ถ้ากลับไปทำที่บ้านบ่อยๆ หนีบไม้หนีบ จะกำได้มากขึ้นใช่ไหม จะได้ช่วยลูกทำงาน จากคำกล่าวข้างต้น เมื่อนำมาวิเคราะห์ในการให้เหตุผลทางคลินิก คือ เป็นการเพิ่มความสามารถในช่วงการเคลื่อนไหวของมือโดยการใช้กิจกรรมในบริบทของผู้รับบริการได้แก่ ไม้หนีบ และแสดงให้เห็นถึงการให้คุณค่า และบทบาทของผู้รับบริการคือ เป็นแม่ ความเป้าหมายและความต้องการในการกลับไปทำงาน หรือกิจกรรมการดำเนินชีวิตต่างๆ เป็นต้น

3.  Pragmatic reasoning การให้เหตุผลทางการปฏิบัติการ

OT Role บทบาทของกิจกรรมบำบัดในการให้การรักษาฟื้นฟูผู้รับบริการท่านนี้ คือ

    • การเพิ่มคุณค่า (Self esteem) และความมั่นใจ (Self confidence)
    • การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อ (Improve range of motion)
    • การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ (Improve strength)
    • การเพิ่มความทนทานของการทำงานในกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง (Improve endurance)

จากที่ได้กล่าวข้างต้นในการให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ ปรับและประยุกต์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมได้ในบริบท หรือวัฒนธรรมของผู้รับบริการ

  • Experience ผู้รับบริการมีความเชื่อว่าการออกกำลังกายมือทุกวัน ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานของมือ
  • Motivation ส่งเสริมให้เกิดความสามารถในการทำกิจกรรม และเกิดแรงจูงใจในการกลับไปประกอบอาชีพ และกิจกรรมการดำเนินชีวิต รวมถึงการส่งเสริมให้เห็นคุณค่า และความมั่นใจในความสามารถของตนเองในผู้รับบริการ

4.  Ethical reasoning การให้เหตุผลเชิงจริยธรรม

ในการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม เป็นการคำนึงถึงความเหมาะสม และความถูกต้องในการให้การรักษาฟื้นฟู และการปฏิบัติต่อผู้รับบริการ โดยจากการปฏิบัติงานในครั้งนี้ ดิฉันได้ใช้หลักการ และจริยธรรม สรุปดังต่อไปนี้

    • การให้ข้อมูลที่เป็นจริง ไม่บิดเบือนข้อมูล
    • ตั้งเป้าประสงค์ที่เป็นไปได้ ไม่เกินความจริง
    • ไม่ให้ความหวังแก่ผู้รับบริการ
    • บอกวัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรม และผลจากการทำกิจกรรมทุกครั้งตลอดการฝึก

5.  Condition reasoning การให้เหตุผลเชิงเงื่อนไข

การเลือกอุปกรณ์ หรือการวิเคราะห์กิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้รับบริการเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะสามารถส่งผลถึงทางด้านร่างกาย และจิตใจ เช่น เมื่อผู้บำบัดให้กิจกรรมที่มีความยากเกินไป สามารถส่งผลให้ผู้รับบริการเกิดความวิตกกังวล และขาดความมั่นใจเมื่อผู้รับบริการไม่สามารถทำกิจกรรมได้ หรือการให้กิจกรรมที่ง่ายเกินไป ส่งผลให้ไม่เกิดการพัฒนาความสามารถของผู้รับบริการ เป็นต้น โดยการให้การรักษาฟื้นฟู ผู้บำบัดได้มีการปรับและประยุกต์กิจกรรม ดังต่อไปนี้

    • การประเมินปัญหาและความสามารถของผู้รับบริการ และการให้การรักษาฟื้นฟูเพื่อเพิ่มความสามารถของผู้รับบริการ
    • การใช้หลักการ Active & passive stretching, Prolong stretching และ Joint manipulation เพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของผู้รับบริการ
    • การทำกิจกรรมไม้หนีบ โดยเริ่มทำจากไม้หนีบที่ใช้แรงบีบน้อย และเพิ่มแรงบีบเมื่อผู้รับบริการสามารถทำได้ โดยที่ไม่เริ่มจากไม้หนีบที่มีแรงบีบมากก่อน เพื่อเป็นการเพิ่มช่วงความเคลื่อนไหวของผู้รับบริการ

การให้เหตุผลทางคลินิกถือเป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติงานทางกิจกรรมบำบัด เพราะการเลือกกิจกรรมให้ผู้รับบริการแต่ละชนิด จึงควรมีเหตุและผลในการเลือกกิจกรรมนั้น กิจกรรมบำบัดเป็นสาขาที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการรักษาฟื้นฟู เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ และการวิเคราะห์ ปรับ และประยุกต์กิจกรรมซึ่งเป็นศิลป์ในการรักษาฟื้นฟูนั้นๆ